หน้าแรก เศรษฐกิจ สภาผู้บริโภค ...

สภาผู้บริโภค 14 จว.เตรียมฟ้อง กสทช. ผิด ม.157 ละเว้นฯหน้าที่ อวยดีลทรูดีแทค

15.09.22 | 15:30 น.

สภาผู้บริโภค 14 จังหวัด เตรียมฟ้อง กสทช. ผิด ม.157 ละเว้นฯหน้าที่ อวยดีลทรูดีแทค ท้าเปิดเวทีฟังเสียงทั่วประเทศ เตรียมชงผู้ว่าฯ ปลุก ปชช. ตื่นตัวป้องสิทธิตัวเอง

น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ ประธานอนุกรรมการด้านการสื่อสารโทรคมนาคมและเทคโนโลยีสารสนเทศ สภาองค์กรของผู้บริโภค (สอบ.) และอดีตกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวในเวทีเสวนาวิชาการผลกระทบการผูกขาดมือถือต่อสิทธิพลเมืองในยุค 5G ว่า ควรมีการขยายการรับรู้ กรณีการควบรวมกิจการระหว่างบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค ไปยังประชาชนทั่วประเทศ โดยเบื้องต้นอาจมีการเปิดเวทีเพื่อหารือร่วมกันภายในเครือข่ายองค์กรพัฒนาเอกชน ซึ่งมีอยู่หลากหลายกลุ่ม และอาจเป็นกลุ่มที่ไม่เกี่ยวข้องกับผู้บริโภคโดยตรง

อาทิ กลุ่มแรงงาน ที่จะได้รับผลกระทบจากราคาค่าบริการที่เพิ่มสูงขึ้น กลุ่มผู้พิการ ที่จำเป็นต้องได้รับสิทธิในการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตที่สะดวกและรวดเร็ว และผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (โอเปอเรเตอร์) จะต้องให้ความสนใจมากขึ้น เพราะเป็นกลุ่มที่ต้องไม่ถูกหลงลืม รวมถึงกลุ่มผู้สูงอายุ โดยให้แต่ละกลุ่มรวบรวมข้อเสนอแนะ ประกาศเจตนารมณ์ เพื่อนำไปสู่การเคลื่อนไหวของเครือข่ายสภาองค์กรของผู้บริโภคในแต่ละจังหวัด และเสนอแนะไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด

น.ส.สุภิญญากล่าวว่า อย่างไรก็ตาม การร่วมมือกันของหลายภาคส่วนนี้อาจไม่ใช่แค่ติดตามกรณีการควบรวมกิจการระหว่างทรูและดีแทคเท่านั้น แต่เพื่อผลักดันเรื่องสิทธิพลเมืองในยุค 5G ทั้งเรื่องราคาค่าบริการ คุณภาพของโครงข่าย และสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกของข้อมูลส่วนบุคคลด้วย เพราะในอีก 5-10 ปีข้างหน้า โลกจะก้าวเข้าสู่ยุคอินเตอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ (ไอโอที) อย่างเต็มรูปแบบเพิ่มมากขึ้น ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของแต่ละคน จะต้องผูกพันกับสัญญาณอินเตอร์เน็ตเพิ่มมากขึ้น ดังนั้น จะทำอย่างไรให้เรื่องนี้กลายเป็นวาระสำคัญที่รัฐบาล และสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จะต้องใส่ใจและฟังเสียงจากภาคประชาชน

“ที่ผ่านมา แม้ กสทช. เคยเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับการควบรวมกิจการในด้านต่างๆ ไปแล้ว แต่ยังไม่เพียงพอ และกระจุกตัวอยู่เฉพาะในพื้นที่กทม. เท่านั้น จึงอยากเชิญชวน กปภช. ร่วมกับสภาองค์กรของผู้บริโภค เข้ายื่นหนังสือถึง กสทช. หรือรัฐบาล เพื่อเรียกร้องให้ กสทช. มอบหมายสำนักงาน กสทช. ซึ่งมีสำนักงานระดับภูมิภาคเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนต่อเรื่องนี้ และนำข้อเสนอที่ได้มาประมวลเพื่อใช้ประกอบการพิจารณา เพราะ กสทช. ควรฟังเสียงผู้ใช้อินเตอร์เน็ตทั่วประเทศ ก่อนจะตัดสินว่า จะอนุญาตให้ควบรวมกิจการหรือไม่” น.ส.สุภิญญากล่าว

Advertisement

ขณะที่ น.ส.สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสำนักงานสภาองค์กรของผู้บริโภค (สอบ.) กล่าวว่า 5 เหตุผลที่ผู้บริโภคต้องคัดค้านการควบรวมกิจการ ประกอบด้วย 1.ผลการศึกษาของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ), ศูนย์ความรู้นโยบายสาธารณะเพื่อการเปลี่ยนแปลง (101 PUB) รวมถึงคณะอนุกรรมการด้านต่างๆ ที่ กสทช. แต่งตั้งขึ้นเพื่อพิจารณาดีลการควบรวมนี้ ระบุชัดเจนว่า การควบรวมกิจการจะส่งผลให้ราคาค่าบริการแพงขึ้นแน่นอน เฉลี่ยอยู่ที่ 12-244% โดยราคาค่าบริการที่แพงขึ้นนั้นไม่มีหลักประกันที่ชัดเจนจาก กสทช.ว่าจะกำกับดูแลได้ 2.การควบรวมกิจการ ทำเกิดการผูกขาดตลาด ไม่สนับสนุนให้เกิดผู้เล่นรายใหม่ ด้วยปัจจุบันที่มีผู้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบโครงข่ายเสมือน หรือ MVNO จำนวนน้อยอยู่แล้ว ดังนั้น ตลาดจึงไม่เกิดการแข่งขันกันอย่างแท้จริง

และ 3.การควบรวมกิจการ ผู้บริโภคได้รับประโยชน์ และเพื่อก้าวไปสู่เทคคอมปานี ไม่จริงตามที่ผู้ขอควบรวมกล่าวอ้าง และไม่สามารถเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมได้ เพราะในอนาคตโทรศัพท์มือถือจะถูกลดบทบาท โดยการเข้าแทนที่ของไอโอที และไอโอทีนี้จะกลายเป็นธุรกิจในอนาคต ดังนั้น แม้ค่าบริการเสียงจะลดลง แต่โอเปอเรเตอร์จะมีรายได้จากการใช้งานอินเตอร์เน็ตมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้บริโภคต้องจ่ายค่าอินเตอร์เน็ตแพงขึ้นในอนาคตได้

“สภาองค์กรของผู้บริโภคจะทำหน้าที่อย่างเต็มที่ โดยผ่านเครือข่าย 14 จังหวัด ที่จะเคลื่อนไหวเพื่อต่อต้านเรื่องนี้ และอยากเชิญชวนเครือข่ายอื่นๆ ในการทำงานร่วมกันเพื่อสร้างความตื่นตัว ซึ่งหลายคนถามว่า เมื่อควบรวมกิจการแล้วผู้บริโภคจะได้อะไร แต่ส่วนตัวคิดว่าเสียอะไรมากกว่า เพราะนอกจากราคาค่าบริการที่เพิ่มขึ้น การผูกขาดตลาด ยังจำกัดทางเลือกของผู้บริโภค ดังนั้น กสทช. ในฐานะองค์กรกำกับดูแล จึงมีอำนาจในการพิจารณาและต้องทำหน้าที่ ซึ่งถ้ายังไม่ทำ ก็ขอเชิญชวนทุกคนให้ร่วมกับพรรคก้าวไกล ยื่นฟ้อง กสทช ความผิดฐานขัดมาตรา 157 เข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ดังนั้น การพิจารณาเรื่องควบรวมกิจการจึงเป็นความท้าทาย ทั้งจริยธรรม ความรับผิดชอบของ กสทช. ชุดปัจจุบัน และหวังอย่างยิ่งว่า จะรักษาเกียรติภูมิและทำหน้าที่อย่างดีที่สุด ในการรักษาผลประโยชน์ของผู้บริโภค โดยเฉพาะศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ด้านการคุ้มครองผู้บริโภค ยิ่งมีความคาดหวังมากกว่า กสทช. ท่านอื่นๆ” น.ส.สารีกล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง: