หน้าแรก ในประเทศ การศึกษา เปิดผลประชาพิ...

เปิดผลประชาพิจารณ์ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาฯ เห็นด้วยกว่า90% เร่งปรับก่อนชง ‘ครม.’ เคาะ

13.09.26 | 15:26 น.

เปิดผลประชาพิจารณ์ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาฯ มั่นใจตอบรับเชิงบวก-เห็นด้วยกว่า90% เร่งปรับรายละเอียด-ก่อนชง ‘ครม.’ เคาะ

นายประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ในฐานะเลขานุการคณะอนุกรรมการสภาการศึกษาเฉพาะกิจเพื่อจัดทำร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. … เปิดเผยความคืบหน้าการจัดทำร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. … ว่า สกศ.ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างกฎหมายดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 27 กรกฎาคม – 25 สิงหาคม 2569 จากทุกภาคส่วน ทั้งครู บุคลากรทางการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา นักเรียน ผู้ปกครอง และประชาชนทั่วประเทศ ผลการรับฟังความคิดเห็นเบื้องต้นพบว่า ได้กระแสตอบรับในเชิงบวก ผู้แสดงความคิดเห็นส่วนใหญ่เห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ.การศึกษาฯ ฉบับใหม่สูงถึงร้อยละ 90 และสนับสนุนให้กฎหมายมีผลบังคับใช้โดยเร็ว เพื่อให้ทันต่อสถานการณ์โลกและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว รวมทั้งต้องเร่งแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ และยกระดับระบบการศึกษาให้สามารถพัฒนาผู้เรียนได้อย่างเต็มศักยภาพ ขณะที่ผู้ไม่เห็นด้วยมีอยู่เพียงส่วนน้อย


“ขณะนี้ คณะอนุกรรมการฯ อยู่ระหว่างนำข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากการรับฟังความคิดเห็นมาวิเคราะห์อย่างละเอียด เพื่อปรับปรุงร่าง พ.ร.บ.การศึกษาฯ ให้มีความสมบูรณ์ รัดกุม และครอบคลุมทุกมิติ โดยยังเป็นไปตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้ และมีแนวโน้มว่าจะดำเนินการได้เร็วขึ้น” นายประวิต กล่าว

นายประวิต กล่าวต่อว่า ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาฯ ฉบับนี้ มีเป้าหมายสำคัญให้เป็นเสมือน ‘ธรรมนูญการศึกษา’ ที่กำหนดทิศทางและกรอบการทำงานร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา โดยให้ทุกฝ่ายสามารถขับเคลื่อนงานภายใต้กรอบเดียวกัน ลดข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง และนำไปสู่การปฏิรูปการศึกษาที่เกิดผลกับผู้เรียนอย่างเป็นรูปธรรม ขั้นตอนต่อไป สกศ.จะเร่งปรับปรุงรายละเอียดของร่างกฎหมาย ก่อนเสนอให้ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) พิจารณา เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติหลักการ โดยคาดว่าจะดำเนินการได้ภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้ เพื่อให้ทันนำเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของรัฐสภาภายในสมัยประชุมที่สิ้นสุดในเดือนธันวาคม 2569

“การดำเนินการที่ผ่านมาไม่พบอุปสรรคหรือข้อขัดข้องสำคัญ เนื่องจากได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเป็นอย่างดี ทุกฝ่ายมีความคาดหวังว่าร่าง พ.ร.บ.การศึกษาฯ ฉบับใหม่ จะสามารถประกาศใช้ได้โดยเร็ว และเป็นสารตั้งต้นในการปลดล็อกข้อจำกัด รวมถึงวางรากฐานการปฏิรูปการศึกษาไทยให้เกิดผลสัมฤทธิ์กับผู้เรียนอย่างแท้จริง” นายประวิต กล่าว

Advertisement