หน้าแรก การเมือง ‘ชาวปากเกร็ด’...

‘ชาวปากเกร็ด’ ตกรอบแรกเพราะ ‘จับสลากแพ้’ ลุ้นไทยได้ ส.ว.ดวงดี

11.06.24 | 19:12 น.

‘ชาวปากเกร็ด’ ตกรอบแรกเพราะ ‘จับสลากแพ้’ ลุ้นไทยได้ ส.ว.ดวงดี

เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน ที่ห้องจิ๊ด เศรษฐบุตร (LT.1) คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ คณะนิติศาสตร์ มธ. ร่วมกับ โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) และ เครือข่ายเยาวชนสังเกตการณ์การเลือกตั้งเพื่อประชาธิปไตย (We Watch) จัดงานเสวนาและแถลงข่าว “บอกเล่าประสบการณ์ผู้สมัคร ส.ว. ดวงแตก”

เวลา 13.30 น. ผู้สมัคร ส.ว. ที่ตกรอบ 5 คน ร่วมบอกเล่าประสบการณ์ ได้แก่ น.ส. ณัฏฐธิดา มีวังปลา อ.เมือง จ.จันทบุรี กลุ่มสาธารณสุข, พัชรี พาบัว อ.เมือง จ.ลพบุรี กลุ่มประชาสังคม, สากล พูนกลาง อ.แคนดง จ.บุรีรัมย์ กลุ่มอาชีพอิสระ, เกรียงไกร สันติพจนา อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี กลุ่มศิลปะวัฒนธรรม และพนิดา บุญเทพ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี กลุ่มประชาสังคม

ในตอนหนึ่ง นายเกรียงไกร สันติพจนา อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี กลุ่มศิลปะวัฒนธรรม กล่าวถึงเหตุการณ์วันเลือก ส.ว. ในวันที่ 9 มิ.ย.ที่ผ่านมา และประสบการณ์ที่ผ่านมา ว่า ตนเลือกสมัครตรงนี้ เป็นจุดที่ทั้งได้เปรียบและเสียเปรียบ โดยคนที่อยู่ในกลุ่มเลขคี่ จังหวัดคี่ หรืออำเภอที่มีคนสมัครน้อย จะมีโอกาสสูงกว่า และมีเพื่อนของเพื่อนที่ลงสมัครในเขตนี้พอดี จึงอยากให้ช่วยกัน และที่ตนเข้ามาเนื่องจากอยากสังเกตการณ์การเลือก ส.ว. ในรอบนี้

“ช่วงที่เตรียมตัว จะมีสิ่งที่เรียกว่า ‘ห้องสัมมนา’ คนที่จะสมัครในแต่ละเขต ต้องนั่งคุยกันโรงแรมก่อน และจึงเข้ากลุ่มไลน์ที่ใช้สำหรับแนะนำตัว หลังจากเข้ากลุ่มไป จะมีคนทักหลังไมค์มาให้จับบัดดี้ดูแลกัน ซึ่งในห้องสัมนาก็จะมีการจัดที่โรงแรมและโรงเรียนในสังกัดของแต่ละท่าน ผมคิดว่าจริงๆ แล้วเป็นสิ่งที่ดีในการรู้จักโปรไฟล์กัน” นายเกรียงไกรกล่าว

Advertisement

นายเกรียงไกร กล่าวต่อว่า สำหรับข้อกล่าวหา ตนคิดว่าผู้สมัครบางท่านอาจจะไม่ได้ทำงานหรือพักอาศัยอยู่จริงในเขตนั้น (จากผู้สมัครท่านอื่นเล่าให้ฟัง) ซึ่งตนคิดว่าเป็นเรื่องของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะไปตรวจสอบย้อนหลัง ซึ่งจริงๆ เหตุการณ์มันสำเร็จแล้ว คือคนที่ถูกพาเข้ามา ก็เอาไปเลือกเป็นคะแนนว่าที่ ส.ว. ท่านอื่นอยู่แล้ว

ส่วนความคาดหวังว่าจะเจออะไรในการเลือก ส.ว. ครั้งนี้ นายเกรียงไกร กล่าวว่า ในเขตที่ตนลงสมัครคุยกันสนุก ทุกคนเดินพล่าน ในรอบแรก มีบางท่านที่ได้คะแนนนำโด่ง คือสมมุติในกลุ่มมี 20 คน ใน 10 คนเลือกคนนี้คนเดียว ที่เหลืออาจจะได้ 1 คะแนนจากที่เลือกตัวเอง แต่จุดที่น่าสังเกตคือ บางคนที่ดูแล้วน่าจะผ่าน แต่กลับไม่ได้รับเลือก ซึ่งตนก็ไม่ทราบเหตุผลที่แท้จริง

“ของผมตกรอบ เพราะจับสลากแพ้ ซึ่งในกลุ่มมี 5 คน แต่มี 3 คนที่ได้คะแนนเท่ากัน เลยต้องจับสลาก ทั้งนี้ ผมคาดหวังว่า เราจะได้เห็น ส.ว.ดวงดี หรือ ส.ว.ที่เป็นแบบล็อบบี้ยิสต์ในกระบวนการนี้” นายเกรียงไกรกล่าวทิ้งท้าย