สถานีคิดเลขที่ 12 | นัวเนียการเมือง โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร

1.11.26 | 11:30 น.

เมื่อกล่าวถึง การเมืองใหญ่ของประเทศ

ไม่รู้เห็นเหมือนกันหรือเปล่า ว่าอยู่ในภาวะนัวร์ (NOIR)–มืดๆ มนๆ


อย่าลืมว่า สิ่งที่คู่ขนานมากับการเลือกตั้งใหญ่ที่นำมาสู่รัฐบาล “สีน้ำเงิน” คือ ผลประชามติที่ต้องการให้มีรัฐธรรมนูญใหม่

แต่ เอาเข้าจริงแล้วแทบไม่มีความคืบหน้าใดๆ ในเรื่องนี้

ดังนั้นความคาดหวัง ที่จะเห็นการเมืองที่ “สว่าง” มากกว่าวันนี้แทบจะเป็นศูนย์

Advertisement

การเมืองยังอยู่ในภาวะนัวร์ไปอีกนาน

และแถมยังมีภาวะ “นัวเนีย” เข้ามาผสม อย่างน่าปวดหัว-ปวดใจด้วย

เอาแค่ “ศึกซักฟอก” ซึ่งว่ากันว่า เป็นขั้นตอนปกติธรรมดา ของการตรวจสอบระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติกับฝ่ายบริหาร

แต่ สิ่งที่เราสัมผัสได้ขณะนี้ คือมีความพยายาม ทำให้ “ไม่ปกติ”

ไม่ปกติ เพื่อที่จะกุมความได้เปรียบทางการเมืองในทุกเรื่อง

เพิ่ม ความนัวร์ ให้กับการเมืองยิ่งขึ้นไปอีก

ซึ่ง ก็คงต้องวิพากษ์กันทั้ง 2 ฟากทั้ง ฝ่ายค้าน และฝ่ายรัฐบาล

ฝ่ายค้าน นั้นแน่นอนต้องแสวงหาพยานหลักฐานมายืนยัน ความไม่ไว้วางใจให้มากที่สุด

แต่พยานหลักฐานนั้นก็ควรมีน้ำหนัก น่าเชื่อถือ

ไม่ควรจะเป็นอย่างกรณี “บิลน้ำชา 7 ล้าน” ที่ถูกจุดพลุขึ้นมา (โดยจงใจหรือถูกหลอก ก็ตาม) และเมื่อคนในฝั่งฟากฝ่ายค้านไปขานรับโดยไม่ตรวจสอบให้ดี

นำมาสู่ความเสียหายทางการเมืองอย่างมาก

เพราะฝ่ายรัฐบาลใช้เป็นช่องตอบโต้กลับอย่างไม่ยั้ง

ทั้งการประโคม ในเรื่องความน่าเชื่อถือของข้อมูลฝ่ายค้าน

ทั้งการใช้กฎหมายเล่นงาน โดยมีกลไกรัฐเสริมหนุนให้มีน้ำหนักและความรุนแรงมากขึ้น

เพราะไม่เพียงเรื่องการเผยแพร่ข้อมูลเท็จ หรือหมิ่นประมาทเท่านั้น

หากแต่ คนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งแน่นอนถูกแขวนป้ายตั้งแต่ต้นว่าเป็น “พวกสีส้ม” อาจเข้าข่ายทำผิดมาตรา 112 ด้วย

ตอกย้ำความอันตรายของระบอบสีส้ม ที่ระบอบสีน้ำเงินพร้อมจะพือกระโหมอยู่แล้ว

นอกจากพือกระโหมแล้ว ยังหาช่องทางเล่นงานฝ่ายค้านในทุกช่องทางด้วย

ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าทางฝั่งฟากรัฐบาล มีความช่ำชองทางการเมือง ที่พร้อมจะย้อนศรฝ่ายค้านในทุกเรื่อง

ตั้งแต่ เรื่องวาทกรรมทางการเมือง ทั้ง นายกรัฐมนตรี โฆษกรัฐบาล ฝ่ายกฎหมายของพรรคภูมิใจไทย พ่วงไปถึง บิ๊กข้าราชการบางคน ที่ตอนนี้ พร้อมจะฟาดฝ่ายค้านอย่างหนักๆ

เป็นที่คาดหมายว่า ในห้วงระยะเวลา 1 เดือนก่อนศึกซักฟอกจะเกิดขึ้น ฝ่ายการเมืองสีน้ำเงินและฝั่งฟากรัฐบาลคงจะใช้ทุกช่องทาง เพื่อดิสเครดิต ลดความน่าเชื่อถือของพรรคฝ่ายค้าน

และอาจจะมีประเด็นใหม่ๆ โผล่ขึ้นมาให้ฝ่ายค้านต้องหาทางแก้อีก

อย่างปมเรื่องอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 152 ก่อนซักฟอกก็กำลังถูกขยายผลไปในทาง “อ่อนหัด” ของฝ่ายค้านอีก

แน่นอน สำหรับพรรคสีน้ำเงิน ซึ่งถนัดเกมตาต่อตา ฟันต่อฟัน และแถมยังมีข้าราชการที่เติบโตมากับการ “ต้องเลือกข้าง” เป็นกลไก คงเดินเกมรุกกลับฝ่ายค้านอย่างไม่ยั้งแน่

ภาวะ “นัวเนีย” ทางการเมืองคงทวีคูณขึ้น อย่างไม่ต้องสงสัย

ดังนั้น พรรคฝ่ายค้าน คงต้องมีสมาธิดีๆ กับการทำการบ้านและหาข้อมูล พยานหลักฐานมามัดฝ่ายรัฐบาลให้ได้

ซึ่งจะทำได้แค่ไหนก็ยังไม่แน่ใจนัก

เพราะมักมีอะไร “หลวมๆ” ปรากฏให้เห็นอยู่ตลอด

จะสู้กับระบอบสีน้ำเงิน ต้องรัดกุม