สถานีคิดเลขที่ 12 : โอกาสเปลี่ยนผ่าน
รัฐสภาเปิดอีกครั้งวันที่ 25 สิงหาคม
เปิดปุ๊บก็พิจารณากฎหมายสำคัญปั๊บ นั่นคือ พิจารณา พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท
เงินกู้ก้อนนี้รัฐบาลบอกว่านำไปใช้ 1.ดูแลผู้ด้อยโอกาส 2.เปลี่ยนผ่านพลังงาน
วัตถุประสงค์ข้อแรกได้แปรเปลี่ยนเป็นโครงการไทยช่วยไทยพลัสไปแล้ว เหลือก็แต่การเปลี่ยนผ่านพลังงาน
เปลี่ยนให้ครัวเรือนที่เป็นผู้บริโภคไฟฟ้ากลายเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าด้วย
เป้าหมาย 1 ล้านครัวเรือน หวังประโยชน์ให้ผู้บริโภคผลิตไฟฟ้าใช้เอง และยังมีไฟฟ้าเหลือส่งต่อรัฐ
หากเป็นไปได้เราคงได้เห็นการคิดค่าไฟฟ้าแบบใหม่
และได้เห็นแหล่งพลังงานไฟฟ้าที่ประชาชนเป็นผู้ผลิตขึ้นมาได้เอง ซึ่งจะนำไปสู่ความยั่งยืน
แนวทางการเปลี่ยนผ่านนี้มิได้มีเพียงพลังงาน หากแต่ประเทศไทยต้องเปลี่ยนผ่านมาทุกด้าน
ด้านเศรษฐกิจ ด้านการศึกษา ด้านทุนมนุษย์ และอื่นๆ
วันก่อนมีโอกาสได้ฟัง ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯและรัฐมนตรี อว. ที่กำลังทำงานเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง
อาจารย์เชนทำให้มองเห็นว่าประเทศไทยมีโอกาสเปลี่ยนผ่านไปได้
ผู้ที่มีส่วนร่วมในการทำให้ประเทศไทยเป็นเช่นนั้น ไม่ได้เป็นภาครัฐ หรือภาคเอกชน แต่ยังมีภาคประชาชนที่มีส่วนร่วมด้วย
ความพยายามผลักดันให้ไทยเปลี่ยนผ่านได้สำเร็จ จำเป็นต้องทำให้คนไทยเข้าใจเป้าหมายที่จะเดินไปข้างหน้า
ขณะที่โลกซึ่งกำลังเปลี่ยนมีอุตสาหกรรมใหม่มากมาย
หากไทยสามารถผลิตอะไรสักอย่างที่เป็นส่วนสำคัญของอุตสาหกรรมใหม่นั้นได้
แม้จะเป็นชิ้นส่วนเพียง 1 ชิ้น แต่ชิ้นส่วนนี้เป็นชิ้นส่วนที่อุตสาหกรรมใหม่ขาดไม่ได้ ทำให้เราสามารถขายได้จำนวนมากและราคาสูง
แต่สิ่งๆ นั้นจะเกิดได้ต้องมีการวิจัย และนำผลสำเร็จจากงานวิจัยไปต่อยอด
สิ่งนี้จะเกิดขึ้นได้รัฐบาลต้องหนุน ภาครัฐต้องเสริม ภาคเอกชนต้องลงทุน
เช่นเดียวกับคนไทยต้องเพิ่มทักษะ กระโดดเข้าสู่การเปลี่ยนผ่าน ทั้งในรูปแบบของแรงงาน และผู้ประกอบการ
ตอนนี้ สอวช.เดินหน้าพัฒนาเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง
ทั้งกลุ่ม IC Design กลุ่มชิปควบคุมพลังงาน ชิปควบคุมแสง (Photonics) และชิปเซ็นเซอร์ และในกลุ่ม PCB และ PCBA
กระทรวง อว.ได้ประกาศแผน Siam Silica Framework เพื่อสร้างความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ด้านเซมิคอนดักเตอร์ กับต่างประเทศ
กำหนดทิศทางพัฒนาในสาขาสำคัญ ได้แก่ Photonics FAB, Advanced Packaging, Silicon Design, Quantum Photonics และ Power Devices
และมีเป้าหมายเพิ่มกำลังคนภายใต้แผน Siam Silica
แนวทางเช่นนี้จำเป็นต้องอธิบายความให้คนในสังคมเข้าใจด้วย
นอกจากจะเข้าใจแนวคิดเปลี่ยนผ่านแล้ว ยังต้องเข้าใจโรดแมปที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ
เรื่องการเปลี่ยนผ่านถ้าผู้คนไม่เข้าใจก็ยากที่จะคืบหน้า เพราะทุกคนต้องการความมั่นคงในอนาคต
ถ้าคนไม่มั่นใจว่าสิ่งใหม่ที่กำลังมานั้นดีกว่าสิ่งที่มีอยู่เดิม คนก็ไม่กล้าเปลี่ยนแปลง
แม้บางทีมองเห็นว่าอาชีพใหม่ ความรู้ใหม่ นั่นคือวิถีใหม่ของชาติ
แต่หลายครั้งก็ปรากฏออกมาว่า อาชีพใหม่และความรู้ใหม่นั้น แม้จะคืออนาคตของโลก แต่ยังไม่มีอนาคตในไทย
ความมั่นใจเช่นนี้จะเกิดขึ้นได้ต้องใช้เวลา
ต้องมีรัฐบาลที่มองเห็นความสำคัญ มียุทธศาสตร์ และแผนงานชัดเจน มีกฎหมายที่อำนวยความสะดวก มีงบประมาณที่แน่นอน มีภาครัฐและภาคเอกชนที่กล้าลงทุน
และต้องทำให้ผู้คนมองเห็นความสำเร็จ
มองเห็นทิศทางและอนาคตของผู้เข้าไปมีส่วนร่วม
เมื่อไหร่คนเข้าใจ และมั่นใจในการเปลี่ยนผ่าน เมื่อไหร่ความร่วมมือเกิดขึ้น
โอกาสเปลี่ยนผ่านสำเร็จก็แลเห็นอยู่ไม่ไกล



