ระบบสุขภาพปฐมภูมิ ถือเป็นหัวใจสำคัญและเป็นประตูด่านแรกในการดูแลสุขภาวะของประชาชนไทย
การขับเคลื่อนระบบบริการสุขภาพให้มีความเข้มแข็ง ปลอดภัย และก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของสังคม จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอาศัยการร่วมแรงร่วมใจและการใช้นวัตกรรมในการพัฒนา เพื่อสร้างความยั่งยืนในระยะยาว

ด้วยเหตุนี้ สมาคมสาธารณสุขแห่งประเทศไทย จึงร่วมกับ ชมรมสาธารณสุขแห่งประเทศไทย จัดการประชุมวิชาการสมาคมสาธารณสุขแห่งประเทศไทย ประจำปี 2569 ขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ระหว่างวันที่ 24 – 26 สิงหาคม 2569 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ศูนย์สามพร้าว จังหวัดอุดรธานี ภายใต้หัวข้อหลัก “Innovation of Public Health for Primary Care through Health Development Sustainable 2026” หรือ “สืบสาน พัฒนา ต่อยอด สรรสร้าง เพื่อสุขภาพคนไทยที่ยั่งยืน”
ทั้งนี้ได้รับเกียรติจากนพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานในพิธีเปิดงานดังกล่าว โดยมี นายมนตรี สมบูรณ์ทรัพย์ ประธานชมรมสาธารณสุขแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข และภาคีเครือข่ายหมออนามัยจากทั่วประเทศเข้าร่วมกว่า 4,000 คน สะท้อนถึงความพร้อมใจกันในการมุ่งยกระดับการให้บริการด้านสุขภาพในระดับปฐมภูมิอย่างเป็นระบบและยั่งยืน

การจัดงานมีเป้าหมายสำคัญในการส่งเสริมให้บุคลากรสาธารณสุขพัฒนาผลงานวิชาการ งานวิจัย และนวัตกรรมด้านสุขภาพ พร้อมเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ เพื่อนำไปยกระดับระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิให้มีความเข้มแข็ง ปลอดภัย และสามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์สุขภาพได้อย่างเท่าทัน รวมถึงพัฒนาระบบบริการในระดับพื้นที่ให้มีความต่อเนื่องและไร้รอยต่อ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพ ขณะเดียวกัน ยังให้ความสำคัญกับการเชิดชูเกียรติและสร้างขวัญกำลังใจแก่บุคลากรสาธารณสุขและหน่วยงานที่มีผลงานดีเด่น เพื่อเป็นแรงสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

หนึ่งในภาพสะท้อนศักยภาพของบุคลากรสาธารณสุขไทยคือ การนำผลงานวิชาการมาร่วมประกวดและนำเสนอในเวทีนี้ ทั้งงานวิจัย งานนวัตกรรม งานพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง (Continuous Quality Improvement: CQI) และการพัฒนางานประจำสู่งานวิจัย (Routine to Research: R2R) รวมทั้งสิ้น 289 ผลงาน ซึ่งเป็นตัวเลขที่ยืนยันว่าบุคลากรสาธารณสุขระดับปฐมภูมิไม่เคยหยุดนิ่งในการแสวงหาความรู้และพัฒนาตนเอง เพื่อนำไปต่อยอดการทำงานเพื่อประชาชน

อีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญของงานคือ การได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานโล่รางวัลแก่สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินี (สอน.) โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) และสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ (สสอ.) ดีเด่น โดยผู้ชนะเลิศระดับประเทศ ได้แก่ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านด้ามพร้า อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี

นอกจากนี้ ยังมีการมอบโล่เชิดชูเกียรติแก่สำนักงานสาธารณสุขอำเภอและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลดีเด่นในระดับเขต ระดับจังหวัด และระดับภาค รวมถึงรางวัลผลงานวิชาการดีเด่นกว่า 100 รางวัล เพื่อยกย่องความสำเร็จและความทุ่มเทของบุคลากรในการพัฒนางานและยกระดับการให้บริการสุขภาพแก่ประชาชน
รางวัลครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงเครื่องหมายแห่งความสำเร็จ แต่ยังเป็นกำลังใจให้กับคนทำงานที่อยู่ใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด และเป็นแรงผลักดันให้เกิดการพัฒนางานสาธารณสุขอย่างต่อเนื่อง เพราะระบบสุขภาพที่ดีไม่ได้เกิดขึ้นจากการทำงานของคนใดคนหนึ่ง หากเกิดจากการประสานพลังของบุคลากรทุกระดับ
การประชุมวิชาการสมาคมสาธารณสุขแห่งประเทศไทย ประจำปี 2569 จึงไม่ใช่เพียงเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ หากยังสะท้อน “พลังของคนสาธารณสุข” ที่มุ่งนำประสบการณ์และปัญหาจากพื้นที่มาพัฒนาเป็นองค์ความรู้และนวัตกรรม เพื่อส่งต่อแนวทางที่เป็นประโยชน์สู่ชุมชนในวงกว้าง เสมือนฟันเฟืองในการเชื่อมโยงบริการทางการแพทย์ไปถึงหน้าบ้านของประชาชนทุกคน ทุกความสำเร็จจะแปรเปลี่ยนเป็นพลังผลักดันในการสร้างระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิที่เข้มแข็ง ปลอดภัย และก้าวทันความเปลี่ยนแปลง เพื่อให้คนไทยมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืนไปด้วยกัน



