‘สิริพรรณ’ คำนวณแล้วไม่มา ‘เพื่อไทย-ก้าวไกล’ ขี่คอ แต่ยังยาก โกยเต็มแม็กซ์ 345 ยังต้องพึ่ง 31 ส.ว.

9.05.23 | 19:36 น.

‘สิริพรรณ’ ชี้ กระแสสังคมขยับซ้าย แต่คำนวณแล้วไม่มา ‘เพื่อไทย-ก้าวไกล’ ขี่คอสูสี แต่แลนด์สไลด์ยาก โกยเต็มแม็กซ์ 345 ส.ส. ยังต้องพึ่ง 31 ส.ว.

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 9 พฤษภาคม ที่คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีการจัดงานรัฐศาสตร์เสวนา โดยภาควิชาการปกครอง ในหัวข้อ “การเลือกตั้งทั่วไป 2566 : เปลี่ยนแปลง เปลี่ยนผ่าน หรือเป็นต่อ ?”

โดยมีนักวิชาการคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ร่วมแลกเปลี่ยนความเห็น อาทิ ศ.ดร.สิริพรรณ นกสวน สวัสดี, ผศ.ดร.บัณฑิต จันทร์โรจน์กิจ, รศ.ดร.ธนพันธ์ ไล่ประกอบทรัพย์, อ.ดร.เข็มทอง ต้นสกุลรุ่งเรือง, รศ.ดร.ประภาส ปิ่นตบแต่ง, ผศ.ดร.พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์, ศ.ดร.เอก ตั้งทรัพย์วัฒนา และ รศ.ดร.นฤมล ทับจุมพล

ในตอนหนึ่ง ศ.ดร.สิริพรรณกล่าวว่า สิ่งทีเราเห็นในเรื่องการเปลี่ยนแปลง เราเห็น 1.สภาพแวดล้อมทางการเมืองของพรรคการเมืองที่เปลี่ยนไป เราเห็นสเปคตรัม (เฉดสี) ทางการเมือง เห็นจุดยืนซึ่งไม่เคยเห็นมาก่อนในเรื่องตั้งครั้งนี้

“อย่างน้อยครั้งนี้ เราเห็นก้าวไกล อยู่ขวา-ซ้าย รวมไทยสร้างชาติและไทยภักดี ซึ่งกระจุกส่วนใหญ่อยู่ตรงกลางค่อนไปทางขวา ตรงนี้บอกอะไรเรา มันบอกว่า 1.ความคาดหวังของสังคมเปลี่ยน ว่าพรรคการเมืองเป็นตัวแทนของเรามากขึ้น ประการที่ 2.เราเห็นพรรคที่มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมือง เครือข่ายนักวิจัยตามจุดต่างๆ เล่าให้ฟัง อย่างที่ จ.ปราจีนบุรี มีผู้สมัครที่รณรงค์เรื่องขยะ หลายพรรคเน้นการทำประมง เรื่อง LGBTQ เพศสภาพ สุราก้าวหน้า ต้องบอกว่าก้าวไกลมีความสัมพันธ์กับกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ไม่ใช่แค่เยาวชน ในการประท้วงเท่านั้น” ศ.ดร.สิริพรรณชี้

Advertisement

ศ.ดร.สิริพรรณกล่าวต่อว่า การเปลี่ยนแปลงที่ 2 คือ ประชาชนขยับบออกจากตะกร้าของขั้วอนุรักษนิยมมากขึ้น หลังผ่านการเลือกตั้งปี 2562 ที่พูดแบบนี้เพราะเราไม่ได้ขยับมาตั้งแต่รัฐประหาร ถ้าไปดูการเลือกตั้งปี 2562 ตัวเลขของกลุ่มที่เลือกฝั่งอนุรักษนิยมประมาณ 14.5 ล้านเสียง เพื่อไทย ก้าวไกล รวมพรรคประชาชาติ เสรีรวมไทย ประมาณ 14.2 ล้านเสียง ห่างกันนิดเดียว โดยที่ความจริงตอนนั้นฝั่งอนุรักษนิยมมากกว่าด้วยซ้ำ

“แต่ทุกวันนี้เราเห็นตัวเลขโพล ถ้าเราเชื่อว่าโพลใกล้เคียงกับความเป็นจริง ก็ขยับออกมาแล้ว ตอนแรกบัญชีรายชื่อ น่าจะ 60 : 30 (ฝ่ายค้าน : รัฐบาล) แต่ตอนนี้อยากจะบอกว่ามันขยับมาที่ 70 : 25 : 5 แล้ว บ่งบอกว่าในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา สังคมขยับและขยับมาทางซ้ายขึ้น มีพรรคที่ซ้ายขึ้น

เดิม เพื่อไทยก็ขวา ตอนนี้เกิดพรรคใหม่ขึ้นมา เชื่อว่าเพื่อไทยขยับไปซ้ายหน่อยเหมือนกัน ในช่วงเวลาที่พรรคก็ขยับ สังคมก็ขยับ มันเกิดอะไรขึ้น” ศ.ดร.สิริพรรณกล่าว

ศ.ดร.สิริพรรณกล่าวต่อว่า ถ้าเราดูเพื่อไทย ย้อนหลังกลับไปเลือกตั้งปี 2554 เพื่อไทยได้ 204 ที่นั่ง จาก 375 ที่นั่งของ ส.ส.เขต หรือ 45% ในการเลือกตั้งปี 2562 เพื่อไทยส่ง 250 เขต ได้ 136 ที่นั่ง คิดเป็น 54% เหมือนกัน ถามว่าครั้งนี้จะได้ 54% หรือไม่ ถ้า 54% ของเพื่อไทยครั้งนี้คือ 216 ที่นั่ง ยังไม่รวมบัญชีรายชื่อ สมมุติได้ 35 ที่นั่ง 216+35 =251 ที่นั่ง แต่เราก็คิดว่าเพื่อไทยพรรคเดียวไม่น่าเกิดขึ้น ซึ่งนั่นหมายถึง ‘เพื่อไทยทะลุเพดาน’

“แต่ในสังคมไม่ได้มีเฉพาะกระแส กระแสที่เราเห็นตอนนี้คนรุ่นใหม่ที่เลือกก้าวไกล เขามีความเข้มข้นของความชอบจริงๆ นั่งมองพิธา (ลิ้มเจริญรัตน์) เหมือนดาราเคป๊อป ตาลอย ไปเมืองไหน ไฟมา แต่ในการเลือกตั้งมันเริ่มมาตั้งแต่เลือกตั้งท้องถิ่น 2 ปีที่แล้ว ซึ่งเวลาเลือกจริงๆ เขตเลือกตั้งกระจัดกระจาย นี่คือ 400 เขต ดังนั้น Intensity of Influence ที่เราเห็นจากโพลทั้งหลายคือ 100 ที่นั่ง จากโพลมติชนxเดลินิวส์ ผู้ชาย คนทำงานออฟฟิศก็โหวตมากกว่า ดังนั้นโพลไม่ได้สะท้อนเท่าไหร่นัก” ศ.ดร.สิริพรรณกล่าว

ศ.ดร.สิริพรรณกล่าวต่อว่า สำหรับก้าวไกล โจทย์เดียวกันกับเพื่อไทย ถ้าหากเพอร์ฟอร์มทะลุเพดานเหมือนกัน เราประเมินว่า เขตเมืองทั้งหลาย 76 ที่นั่ง ไม่นับ กทม. ซึ่งเราให้ 20-25 ที่นั่งถ้าหากเพอร์ฟอร์มดีมาก

“กรุงเทพฯ คิดว่าเพื่อไทย ก้าวไกลขี่กันมา สมมุติ 33 ที่นั่ง ให้ไว้ 14 และปริมณฑลอีก 6 = 45 เสียง สมมุติบวกบัญชีรายชื่ออีก 35 คิดว่าเพดานของก้าวไกล คือ 80 พูดแบบนี้ก้าวไกลอาจจะไม่พอใจเพราะตัวเลขตอนนี้ไปเป็น 100

เพื่อไทยก้าวไกล รวมกันคือ 331 บวกพรรคประชาชาติ เสรีรวมไทย ประชาชาติ คือพรรคพันธมิตรที่เข้าร่วมแน่ๆ ก็จะได้ 343 และอาจจะไปดึงชาติไทยพัฒนา หรือไทยสร้างไทย จะได้ตัวเลข 345 นั่นคือเพดาน แสดงว่าต้องการ ส.ว. 31 คน นี่คือโจทย์ใหญ่ว่า ส.ว. 31 คน ไม่มา ยากมาก เพราะเราเห็นว่าอย่างมากที่สุดที่ ส.ว.จะเป็นอิสระคือ 5” ศ.ดร.สิริพรรณกล่าว