นักวิชาการเปิดแคมเปญ ล่ารายชื่อ ‘Saveอโยธยา’ ปมการรถไฟฯ สร้างผ่าเมืองอโยธยา ย้ำ สนับสนุนแต่ไม่ทำลายเมืองโบราณ
สืบเนื่องกรณีการก่อสร้างสถานีอยุธยาของโครงการรถไฟความเร็วสูงช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา จะส่งผลกระทบต่อโบราณสถานในพื้นที่เมืองอโยธยา กระทั่งเกิดแคมเปญ ‘Saveอโยธยา’ สนับสนุนรถไฟความเร็วสูง แต่ไม่ควรทำลายเมืองโบราณ บนเว็บไซต์ change.org ซึ่งสร้างโดย นายศิริพจน์ เหล่ามานะเจริญ นักวิชาการอิสระ เมื่อวันที่ 17 เมษายนที่ผ่านมา
นายศิริพจน์ ผู้สร้างแคมเปญดังกล่าว ระบุว่า ตามที่ได้มีโครงการร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ในการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงในไทย ซึ่งเริ่มต้นมาตั้งแต่ พ.ศ.2557 อันมีตรงกับปีแรกของการก้าวขึ้นสู่อำนาจของคณะรักษาความาสงบแห่งชาติ (คสช.) และได้ใช้กฎหมาย ม.44 ในการดำเนินการให้เกิดความร่วมมือดังกล่าวขึ้นนั้น ส่งผลให้มีเส้นทางช่วงหนึ่งของรถไฟความเร็วสูงที่จะสร้างทับเมืองโบราณที่สำคัญ ในเขต จ.พระนครศรีอยุธยา
เมืองโบราณดังกล่าวคือช่วงระยะทาง 13.3 กิโลเมตร จากสถานีบ้านโพ-สถานีพระแก้ว ได้พาดผ่านพื้นที่ด้านทิศตะวันออกเลียบด้านนอกเกาะเมืองอยุธยา (ทับทางรถไฟสายเดิม) อันเป็นพื้นที่เมืองเก่าที่มีชื่อเรียกในศิลาจารึกว่า อโยธยาศรีรามเทพนคร และกำลังจะเริ่มสร้างหากผ่านผลการประเมิน HIA (Heritage Impact Assesment) ซึ่งจะจัดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 20 เมษายน พ.ศ.2566 ที่กำลังจะถึงนี้

พื้นที่เมืองอโยธยา อันเป็นบริเวณที่จะก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูงนั้น เป็นพื้นที่สำคัญของกรุงศรีอยุธยาในทางประวัติศาสตร์-โบราณคดี เพราะเป็นพื้นที่เก่าก่อน พ.ศ.1893 ที่พงศาวดารระบุว่า เป็นปีที่พระเจ้ารามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) หมายความว่าพื้นที่บริเวณนี้คือ รากฐานที่จะก่อให้เกิด ‘ความเป็นอยุธยา’ เป็นพื้นที่ของคติกษัตริย์คือพระราม ซึ่งยังสืบทอดมาถึงปัจจุบัน เรียกได้ว่าเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมของไทยเป็นอย่างมาก
การก่อสร้างที่ย่อมมีการขุดเจาะเสาเข็ม และตอม่อขนาดใหญ่ รวมไปถึงแรงสั่นสะเทือนในการสร้าง และการสั่นสะเทือนจากการวิ่งของรถไฟทุกเมื่อเชื่อวันหลังจากที่สร้างเสร็จแล้ว ก็ย่อมจะส่งผลกระทบต่อบรรดาโบราณวัตถุสถานทั้งบนดิน และใต้ดินอย่างมากมายมหาศาล
การสร้างรถไฟความเร็วสูงไปยังอยุธยา ย่อมส่งเสริมทั้งคุณภาพชีวิตของประชาชน เศรษฐกิจในพื้นที่และการท่องเที่ยวแน่ จึงสมควรทำเป็นอย่างยิ่ง แต่ควรสร้างให้ห่างออกไปจากเขตเมืองเก่าเพราะนอกจากเพื่อเป็นการอนุรักษ์เมืองเก่า และหลักฐานทางประวัติศาสตร์-โบราณคดีต่างๆ แล้ว จุดขายสำคัญของการท่องเที่ยวอยุธยานั้น ก็คือความเป็นเมืองเก่า และประวัติศาสตร์ของไทย ดังนั้นจึงไม่ควรให้การพัฒนาเมืองต้องทำลายตัวเมืองเก่าเสียเอง
ในการนี้ กลุ่มเซฟอโยธยา จึงได้รวบรวมรายชื่อประชาชนที่ต้องการเก็บรักษาประวัติศาสตร์ของชาติไว้ เพื่อเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยงานทบทวนให้ย้ายเส้นทางรถไฟออกไปนอกเขตเมืองเก่าอโยธยาศรีรามเทพนคร โดยจะนำรายชื่อผู้เสนอให้ทบทวนโครงการฯ เสนอต่อที่ประชุม HIA วันที่ 20 เมษายน พ.ศ.2566
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 24 เมษายน มีผู้ลงชื่อสนับสนุนแคมเปญดังกล่าวแล้ว 432 คน โดยต้องการทั้งหมด 500 คน
ทั้งนี้ มีบางส่วนแสดงความคิดเห็นด้วย อาทิ ไม่เห็นด้วยที่ทำทางรถไฟที่จะทำให้วัตถุทางประวัติศาสตร์เสียหาย, อยุธยาคือเมืองโบราณ มีอาคารสถานที่เก่าแก่ทั่วเมือง โบราณวัตถุอยู่ใต้ดินก็เยอะ อยากให้พิจารณาให้ดีก่อนค่ะ, รถไฟฟ้าจะนำพาความเจริญมาได้แต่ต้องมาคู่กับความรู้ หากไร้ซึ่งความรู้ความเจริญจะนำมาซึ่งความเสียหายครั้งใหญ่ เป็นต้น
- อ่านข่าว : ผู้ว่าการรถไฟ ขออย่าจุดประเด็นสถานีอยุธยา ยันเสนอแนะได้ ไม่ใช่ตั้งหน้าตั้งตาค้าน เผยคืบหน้าเยอะแล้ว
- ‘ก้าวไกล’ จี้ทำวิจัย ‘ไฮสปีด’ กทม.-โคราชให้ชัด รุก รฟท.ทบทวนแผนสร้าง
- นักวิชาการ รุดยื่น ‘Saveอโยธยา’ กลางวงประชาพิจารณ์ ค้านรถไฟ สร้างผ่าเมืองเก่า
‘อดีตอธิบดีกรมศิลป์’ เบรกให้คิดใหม่ ดึงเทคโนโลยีทำ ‘รถไฟไฮสปีด’ ถึงเสียเงิน-เวลา แต่มรดกอยุธยาไม่ตาย
สปาฟา ติงประเมิน HIA ไฮสปีดเทรนอยุธยา ‘ไม่สามารถทำให้คนรับฟังเชื่อได้’ อ.โบราณฯแจงติด 2 กรอบ

