‘มติชน’ เปิดเวที ‘Energy for Tomorrow วาระโลก-วาระประเทศไทย 2023’

‘มติชน’ เปิดเวที ‘Energy for Tomorrow วาระโลก-วาระประเทศไทย 2023’ ‘สุพัฒนพงษ์’ นำเสวนายุทธศาสตร์พลังงาน “วัฒนพงษ์-ดร.คงกระพัน-สุโรจน์-ดร.เกษรา” ร่วมเปิดโรดแมป แชร์มุมมองฝ่าวิกฤตและรับมือผลกระทบหลากมิติ’

เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม เวลา 13.15 น. ที่สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ ชั้น 5 สามย่านมิตรทาวน์ หนังสือพิมพ์มติชน จัดเสวนา หัวข้อ “Energy for Tomorrow วาระโลก วาระประเทศไทย 2023” โดยมีนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯและ รมว.พลังงาน ปาฐกถาพิเศษ “พลังงาน : วาระโลก-วาระประเทศไทย 2023” จากนั้น นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผอ.สนพ. ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ซีอีโอ GC นายสุโรจน์ แสงสนิท รองประธานกรรมการบริหาร MG และ ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ เสนาดีเวลลอปเม้นท์ เปิดโรดแมปพลังงาน ร่วมเปิดโรดแมป-นวัตกรรม-แผนธุรกิจฝ่าวิกฤตพลังงาน

โดย นายวรศักดิ์ ประยูรศุข บรรณาธิการ มติชน เปิดเผยว่า ปัญหาวิกฤตพลังงานที่ทุกประเทศหวาดวิตก ทั้งความขัดแย้งจากสงครามรัสเซียกับยูเครน ส่งผลต่อการนำเข้าและส่งออกพลังงาน ราคาน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติเพิ่มสูงขึ้น เกิดภาวะเผชิญความเสี่ยงทั้งปัญหาขาดแคลนพลังงาน ปัญหาเงินเฟ้อ ทำให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจเกิดความชะงักงัน

ในส่วนของประเทศไทย ปัญหาพลังงานเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่กระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจของประเทศ หลังจากต้องต่อสู้กับไวรัสโควิด-19 ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ข้อมูลจากสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เผยว่า ไทยต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงานถึง 76% ในปี 2564 ขณะที่ภาครัฐถือเป็นหน่วยงานหลักในการเตรียมแผนรับมือ รวมทั้งต้องมียุทธศาสตร์ในการจัดหาแหล่งพลังงาน เช่น การหันมาใช้พลังงานบริสุทธิ์ สร้างระบบให้ประเทศมีพลังงานใช้อย่างยั่งยืน

Advertisement

นายวรศักดิ์กล่าวว่า จากโจทย์ปัญหาดังกล่าว เครือมติชนเป็นองค์กรสื่อ ซึ่งปีนี้ ดำเนินการมาถึงปีที่ 45 ได้จัดเวทีเสวนา สัมมนา ในประเด็นปัญหาสำคัญๆ มาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งได้ติดตามสถานการณ์ต่างๆ มาโดยตลอด เห็นว่าประเทศไทยควรเร่งเตรียมความคิด สร้างความพร้อมเพื่อรับมือกับวิกฤตดังกล่าว พร้อมทั้งเผยแพร่แนวทางในการรับมือกับวิกฤตนั้น จึงเปิดเวทีสัมมนา ‘Energy for Tomorrow วาระโลก-วาระประเทศไทย 2023’ เพื่อระดมความรู้ทั้งจากฝ่ายนโยบาย รวมถึงทรรศนะ และความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้รู้ในสายงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อเป็นอีกหนึ่งพลังในการเสริมสร้างให้วาระพลังงานของประเทศ เดินหน้าและขับเคลื่อนต่อไปอย่างถูกต้อง เข้มแข็งและยั่งยืน อันจะเป็นประโยชน์ ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ และความผาสุกของประชาชน

สำหรับเวทีเสวนา ‘Energy for Tomorrow วาระโลก-วาระประเทศไทย 2023’ เริ่มด้วย นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวปาฐกถาพิเศษ เปิดงานสัมมนา หัวข้อ “พลังงาน : วาระโลก-วาระประเทศไทย 2023” จะอธิบายให้เห็นถึงนโยบายและยุทธศาสตร์การรับมือของภาครัฐเกี่ยวกับวิกฤตพลังงานที่มีผลกระทบต่อประเทศ รวมทั้งแผนการส่งเสริมพลังงานสะอาด คาร์บอนซีโร่ที่จะเข้ามาแทนที่พลังงานจากฟอสซิล ตลอดจนความหวังที่ประเทศไทยจะฝ่าวิกฤตพลังงาน และได้รับรู้แนวทางที่รัฐบาลผลักดันในขณะนี้ และผลลัพธ์ที่จะได้เห็น ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในทิศทางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในปี 2566

ขณะที่ นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน ร่วมบรรยายพิเศษ “Road Map พลังงานไทย” ซึ่งเป็นอีกหน่วยงานหลักต่อการกำกับดูแลพลังงานชาติ โดยจะฉายภาพให้รับรู้ถึงสถานการณ์พลังงานของประเทศในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปี พ.ศ.2565 และคาดการณ์ในปี พ.ศ.2566 รวมทั้งนโยบายของกระทรวงพลังงานในการบริหารจัดการเชื้อเพลิงเพื่อดูแลค่าครองชีพของประชาชน ตลอดจนจะได้อัพเดตแผนพลังงานชาติเพื่อไปสู่เป้าหมาย Net Zero ในปี ค.ศ.2050

ส่วน ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) บรรยายพิเศษหัวข้อ “ธุรกิจยั่งยืน ปรับตัวมุ่งสู่ Net Zero” จะได้รับฟังมุมมอง และการบริหารจัดการของกิจการต่างๆ และธุรกิจในห้วงเวลาที่การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศเป็นเรื่องที่มีผลมากขึ้น และการบริหารพลังงานจำเป็นต้องคำนึงถึงเรื่องนี้ ตลอดจนแนวทางการปรับตัวไปสู่ Net Zero ในปี ค.ศ.2050 ควรเริ่มต้น หรือปรับตัวอย่างไร เวทีนี้จะมีคำตอบและข้อมูลที่เป็นประโยชน์

อีกหนึ่งไฮไลต์เป็นการเสวนา หัวข้อ “มุมมองธุรกิจ ทิศทางพลังงานไทย 2023” โดย นายสุโรจน์ แสงสนิท รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด ค่ายเอ็มจี (MG) และ ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งนายสุโรจน์ จะชี้ให้เห็นสถานการณ์พลังงานโลกต่อธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าของไทย และตลาดโลก อีกทั้งให้มุมมองในฐานะผู้นำตลาดรถยนต์ไฟฟ้ารายแรกๆ ของไทย ถึงโอกาสและมูลค่าการค้าในไทย สะท้อนแพคเกจอีวีของภาครัฐ แผนตลาดผลิต และการทำตลาดในประเทศ และส่งออกของรถเอ็มจี รวมทั้งข้อเสนอต่อภาครัฐ ในการขับเคลื่อนยานยนต์ไฟฟ้าของไทย

ด้าน ดร.เกษราจะสะท้อนปัญหา อุปสรรค การทำธุรกิจโซลาร์รูฟท็อป แนวโน้มของธุรกิจอีก 3-5 ปีข้างหน้าเป็นบลูโอเซียน หรือเรดโอเซียน รวมทั้งข้อเสนอให้รัฐบาลต้องเข้ามาสนับสนุนภาคธุรกิจ และเสนอแนวทางให้เห็นว่าประโยชน์ที่ประชาชนและภาคธุรกิจได้รับเมื่อติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป พร้อมอัพเดตเทรนด์ การพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยในยุคที่ค่าครองชีพเพิ่มสูงขึ้นว่าควรจะมีแนวทางเป็นอย่างไร โดยมี นายบัญชา ชุมชัยเวทย์ ผู้ประกาศข่าวชื่อดัง เป็นผู้ดำเนินรายการ

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image