สสส.หนุนทุน ต่อยอดอาชีพ ‘บ้านลานทอง’ โมเดลชุมชนล้อมรักษ์สุโขทัย ฟื้นชีวิตผู้ผ่านการบำบัดอย่างยั่งยืน
มูลนิธิสถาบันและพัฒนาการเรียนรู้ ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการทำงานภายใต้โครงการอำเภอต้นแบบและอำเภอขยายผลการขับเคลื่อนในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในระดับพื้นที่ชุมชนล้อมรักษ์ (CBTx) ผ่านกลไก พชอ. ที่หมู่ 11 บ้านลานทอง ตำบลวังน้ำขาว อำเภอบ้านด่านลานหอย จังหวัดสุโขทัย พร้อมชื่นชมความสำเร็จของชุมชนในการขับเคลื่อนกระบวนการบำบัดและฟื้นฟูผู้ใช้ยาเสพติดโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน โดยมี นพ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ ประธานมูลนิธิสถาบันและพัฒนาการเรียนรู้ ร่วมกับ นายคณิตธวัช บำรุงรัตน์ นายอำเภอบ้านด่านลานหอย และนายมหาชาติ โสภณนิธินาท สาธารณสุขอำเภอบ้านด่านลานหอย ร่วมลงพื้นที่เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กระบวนการ ‘ชุมชนล้อมรักษ์’
การดำเนินงานมุ่งเปลี่ยนมุมมองจาก ‘ผู้เสพ’ สู่ ‘ผู้ได้รับโอกาส’ ผ่านกระบวนการบำบัดและฟื้นฟูทั้งด้านร่างกายและจิตใจ โดยอาศัยความร่วมมือของคนในชุมชน ผู้นำท้องถิ่น และภาคีเครือข่ายในการดูแลอย่างใกล้ชิด ลดการตีตรา และเปิดโอกาสให้ผู้ก้าวพลาดได้กลับมามีที่ยืนในสังคมอีกครั้ง โดยมี นายชัยณรงค์ ลิ้มทอง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลวังน้ำขาว นายกฤษณพงศ์ บุญดี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 11 บ้านลานทอง และผู้ที่ผ่านการบำบัด และคณะทำงานโครงการ เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นผู้ผ่านการบำบัดรายหนึ่ง เล่าถึงโอกาสที่ได้รับหลังเลิกข้องเกี่ยวกับยาเสพติดว่า รู้สึกเหมือนได้ชีวิตใหม่ เพราะชุมชนไม่รังเกียจและให้โอกาสกลับมาประกอบอาชีพ โดยได้รับการสนับสนุนจนสามารถขับรถซาเล้งตระเวนขายผักพื้นบ้านและผลไม้ตามฤดูกาลถึงบ้าน สร้างรายได้เลี้ยงดูตนเองและครอบครัว ทำให้ชีวิตครอบครัวมีความสุขมากขึ้น โดยมีลูกทั้ง 3 คนเป็นกำลังใจสำคัญ ขณะที่แม่คอยให้ความเข้าใจและดูแลตลอดช่วงการเลิกยา พร้อมย้ำว่า หากมีความมุ่งมั่นและตั้งใจแน่วแน่ ทุกคนสามารถเลิกยาได้ แม้อาจต้องใช้เวลา
นพ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ ประธานมูลนิธิสถาบันและพัฒนาการเรียนรู้ กล่าวว่า สสส. เดินหน้าขับเคลื่อนงานด้านยาเสพติดในมิติใหม่ ภายใต้แนวคิด “ผู้ป่วยคือผู้ได้รับโอกาส” มุ่งลดปัจจัยเสี่ยง เสริมสร้างปัจจัยปกป้อง และพัฒนาระบบดูแลต่อเนื่องในระดับพื้นที่อย่างยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับการทำงานด้านสุขภาพควบคู่กับมิติทางสังคม เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ก้าวพลาดได้รับการฟื้นฟูและสามารถกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมีคุณภาพ
นายคณิตธวัช บำรุงรัตน์ นายอำเภอบ้านด่านลานหอย กล่าวว่า การดำเนินงานได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.) อำเภอบ้านด่านลานหอย ได้คัดเลือกปัญหายาเสพติดและสุขภาพจิตเป็นประเด็นสำคัญลำดับ 1 ในการขับเคลื่อน เพื่อแก้ไขปัญหาและส่งเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่
พร้อมกันนี้ มีการแต่งตั้งชุดปฏิบัติการระดับอำเภอ ระดับตำบล และระดับหมู่บ้าน รวมถึงสร้าง ‘ทีม 5 เสืออำเภอ–ตำบล’ ให้มีบทบาทอย่างต่อเนื่องและมีแผนปฏิบัติการที่ชัดเจน โดยความเข้มแข็งของชุดปฏิบัติการยาเสพติดภายใต้กลไก พชอ. จะนำไปสู่การสร้าง ‘ทีมบูรณาการเชิงพื้นที่’ ที่ทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ มีการกำหนดบทบาทหน้าที่ชัดเจน สื่อสารและประสานงานเป็นเอกภาพ รวมถึงใช้ฐานข้อมูลร่วมกันในการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ด้านนายมหาชาติ โสภณนิธินาท สาธารณสุขอำเภอบ้านด่านลานหอย กล่าวว่า การขับเคลื่อนงานผ่านกลไก พชอ. เน้นการบูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย สนับสนุนการคัดกรองด้านการแพทย์และสุขภาพ (Health Screening) เพื่อประเมินและจำแนกระดับผู้ใช้ยาเสพติด รวมถึงจัดทีมบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขจากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ในพื้นที่ เข้าประเมิน คัดกรอง และกำหนดแนวทางการบำบัดรักษาอย่างเหมาะสมและปลอดภัย
นอกจากนี้ ยังมีการดูแลสุขภาพกายและสุขภาพจิตในระดับชุมชน พร้อมวางระบบส่งต่อไปยังโรงพยาบาลบ้านด่านลานหอยในกรณีผู้ป่วยมีอาการรุนแรงหรือซับซ้อน ควบคู่กับการฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจอย่างต่อเนื่อง โดยยึดหลักความเข้าอกเข้าใจและลดการตีตรา
ขณะเดียวกัน มีการอบรมและพัฒนาทักษะให้แก่อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และคนในชุมชน เพื่อให้สามารถทำหน้าที่เป็นผู้ดูแล (Caregiver) ช่วยติดตาม ให้กำลังใจ และประเมินสภาวะสุขภาพจิตของผู้เข้าร่วมโครงการในชีวิตประจำวัน รวมถึงร่วมป้องกันการกลับไปเสพซ้ำ โดยดึงพลังของชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลผู้ก้าวพลาด ให้สามารถเข้าถึงบริการสุขภาพได้อย่างทั่วถึง ปลอดภัย และปราศจากการตีตรา
นอกจากการบำบัดฟื้นฟูแล้ว สสส. และภาคีเครือข่ายยังส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตด้วยการมอบ “ทุนส่งเสริมอาชีพ” ให้แก่ผู้ผ่านการบำบัด เพื่อนำไปประกอบอาชีพขับรถซาเล้งตระเวนขายผักและผลไม้สดในพื้นที่ ซึ่งไม่เพียงช่วยสร้างรายได้เลี้ยงดูตนเองและครอบครัว แต่ยังช่วยฟื้นฟูความไว้วางใจจากคนในชุมชนผ่านการพบปะและพูดคุยในชีวิตประจำวัน
นายกฤษณพงศ์ บุญดี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 11บ้านลานทอง กล่าวว่า ชุมชนใช้วิธีพูดคุย พบปะ และให้กำลังใจกันอย่างต่อเนื่องทุกเดือน โดยสิ่งสำคัญคือการสร้างความไว้วางใจและการยอมรับจากคนในชุมชน เพื่อให้ผู้เข้ารับการบำบัดเชื่อมั่นและกล้าเปิดใจ พร้อมใช้การประนีประนอม สันติวิธี และการสร้างแรงจูงใจในการทำงาน
“โครงการนี้จะประสบความสำเร็จได้ เพราะชาวบ้านให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ทุกคนช่วยกันดูแลและให้โอกาสผู้ที่ก้าวพลาดได้กลับมาเริ่มต้นชีวิตใหม่” นายกฤษณพงศ์ กล่าว
ความสำเร็จของบ้านลานทอง ตำบลวังน้ำขาว จึงถือเป็นอีกหนึ่งโมเดลต้นแบบของจังหวัดสุโขทัย ที่สะท้อนให้เห็นว่าพลังของชุมชนสามารถเป็นกลไกสำคัญในการป้องกัน บำบัด ฟื้นฟู และสร้างโอกาสใหม่ให้ผู้ก้าวพลาดสามารถกลับมายืนหยัดในสังคมได้อย่างยั่งยืน



