หน้าแรก ในประเทศ กลุ่มผู้เสียห...

กลุ่มผู้เสียหายแจ้งความ อดีตทีมงานรายการดัง หลอกลงทุน–เบี้ยวค่าจ้าง เสียหายกว่า 5 ล้าน

13.09.26 | 17:43 น.

กลุ่มผู้เสียหายรวมตัวแจ้ง สน.หัวหมาก อดีตทีมงานรายการดัง  อ้างหลอกลงทุน–เบี้ยวค่าจ้าง เสียหายกว่า 5 ล้าน

 


เมื่อวันที่ 13 กันยายน ที่ สน.หัวหมาก ผู้เสียหายหลายวงการรวมตัวเข้าแจ้งความที่ สน.หัวหมาก อ้างอดีตทีมงานรายการดังใช้โปรไฟล์วงการสื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ก่อนชักชวนลงทุน–ยืมเงิน เบี้ยวค่าจ้างทีมผลิตสื่อ และระดมทุนโครงการที่อ้างทำเพื่อสังคมและศาสนา ความเสียหายรวมไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท

กลุ่มผู้เสียหายจากหลายวงการรวมตัวเดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่ สน.หัวหมาก เพื่อขอให้ตำรวจตรวจสอบและดำเนินคดีกับอดีตทีมงานรายการดัง หลังอ้างได้รับความเสียหายจากพฤติการณ์หลายรูปแบบ รวมมูลค่าไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท

ผู้เสียหายระบุว่า ผู้ถูกกล่าวหาอาศัยประสบการณ์และโปรไฟล์จากการทำงานด้านสื่อ รวมถึงการเชื่อมโยงกับบุคคลและเครือข่ายต่างๆ มาใช้สร้างความน่าเชื่อถือ ก่อนติดต่อบุคคลในหลายแวดวง โดยมีทั้งกรณีว่าจ้างทีมงานผลิตสื่อ คนลงเสียง คนตัดต่อ คนเขียนบท ทีมข้อมูล และกราฟิก แต่ภายหลังเกิดปัญหาเรื่องการจ่ายค่าจ้าง

Advertisement

นอกจากนี้ ยังมีการกล่าวอ้างถึงการชักชวนทำบุญและร่วมลงทุนในโครงการผลิตสื่อเพื่อสังคมและศาสนา รวมถึงการนำบริษัทแห่งหนึ่งมาเสนอให้ร่วมลงทุนหรือซื้อหุ้น โดยผู้เสียหายบางรายระบุว่าไม่เคยได้รับเอกสารยืนยันการถือหุ้นหรือเอกสารสำคัญของบริษัทตามที่ควรจะได้รับ

ขณะเดียวกัน ผู้เสียหายบางรายยังอ้างว่าเคยถูกขอยืมเงิน โดยผู้ถูกกล่าวหาให้เหตุผลว่าขาดสภาพคล่องและมีเงินจากงานผลิตสื่อที่ยังไม่ได้รับจากผู้ว่าจ้าง พร้อมรับปากว่าจะนำเงินมาคืน แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่ได้รับเงินคืน

คุณพิณณารักษ์ หนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยว่า รู้จักผู้ถูกกล่าวหาจากการเข้าร่วมโครงการร่วมกับเครือข่าย ก่อนจะมีการติดต่อพูดคุยกันต่อมา กระทั่งถูกชักชวนให้ร่วมลงทุนในบริษัทที่อ้างว่าเปิดขึ้นเพื่อดำเนินงานบางอย่าง แต่หลังจากลงทุนแล้วกลับไม่ได้รับเอกสารยืนยันการถือหุ้นหรือเอกสารบริษัทกลับมา

ต่อมาช่วงปลายปี ผู้ถูกกล่าวหาได้ติดต่อมาขอยืมเงิน โดยอ้างว่าขาดสภาพคล่องและต้องนำเงินไปหมุนเวียนในการผลิตงาน เนื่องจากยังรอรับเงินจากผู้ว่าจ้าง พร้อมส่งข้อมูลเกี่ยวกับงาน ภาพทีมงาน และรายละเอียดการผลิตสื่อมาให้ประกอบการชี้แจง ทำให้ในขณะนั้นเชื่อว่ามีงานอยู่จริงและจะสามารถนำเงินมาคืนได้

อย่างไรก็ตาม คุณพิณณารักษ์ระบุว่า เวลาผ่านมาประมาณ 4 ปีแล้ว แต่ยังไม่ได้รับเงินคืน และเมื่อพูดคุยกับบุคคลในเครือข่ายจึงพบว่ามีคนอื่นอ้างว่าได้รับผลกระทบในลักษณะคล้ายกัน ทั้งการถูกขอยืมเงินและการได้รับคำอธิบายเกี่ยวกับเงินที่ติดอยู่กับงานผลิตสื่อ จึงเกิดข้อสงสัยว่าอาจมีรูปแบบพฤติการณ์ที่เกิดขึ้นซ้ำกับหลายราย

ส่วนสาเหตุที่ทำให้เชื่อถือในช่วงแรก คุณพิณณารักษ์กล่าวว่า มาจากการที่เคยรู้จักและร่วมโครงการกันมาก่อน รวมถึงภาพลักษณ์และโปรไฟล์ด้านงานสื่อ การเชื่อมโยงกับเครือข่าย บุคคลในแวดวงสังคม ครูบาอาจารย์ และโครงการที่อ้างว่าทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ทำให้เกิดความไว้วางใจ

ด้าน นายสมศักดิ์ อายุ 45 ปี หนึ่งในผู้เสียหาย กล่าวว่า การรวมตัวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังพบว่ามีผู้ได้รับผลกระทบหลายรายจากหลายอาชีพ ทั้งบุคลากรในวงการสื่อและสารคดี แพทย์ พระสงฆ์และวัด มูลนิธิ องค์กร NGO และอาจารย์มหาวิทยาลัย จึงต้องการนำหลักฐานทั้งหมดเข้าแจ้งความที่ สน.หัวหมาก เพื่อให้ตำรวจตรวจสอบข้อเท็จจริง

นายสมศักดิ์ระบุด้วยว่า ก่อนหน้านี้ผู้เสียหายบางรายเคยแจ้งความหรือลงบันทึกประจำวันไว้แล้ว แต่ยังไม่มีความคืบหน้าที่ชัดเจน จึงตัดสินใจรวมตัวกันเพื่อขอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบทั้งเส้นทางการเงิน สถานะบริษัท โครงการต่างๆ รวมถึงข้อกล่าวหาเรื่องการใช้ชื่อหรือตัวตนของบุคคลอื่น และกรณีเข้าไปอยู่อาศัยในบ้านของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต

ทั้งนี้ กลุ่มผู้เสียหายประเมินว่าความเสียหายจากหลายกรณีรวมกัน ไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท และต้องการให้ตำรวจรวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบข้อเท็จจริง และดำเนินการตามกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม ข้อกล่าวหาทั้งหมดเป็นข้อมูลจากกลุ่มผู้เสียหาย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานของเจ้าหน้าที่ ผู้ถูกกล่าวหายังคงมีสิทธิชี้แจงข้อเท็จจริงและต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม