หน้าแรก ภูมิภาค ทน.อยุธยา สั่...

ทน.อยุธยา สั่งครูหยุดปฏิบัติหน้าที่-สอบวินัย ทำร้ายและข่มขู่ 4 นักเรียน เหตุไม่ร่วมกิจกรรมกีฬา

14.09.26 | 15:38 น.

ทน.พระนครศรีอยุธยา สั่งครูหยุดปฏิบัติหน้าที่-โดนสอบวินัย เหตุทำร้ายและข่มขู่นักเรียน 4 ราย ไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรมกีฬาสี

จากกรณีนายทรงพล สุขสมบูรณ์ ส.ส.พระนครศรีอยุธยา เขต 1 พรรคภูมิใจไทย พร้อมนายชัชชัย กิตติไชย หรือชัช ตลาดไท พาผู้ปกครองและเด็กนักเรียนชาย 4 ราย เข้าแจ้งความที่ สภ.พระนครศรีอยุธยา ถูกครูของโรงเรียนแห่งหนึ่งในสังกัดเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา ทำร้ายร่างกายและใช้มีดข่มขู่ หลังเด็กไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรมกีฬาของกลุ่มโรงเรียน โดยเด็กให้ข้อมูลถึงการถูกเตะ กดศีรษะ และมีการนำมีดมาใช้ข่มขู่


โดยช่วงหนึ่ง ด.ช.บู เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุไม่ได้ไปร่วมกิจกรรมกีฬา เนื่องจากตื่นสาย เมื่อกลับไปโรงเรียนในวันรุ่งขึ้น ครูเรียกเข้าไปในห้องวงโยธวาทิต ก่อนหยิบมีดออกมาจากตู้และถามในลักษณะข่มขู่ว่า “อยากตายไหม” จากนั้นมีการใช้มีดจี้และกดศีรษะ พร้อมตำหนิเรื่องการไม่เข้าร่วมกิจกรรม ก่อนหน้านี้เคยเห็นครูทำลักษณะดังกล่าวกับนักเรียนคนอื่น สึกเสียใจและผิดหวัง เพราะเคยให้ความไว้วางใจครู แต่หลังเกิดเหตุทำให้รู้สึกไม่ไว้วางใจอีก

ด.ช.พี อายุ 11 ปี นักเรียนผู้เสียหายอีกราย เล่าว่า ครูเรียกเข้าไปในห้องวงโยธวาทิต ก่อนหยิบมีดออกมาและถามในลักษณะข่มขู่ จากนั้นใช้มีดจี้บริเวณศีรษะและทำร้ายร่างกาย ทำให้รู้สึกกลัวและไม่ไว้วางใจครู จากเดิมที่ตั้งใจฝึกซ้อมวงโยธวาทิตเพื่อทำกิจกรรมให้กับโรงเรียน

Advertisement

ล่าสุดเมื่อวันที่ 14 กันยายน ว่าที่ร้อยตรี ดร.สมทรง สรรพโกศลกุล นายกเทศมนตรีนคร (ทน.) พระนครศรีอยุธยา ได้เรียก น.ส.หนึ่งฤทัย จันทร์มาลา รองผู้อำนวยการการศึกษาและรักษาราชการแทนผู้อำนวยการสถานศึกษา โรงเรียนเทศบาลวัดแม่นางปลื้ม พร้อมเจ้าหน้าที่และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมเพื่อหารือและตรวจสอบกรณีที่เกิดขึ้น

นายก ทน.พระนครศรีอยุธยาเปิดเผยว่า เทศบาลไม่ได้นิ่งนอนใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อเกิดเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าว เบื้องต้นมีบทลงโทษตามระเบียบราชการ และขณะนี้ได้ดำเนินการให้ครูผู้ถูกกล่าวหา หยุดปฏิบัติหน้าที่ไว้ก่อน เพื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบและสอบสวนทางวินัย ส่วนการดำเนินคดีอาญาให้เป็นไปตามขั้นตอนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

นายก ทน.พระนครศรีอยุธยากล่าวว่า ผู้ปกครองนำบุตรหลานมาฝากไว้กับโรงเรียน เปรียบเสมือนให้ครูและโรงเรียนเป็นพ่อแม่คนที่สอง จึงมีหน้าที่ดูแลเด็กให้ดีที่สุด เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นจึงขอแสดงความเสียใจและขอโทษต่อผู้ปกครอง พร้อมยืนยันว่าจะกำหนดมาตรการที่เข้มข้นมากขึ้นในโรงเรียนเทศบาลทั้ง 8 แห่ง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันขึ้นอีก

ส่วนการช่วยเหลือเด็กและครอบครัว นายกเทศมนตรีระบุว่า ขณะนี้ยังไม่ได้พบเด็กและผู้ปกครองด้วยตนเอง แต่รักษาการผู้อำนวยการสถานศึกษาได้เข้าไปพบผู้ปกครองทั้งหมดแล้ว ขณะเดียวกันมีหลายภาคส่วน รวมถึงมูลนิธิปวีณา หงสกุล ที่ทราบเรื่องและแสดงความห่วงใย พร้อมเข้ามาช่วยเหลือ โดยเทศบาลจะประสานพูดคุยกับครอบครัวเด็กและพิจารณาแนวทางช่วยเหลือและเยียวยาต่อไป

นายกเทศมนตรียังกล่าวถึงครูและบุคลากรในสังกัดว่า ขอให้สังคมแยกแยะระหว่างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับการปฏิบัติหน้าที่ของครูส่วนใหญ่ เนื่องจากยังมีครูอีกจำนวนมากที่ตั้งใจทำงานและดูแลนักเรียนเป็นอย่างดี พร้อมให้กำลังใจครูที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความตั้งใจ เพื่อไม่ให้เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อขวัญกำลังใจของครูคนอื่น

ด้าน น.ส.หนึ่งฤทัยเปิดเผยว่า จากข้อมูลที่ได้รับ ครูผู้ถูกกล่าวหาเป็นครูที่ตั้งใจทำงานและมีความรับผิดชอบ โดยปกติมาถึงโรงเรียนตั้งแต่ประมาณ 07.00 น. และหลังเลิกเรียนจะฝึกซ้อมวงโยธวาทิตให้นักเรียนอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเคยพานักเรียนเข้าร่วมการแข่งขันด้านดนตรีและวงดนตรีลูกทุ่งประกอบแดนเซอร์ของโรงเรียน และได้รับรางวัลในระดับประเทศหลายครั้ง สร้างชื่อเสียงให้กับโรงเรียน

อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารระบุว่า ไม่เคยพบเห็นพฤติกรรมตามที่มีการร้องเรียนมาก่อน โดยที่ผ่านมาเห็นว่าครูกับนักเรียนมีความใกล้ชิดและดูแลกันในลักษณะเหมือนลูกหลาน เมื่อทราบเรื่องจึงรีบเดินทางไปพบผู้ปกครอง เพื่อรับฟังข้อเท็จจริงและขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมระบุว่า หากมีการใช้อาวุธตามที่มีการกล่าวถึงจริง เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นเรื่องรุนแรงและแตกต่างจากการเล่นหรือหยอกล้อทั่วไป

สำหรับครูผู้ถูกกล่าวหา ขณะนี้หน่วยงานต้นสังกัดมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติการสอนและหน้าที่อื่นใดที่ต้องปฏิบัติต่อนักเรียนเป็นการชั่วคราว เพื่อเข้าสู่กระบวนการสอบสวนทางวินัย โดยต้องรอผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องก่อนดำเนินการในขั้นตอนต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความคืบหน้าด้านคดี พนักงานสอบสวนเตรียมนัดสหวิชาชีพเพื่อสอบข้อเท็จจริงและรับข้อมูลจากเด็กหรือเยาวชนผู้เสียหายทั้ง 4 ราย จากนั้นจะออกหมายเรียกครูผู้ถูกกล่าวหาเข้ามาสอบปากคำ เพื่อรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน ก่อนพิจารณาดำเนินการตามกฎหมาย

ส่วนการตรวจร่างกายเด็กผู้เสียหายทั้ง 4 ราย ล่าสุดมูลนิธิปวีณา หงสกุล ได้เข้ามาช่วยเหลือและนำเด็กทั้งหมดไปตรวจร่างกายแล้ว เพื่อจัดเก็บผลการตรวจไว้เป็นหลักฐานประกอบการดำเนินคดี