วธ.รวมพลัง 5 ศาสนา เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม กระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) โดยกรมการศาสนา จัดพิธีทางศาสนามหามงคล 5 ศาสนา น้อมถวายพระพรชัยมงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาส วันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม โดยมี น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) ประธานในพิธี พร้อมด้วย นายประสพ เรียงเงิน ปลัดวธ. นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม และผู้นำองค์การศาสนา 5 ศาสนา หน่วยงานภาคี เครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

น.ส.ซาบีดา กล่าวว่า วธ. ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมบทบาทของศาสนาในการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมของประชาชน ควบคู่กับการ สร้างความเข้าใจอันดีระหว่างศาสนิกชนทุกศาสนา และการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรมอย่างสันติ ภายใต้สถาบันพระมหากษัตริย์ซึ่งทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทย และทรงทำนุบำรุงศาสนาทุกศาสนาที่ ประชาชนชาวไทยนับถืออย่างเสมอภาค ทั้งนี้ วธ.ให้ความสำคัญกับการนำหลักธรรมทาง ศาสนามาส่งเสริมคุณธรรมของประชาชน ควบคู่กับการสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างศาสนิกชนทุกศาสนา เพื่อให้สังคมไทยอยู่ร่วมกันด้วยความสงบสุข
น.ส.ซาบีดา กล่าวต่อว่า สำหรับส่วนกลาง กรมการศาสนาได้กำหนดจัดพิธี ทางศาสนามหามงคล 5 ศาสนา ณ หอศิลป์แห่งชาติ วธ. โดยมีผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ผู้นำศาสนาทั้ง 5 ศาสนา ศาสนิกชน และประชาชนเข้าร่วมประมาณ 500 คน ภายในงานประกอบด้วยพิธีถวายพระพรชัยมงคล และพิธีทางศาสนาตามหลักศาสนบัญญัติของแต่ละศาสนา ได้แก่ พิธีเจริญพระพุทธมนต์ พิธีดุอาอ์ขอพร พิธีอธิษฐานภาวนาขอพร พิธีสวดมนต์สรรเสริญพระผู้เป็นเจ้า และพิธีสวดอัรดาสและกีรตัน

“นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงศาสนวัตถุจากทั้ง 5 ศาสนา ซึ่งนับเป็นโอกาสสำคัญที่ประชาชนจะได้ เรียนรู้คุณค่าทางประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม และความเชื่อของแต่ละศาสนา พร้อมทั้งจัดแสดงผลิตภัณฑ์ ชุมชนจากองค์การทางศาสนา และการแสดงศิลปวัฒนธรรเฉลิมพระเกียรติ สำหรับส่วนภูมิภาค ขอความร่วมมือสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดทุกจังหวัด ร่วมกับส่วนราชการ องค์การทางศาสนา ภาคเอกชน วัด และศาสนสถานในพื้นที่ จัดพิธีทางศาสนามหามงคล เพื่อให้ศาสนิกชนทุกศาสนาได้ร่วมถวายพระราชกุศล ถวายพระพรชัยมงคล และแสดงความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตามวัน เวลา และสถานที่ที่ เหมาะสมของแต่ละจังหวัด นอกจากนี้ ยังเชิญชวนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน วัด ศาสนสถาน สถานศึกษา และประชาชน ร่วมประดิษฐานพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมประดับธงชาติ และธง วปร. ณ อาคารสถานที่ราชการ วัด ศาสนสถาน สถานศึกษา สำนักงาน และอาคารบ้านเรือน เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา” น.ส.ซาบีดา กล่าว
น.ส.ซาบีดา กล่าวต่อว่า การจัดพิธีทางศาสนามหามงคลในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการน้อมถวายพระพรชัยมงคลและแสดงความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแล้ว ยังเป็นการรวมพลังของผู้นำศาสนาและศาสนิกชนทุกศาสนาในการร่วมประกอบศาสนพิธีและทำความดีถวาย เป็นพระราชกุศล พร้อมทั้งส่งเสริมความเข้าใจอันดีและความสามัคคีของประชาชนทุกศาสนา เพื่อให้สังคมไทย อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข ภายใต้สถาบันพระมหากษัตริย์ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทย

นายประสาน ศรีเจริญ ประธานที่ปรึกษาจุฬาราชมนตรี กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในฐานะองค์เอกอัครศาสนูปถัมภก ทรงให้ควานสนพระทัยในทุกศาสนา ทรงสืบสาน รักษา ต่อยอด การแปลคัมภีรอัลกุรอานเป็นภาษาไทย และจัดพิมพ์พระราชทานไปยังมัสยิดต่างๆ ทั่วประเทศ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทำให้ชาวไทยมุสลิมและพุทธศาสนิกชนเข้าใจความหมายที่แท้จริงมากขึ้น เพราะใช้ภาษาไทยที่ถูกต้อง เข้าใจง่าย นอกจากนี้ ทรงเสด็จฯ ทรงเป็นประธานงานเมาลิดงานเฉลิมฉลองเนื่องในวันคล้ายวันสมภพของพระบรมศาสดา นบี มูฮัมหมัด อย่างต่อเนื่อง เป็นประจำทุกปี นอกจากเสด็จฯ ไปทรง พระราชทานรางวัลโล่เกียรติคุณและเงินรางวัลแก่คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด และอิหม่ามที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่น ในจังหวัดภาคใต้ทุกปี ตนได้มีโอกาสเฝ้าฯ รับเสด็จอยู่เป็นเนือง ซึ่งปัจจุบันจัดขึ้นที่จังหวัดปัตตานี เสด็จไปพระราชทานรางวัลการทดสอบการอัญเชิญพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานระดับประเทศ ณ มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี ทรงมีความสนไทยการฟังคัมภีร์อัลกุรอาน แม้ไม่รู้ความหมายทั้งหมด ครั้งหนึ่งเคยเฝ้าฯ รับเสด็จที่ปัตตานี ทรงตรัสว่า “ฟังแล้วสบายใจ” ตนมีโอกาสถวายหนังสือประวัติศาสดา หนังสือมารยาทศาสนาอิสลาม ทรงสนพระทัยทุกศาสนา เพราะทุกศาสนาสอนให้คนทำความดี ทรงส่งเสริมการเรียนรู้หลักศาสนา




