กฟผ.วางแผนพัฒนา SMR 5 ระยะ เตรียมบุคลากร-สร้างความเข้าใจประชาชน มุ่งพลังงานทางเลือกสู่ Net Zero ชี้ 6 ปัจจัย รัฐต้องชัด กฎหมายพร้อม ประชาชนยอมรับ
เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม ที่ห้องอินฟินิตี้ 1 – 2 โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ (รางน้ำ) กองบรรณาธิการมติชน จัดสัมมนาพิเศษในหัวข้อ ‘NEW ENERGY FOR THAILAND เปลี่ยนผ่านพลังงาน เดิมพันอนาคตไทย’
โดยเมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. เข้าสู่การเสวนาในหัวข้อ SMR : พลังงานสะอาดสู่ความมั่นคงทางพลังงานไทย? โดยมีผู้ร่วมเสวนา ประกอบด้วย นายเอกรัฐ สมินทรปัญญา ผู้ช่วยผู้ว่าการแผนงานโรงไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ศ.ดร.สมบูรณ์ รัศมี หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมนิวเคลียร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, นายนที สิทธิประศาสน์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และนายศิริเมธ ลี้ภากรณ์ ผู้จัดการใหญ่ และรักษาการประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC ดำเนินรายการโดย นายบัญชา ชุมชัยเวทย์
นายเอกรัฐ กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณ มติชนที่ได้ให้เกียรติเชิญทาง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) มาร่วมเสวนาในครั้งนี้ โดยในส่วนของกฟผ. มีการดำเนินงานทางด้านพลังงานและทางด้านสิ่งแวดล้อม ภายใต้กลยุทธ์ที่เรียกว่า Triple S คือ Source Transformation ,Link Co-creation, Support Measures Mechanism

“โรงไฟฟ้า SMR เป็นประเภทหนึ่งของโรงไฟฟ้าที่เราจะศึกษา และเตรียมความพร้อมในการที่จะดำเนินการ โดยหวังว่าจะเป็นโรงไฟฟ้าทางเลือกอีกประเภทหนึ่ง ในการที่สนับสนุนประเทศ สู่เป้าหมาย Net Zero
โรงไฟฟ้าSMR เดินเครื่องได้ 24 ชม. ต่อเนื่องกันได้ 7วัน/สัปดาห์ การผลิตในช่วงระหว่างการผลิตไฟฟ้าจะไม่ปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
นอกจากการผลิตที่เรา สามารถควบคุมคุณภาพ ได้ง่ายได้สะดวก การขนส่งก็ทำได้ง่าย การติดตั้งก็ทำได้เร็ว ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นคุณสมบัติที่พิเศษเพิ่มมากขึ้น รวมถึงระบบความปลอดภัย ของโรงไฟฟ้า SMR ซึ่งใช้ความปลอดภัยที่เรียกว่า ระบบ Passive หมายถึง ในกรณีที่ระบบไฟฟ้า หรือโรงไฟฟ้า ไม่มีพลังงานไฟฟ้า หรือพลังงานไฟฟ้าถูกตัดจากระบบ จะมีแหล่งน้ำที่เรากักเก็บไว้บริเวณสูง ไหลลงสู่ที่ต่ำ เพื่อมาหล่อเย็นระบบ อันนี้เป็นส่วนหนึ่งที่จะให้เห็นถึงตัวอย่างระบบความปลอดภัยโรงไฟฟ้าSMR ที่เพิ่มมากขึ้นจากอดีต” นายเอกรัฐ กล่าว

นายเอกรัฐ กล่าวต่อไปว่า สำหรับการดำเนินการพัฒนาโรงไฟฟ้า SMR ของกฟผ. สามารถแบ่งออกเป็น 5 ระยะ โดยระยะแรกจะศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการเบื้องต้น ซึ่งจะดูในเรื่องของเทคโนโลยี พื้นที่ เรื่องกฎหมายและอื่น ๆ รวมถึงสิ่งแวดล้อม
“เราจะต้องดูถึงสถานที่ตั้งที่เหมาะสม ในเบื้องต้นจะต้องมีการจัดทําแผนพัฒนาโครงการ ในภาพรวมทั้งหมดทั้งระบบ ซึ่งจะเห็นได้ว่าปัจจุบัน ตามที่ทราบคือว่า แผนPDP ฉบับร่างมีการบรรจุ โรงไฟฟ้า SMR เข้าไปในแผนแล้ว คือโครงการในระยะที่1 ก็เป็นส่วนที่สำคัญที่ให้เห็นภาพว่าปัจจุบันประเทศไทย เรามีแผน PDP ที่บรรจุโรงไฟฟ้าSMR เป็นแผน PDP ฉบับร่าง” นายเอกรัฐ กล่าว
นายเอกรัฐ กล่าวต่อไปว่า ระยะที่ 2 หลังจากที่รัฐบาลหรือประเทศสืบหาความเหมาะสมของทั้งระบบ ในเชิงลึก จะต้องมีการศึกษาผลกระทบในเชิงสิ่งแวดล้อม และจะมีการขออนุมัติโครงการ และขออนุญาติติดตั้ง ซึ่งเป็นส่วนที่ต้องดำเนินการในช่วงระยะที่ 2
ส่วนถัดมาระยะที่ 3 จะเข้าสู่ช่วงระยะเวลาในการที่เราจะก่อสร้างโรงไฟฟ้า SMR ซึ่งโรงไฟฟ้า SMR จะสามารถก่อสร้างได้เร็วกว่าปกติ เมื่อเทียบกับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ แบบเก่า ที่ใช้เวลา 5-6ปี ซึ่งแล้วแต่เทคโนโลยีด้วยเช่นกัน

“เมื่อก่อสร้างเสร็จ จะผ่านไปสู่ช่วงระยะที่4 ในช่วงการเดินเครื่อง โรงไฟฟ้า SMR มีคุณสมบัติที่ดีอยู่อย่างหนึ่ง เราสามารถเดินเครื่องได้ถึง 60-80 ปี เมื่อเทียบกับโรงไฟฟ้าฟอสซิล หรือแม้แต่โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนแบบปกติก็จะเดินเครื่องประมาณ 25 ปี เพราะฉะนั้นโรงไฟฟ้าSMR ก็มีข้อดี อยู่จุดนี้ที่สำคัญที่เราสามารถเดินเครื่องได้ต่อเนื่อง” นายเอกรัฐ กล่าว
นายเอกรัฐ กล่าวต่อไปว่า ช่วงระยะสุดท้าย คือ ระยะที่5 หลังจากที่โรงไฟฟ้าหมดอายุการใช้งาน เราจะต้องรื้อถอนโรงไฟฟ้า ซึ่งจะมีกระบวนการที่เป็นมาตรฐานที่ต้องดำเนินการ
โดยตั้งแต่ก่อนช่วงระยะที่1 มาจนถึงระยะที่ 5 จะต้องมีการสร้างความรู้ความเข้าใจ ได้การยอมรับจากภาคประชาชน อันนี้ก็เป็นส่วนสำคัญในอีกปัจจัยหนึ่ง

นายเอกรัฐ กล่าวว่า ในส่วนภายในกฟผ.ที่ดําเนินการในปัจจุบัน เริ่มจากการตั้งคณะกรรมเพื่อพัฒนาโรงไฟฟ้า SMR เพื่อศึกษาความเป็นไปได้เบื้องต้น ดูเรื่องความคุ้มทุนทางด้านเศรษฐศาสตร์ วางแผนสร้างความรู้ความเข้าใจ รวมถึงแผนพัฒนาบุคลากร ซึ่งเป็นสิ่งที่ได้เริ่มดำเนินการไปแล้ว
ปัจจุบันกฟผ.อยู่ในช่วงจ้างที่ปรึกษา ในการที่จะศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ เราจะดูว่าพื้นที่ที่มีศักยภาพเบื้องต้นมีพื้นที่ไหนบ้าง พื้นที่ใดที่ไม่เสี่ยงต่อแผ่นดินไหว เป็นต้น
“เรามีความร่วมมือ MOU กับบริษัทหน่วยงาน องค์กรทั้งในและต่างประเทศ เช่น ปัจจุบัน เรามีMOU กับทาง ภาควิชาวิศวกรรมนิวเคลียร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีความร่วมมือกับบริษัทประเทศเกาหลีใต้ ประเทศจีน องค์ในสหรัฐอเมริกาเป็นต้น เพื่อที่จะศึกษาเรียนรู้ เพิ่มเติม ความรู้ทางด้าน SMR” นายเอกรัฐ กล่าว
นายเอกรัฐ กล่าวต่อถึงด้านการพัฒนาบุคลากรว่า การพัฒนาบุคลากรเรามีการร่วมมือกับหน่วยงานที่สำคัญ เช่น สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ IAEA

“บุคคลเหล่านี้ จะมีการอัพสกิลหรือรีสกิลให้เขารวมถึงมีการรับสมัครพนักงานใหม่ที่จบทางด้านนิวเคลียร์ ในการเตรียมพร้อม หรือส่งพนักงานเหล่านี้ไปเรียนต่อ ไปอบรมทำงานในต่างประเทศ เพื่อเพิ่มความรู้ความพร้อม” นายเอกรัฐ กล่าว
ต่อมานายเอกรัฐ กล่าวในเรื่องของการสร้างความรู้ ความเข้าใจในการมีส่วนร่วมของประชาชน
“ทางเราจะหาโอกาสหรืองานลักษณะนี้ มาสร้างความรู้ความเข้าใจ ให้มีการรับรู้และเกิดการยอมรับมากขึ้น สิ่งหนึ่งที่เราดำเนินการอยู่ ยกตัวอย่าง 2 อัน ตัวอย่างแรก คือการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยสร้างความรู้ความเข้าใจแก่พลังงานจังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งจะเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการส่งต่อองค์ความรู้และสร้างความเข้าใจในวงกว้าง
อีกส่วนหนึ่งคือการสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับน้องๆ นักเรียนและนักศึกษา เพราะถ้ามองตามไทม์ไลน์ของการพัฒนาโครงการ ต้องใช้ระยะเวลามากกว่า 10 ปี คนรุ่นใหม่ในวันนี้จะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนโครงการ แต่รุ่นผู้ใหญ่ก็ต้องเก่งด้วย” นายเอกรัฐ กล่าว

ต่อมา นายเอกรัฐ กล่าวถึง บทเรียนสำคัญ 6 เรื่อง ได้แก่ เรื่องที่ 1 คือเรื่องของภาครัฐหรือรัฐบาล ต้องมีนโยบายที่ชัดเจน และมีการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง
เรื่องที่ 2 เป็นเรื่องของกฎหมาย ตัวระเบียบ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งกฎหมายเราบางตัวบางเรื่องยังไม่มี ซึ่งต้องจัดทำ
เรื่องที่ 3 เป็นเรื่องของเทคโนโลยี ที่มีความพร้อมสูง เช่น เทคโนโลยีที่ได้รับการกรอง จากองค์กรระดับโลก

เรื่องที่ 4 ความโปร่งใสเปิดรับการจรวจสอบซึ่งจะต้องปรึกษาIAEA หรือองค์กรระดับโลก
เรื่องที่5 เรื่องของการพัฒนาบุคลากร ให้มีความพร้อม และมีระยะเวลามากพอ
ส่วนเรื่องที่6 การยอมรับของภาคประชาชน ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญ คิดว่าโรงไฟฟ้าSMR จะเป็นทางเลือกที่เป็นพลังงานสะอาด ที่จะช่วยขับเคลื่อนประเทศ ให้เติบโตอย่างยั่งยืน
ในช่วงสุดท้ายนายเอกรัฐ แสดงความเห็นในเรื่องการก้าวข้ามผ่านความท้าทายว่า ตนคิดว่าโรงไฟฟ้า SMR เป็นโรงไฟฟ้าที่เรียกว่าปัจจุบันยังไม่มี ซึ่งเราจะเปลี่ยนถ่ายจากซอสซิล หรือหมุนเวียน โดยเฉพาะฟอสซิลไปสู่ไฟฟ้า SMR และแน่นอนว่า ในเรื่องของนโยบายภาครัฐ หรือเรื่องของกฎหมายกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง ในเรื่องของFacility หรือInfrastructure การแนวทาง ไกไลน์ ของทาง IAEA ก็เป็นสิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการ
“อีกส่วนหนึ่งผมคิดว่าการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน อันนี้สำคัญ เนื่องจากว่ามันเป็นสิ่งที่เราเพิ่งเปลี่ยนผ่าน การเปลี่ยนผ่านใด ๆ ก็ทํามันมักจะต้อง มีผู้เกี่ยวข้องอยู่หลายภาคส่วน ภาครัฐภาคเอกชน ภาคประชาชน เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ผมเชื่อว่า ถ้า ทุกภาคส่วน ให้การสนับสนุน ความร่วมมือ ร่วมกันดำเนินการ ผมคิดว่าโครงการนี้จะประสบความสําเร็จได้” นายเอกรัฐ กล่าว
- วัฒนพงษ์ เปิดทิศทาง PDP 2026 มองครบทุกด้าน พลิกระบบไฟ ดันพลังงานสะอาด-แบตเตอรี่-สมาร์ทกริด
- สุโรจน์ มองตลาด EV ไทยโตต่อเนื่อง เสนอทบทวนภาษีสรรพสามิตรถนำเข้า-เร่งขยายสถานีชาร์จ
- เอไอ ขึ้นแท่นตัวท็อป ดูดสภาพคล่องโลก สะเทือนงบเปลี่ยนผ่านพลังงาน ชูน้ำมันชีวภาพเพิ่มแต้มต่อศก.
- กัลฟ์ ชี้ Data Center ไม่น่ากลัว ไทยมาช้าแต่ได้เปรียบ ดึงมูลค่าดิจิทัลกลับประเทศ หนุนศก.รับยุคเอไอ

