หน้าแรก ในประเทศ สิ้น พิสิฐ เจ...

สิ้น พิสิฐ เจริญวงศ์ หัวหน้าทีมขุดค้นยุคบุกเบิก ‘บ้านเขียง’ ลูกสาวเผยความทรงจำ ‘ครูผู้มีเมตตา’

7.11.26 | 13:07 น.
ภาพจากเว็บไซต์สาขาวิชานวัตกรรมการจัดการศิลปวัฒนธรรม คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน รายงานข่าวแจ้งว่า ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ดร.พิสิฐ เจริญวงศ์ นักโบราณคดีคนสำคัญของไทย ผู้มีบทบาทในการขุดค้นแหล่งโบราณคดีบ้านเชียง เสียชีวิตแล้วเมื่อเวลา 05.45 น. เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2569 หลังล้มป่วยด้วยโรคมะเร็งปอด

รศ.มัทนา เจริญวงศ์ อาจารย์ประจำคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร และบุตรสาวของ ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ดร.พิสิฐ ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่า คุณพ่อป่วยเป็นมะเร็งปอดระยะที่ 4 ทราบอาการเมื่อประมาณเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา และเข้ารับการรักษาด้วยเคมีบำบัด เนื่องจากไม่สามารถใช้ยามุ่งเป้าได้


โดยเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลตั้งแต่วันที่ 27 ตุลาคมที่ผ่านมา หลังมีภาวะน้ำท่วมปอดและหายใจลำบาก อย่างไรก็ตาม คุณพ่อประสงค์ให้รักษาแบบประคับประคอง (Palliative Care) ไม่กระตุ้นหัวใจและไม่ใส่ท่อช่วยหายใจ โดยแพทย์ให้มอร์ฟีนและยาแก้ปวดเพื่อดูแลอาการ กระทั่งท่านจากไปอย่างสงบ

เมื่อถามถึงคำสอนของคุณพ่อ รศ.มัทนา กล่าวว่า คุณพ่อไม่ได้สอนด้วยการพูด แต่เป็นการทำให้เห็น เช่น ด้วยความเป็นนักโบราณคดี ในช่วงที่ตนยังเด็กและคุณพ่อทำงานอยู่ที่กองโบราณคดี เมื่อถึงช่วงปิดเทอม คุณพ่อจะใช้เวลาอยู่กับลูกด้วยการพาไปเที่ยวตามโบราณสถาน

“เราก็จะไปพิพิธภัณฑ์ในโบราณสถาน พอโตขึ้นมาถึงจุดหนึ่ง ซึ่งก็ไม่รู้ตัวว่าเมื่อไหร่ เราก็ชอบไปพิพิธภัณฑ์ในต่างประเทศ ไปโบสถ์ ไปโบราณสถานของประเทศนั้น ๆ เหมือนมันซึมซับเข้ามาเอง” รศ.มัทนา กล่าว

Advertisement

รศ.มัทนา กล่าวถึงความทรงจำเกี่ยวกับคุณพ่อว่า เป็นคนที่ชอบทำงานและให้ความสำคัญกับงานมาก เห็นคุณพ่อทำงานหนักมาโดยตลอด แต่ก็เป็นคนที่สนุกกับการทำงาน โดยมีบทบาทหลายด้าน ทั้งการทำงานที่ SEAMEO SPAFA (ศูนย์ภูมิภาคว่าด้วยโบราณคดีและวิจิตรศิลป์ ภายใต้องค์การรัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้) เป็นผู้เชี่ยวชาญ เป็นอาจารย์พิเศษ และเคยเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย

“ในบรรดาหมวกต่าง ๆ ที่คุณพ่อมี รู้สึกว่าหมวกความเป็นครูของพ่อจะค่อนข้างชัดที่สุด คือพ่อเป็นคนใจดีและมีเมตตากับลูกศิษย์เยอะมาก พ่อก็เลยเป็นที่รักของลูกศิษย์ พอตัวเองเป็นอาจารย์ บางครั้งก็มีการคุยกันเรื่องการสอนเด็ก ซึ่งจะพบว่าพ่อใจดีมาก อาจารย์สมัยก่อนจะมีเมตตาสูง อยากให้เด็กได้ดีจริง ๆ”

รศ.มัทนา ยกตัวอย่างความใจดีของคุณพ่อว่า หากลูกศิษย์สอบไม่ผ่าน คุณพ่อจะสอนเพิ่มเติมนอกเวลาและพยายามช่วยให้สอบผ่านให้ได้ พร้อมเล่าเรื่องราวที่น่าประทับใจว่า ครั้งหนึ่งเคยไปพิพิธภัณฑ์ทักษิณ หลังได้รับคำแนะนำจากเพื่อนอาจารย์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ว่า มีลูกศิษย์ของคุณพ่อทำงานอยู่ที่นั่น

เมื่อไปพบ ลูกศิษย์คนดังกล่าวเล่าว่า ตอนเรียนปริญญาโทและส่งวิทยานิพนธ์ให้คุณพ่ออ่าน ต้องแก้ไขและส่งกลับไปถึง 20 รอบ โดยส่งเอกสารขึ้นรถทัวร์ไปให้คุณพ่ออ่านและแก้ไขอยู่หลายครั้ง จนเจ้าตัวแซวว่าหากไม่ได้เรียนกับคุณพ่อคงจบไปนานแล้ว

“คือเหมือนเอาจริง ๆ เขารักคุณพ่อ อารมณ์เหมือนกับว่าพ่อดูงานละเอียดมาก และตั้งใจดูให้ทุกครั้งที่ส่งไป เวลาส่งมาคือจะไม่ได้อ่านแต่ของที่แก้ใหม่ แต่อ่านใหม่ให้หมดเลย ทุกรอบ เขาก็เลยมาพาเราไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ เพราะว่ารู้สึกว่าต้องมา เพราะเป็นลูกสาวคุณพ่อ”รศ.มัทนา กล่าว

รศ.มัทนา กล่าวต่อว่า ขณะที่ลูกศิษย์ของตนเองซึ่งเป็นนักศึกษาจากภาคอีสาน เคยไปถ่ายรูปกับอนุสาวรีย์คุณพ่อที่บ้านเชียง แล้วส่งมาให้ดูพร้อมบอกว่า มีคนหน้าเหมือนอาจารย์

“ถือว่าเป็นมุมน่ารัก ๆ ที่เวลาคิดถึงพ่อ ซึ่งเป็นมุมเรื่องอาจารย์ บทบาทนี้ของพ่อจะเด่น” รศ.มัทนา กล่าว

เมื่อถามว่าอยากให้ผู้คนจดจำคุณพ่ออย่างไร รศ.มัทนา กล่าวว่า มองว่าคุณพ่อเป็นมนุษย์คนหนึ่ง ไม่ได้อยากให้มองเพียงว่าเป็นคนเก่งหรือมีชื่อเสียงด้านโบราณคดี แต่อยากให้มองว่าเป็นคนที่มีความฝันของตัวเอง

“เขาชอบและหลงใหลเรื่องโบราณคดีก่อนประวัติศาสตร์ เขาก็ให้ใจกับมันเต็มที่ อย่างตอนที่เขาอายุมาก ๆ ก็ยังมาเล่าว่าจะไปที่นี่ ๆ ไปเป็นกรรมการประเมินมรดกโลก ซึ่งรู้สึกว่าเขาให้ใจกับงานที่ทำ แต่พอกลับบ้านก็เป็นพ่อธรรมดา” รศ.มัทนา กล่าวทิ้งท้าย

สำหรับกำหนดการพิธีบำเพ็ญกุศล หากมีความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป

ทั้งนี้ ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ดร.พิสิฐ เจริญวงศ์ เกิดเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2484 ปัจจุบัน อายุ 85 ปี สำเร็จการศึกษาปริญญาตรี ศิลปบัณฑิต สาขาโบราณคดี จากมหาวิทยาลัยศิลปากร ในปี 2508

และเป็นอาจารย์สอนวิชาโบราณคดีที่มหาวิทยาลัยศิลปากรในปี 2509 ต่อมาได้ทำงานที่กรมศิลปากรเป็นเวลาประมาณ 16 ปี

นอกจากนี้ ยังเคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์ SEAMEO SPAFA และผู้เชี่ยวชาญอาวุโสด้านโบราณคดี มีผลงานสำคัญในการศึกษาค้นคว้าและขุดค้นแหล่งโบราณคดีบ้านเชียง

โดยเป็นหัวหน้าทีมฝั่งไทย ขณะที่ดร.เชสเตอร์ กอร์แมน คือหัวหน้าทีมขุดค้นจาก ม.เพนซินเวเนีย

รวมถึงได้รับปริญญาศิลปศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยศิลปากร ในปี 2544

ข่าวที่เกี่ยวข้อง: ‘บ้านเชียง’ ครั้งแล้วครั้งเล่า เปิดหลักฐานใหม่ เขย่าความรู้เก่า 40 ปีที่ยังไม่มีตอนจบ

อดีตผอ.สปาฟา ชื่นชมสหรัฐแสดงจริยธรรมทางวิชาการ คืนโบราณวัตถุ“บ้านเชียง”