หน้าแรก การเมือง โคทม บี้รัฐบา...

โคทม บี้รัฐบาล ‘เอาจริงหน่อย’ อย่าปล่อยเป็น ‘ปวศ.บาดแผล’ หนุนมติ ครม.จัดรำลึกเหยื่อตากใบ

21.10.24 | 19:33 น.

โคทม ลั่น รัฐบาล ‘เอาจริงหน่อย’ อย่าปล่อยเป็น ‘ปวศ.บาดแผล’ หนุนมติ ครม.จัดรำลึกเหยื่อตากใบ


เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม ที่ห้องกมลพร ชั้น 1 โรงแรมเดอะสุโกศล เขตราชเทวี กรุงเทพฯ ACB LAB ร่วมกับ The Patani, TUNE & CO, มูลนิธิผสานวัฒนธรรม และเครือข่าย จัดเวทีเสวนา “ตากใบต้องไม่เงียบ” เปิดพื้นที่ให้กับเสียงของผู้ที่ได้รับผลกระทบ แลกเปลี่ยนเรื่องราวและความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญและนักกิจกรรมในพื้นที่ เพื่อสร้างความเข้าใจแก่สาธารณชนเกี่ยวกับเหตุการณ์ สลายการชุมนุมที่อำเภอตากใบ จ.นราธิวาส เมื่อ  25 ตุลาคม พ.ศ.2547 พร้อมทั้ง เรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐดำเนินการทางกฎหมายกับผู้เกี่ยวข้องก่อนที่คดีจะหมดอายุความ

บรรยากาศเวลา 13.30 น. ศาสตราจารย์กิตติคุณ สุริชัย หวันแก้ว ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาสันติภาพและความขัดแย้ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวเปิดงานและกล่าวต้อนรับ ก่อนร่วมรับชมภาพยนตร์สั้นเรื่อง “ตากใบ” กำกับโดย นายธีรวัฒน์ รุจินธรรม ทั้งนี้ ระหว่างฉายไปจนถึงช่วงท้าย ผู้สื่อข่าวรายวานว่า มีผู้ซึ่งอยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ หลั่งน้ำตาด้วยความเสียใจ

ต่อมาเวลา 14.15 น. มีการเสวนาในหัวข้อ “ตากใบต้องไม่เงียบ” โดย รศ.ดร.โคทม อารียา ที่ปรึกษาสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา ม.มหิดล, นางอังคณา นีละไพจิตร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) และ อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.), นายสุนัย ผาสุก ที่ปรึกษาองค์กรสิทธิมนุษยชนนานาชาติ Human Rights Watch ประเทศไทย, นายอาเต็ฟ โซ๊ะโก ประธาน The Patani, น.ส.ฐปณีย์ เอียดศรีไชย ผู้ก่อตั้ง The reporters, นายชูเวช เดชดิษฐรักษ์ นักร้องนำวงสามัญชน, นางนารี เจริญผลพิริยะ อดีตกรรมการอิสระเพื่อความสมานฉันท์แห่งชาติ (กอส.) ดำเนินรายการโดย ดร.เอกพันธุ์ ปิณฑวณิช จากสถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Advertisement

รศ.ดร.โคทม อารียา ที่ปรึกษาสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า จังหวัดชายแดนภาคใต้มีประวัติศาสตร์ที่มีบาดแผลมากมาย อย่างคดีตากใบ ที่นอกจากต้องไม่ปล่อยให้ถูกลืมไปแล้วก็ยังสามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง จากประวัติศาสตร์บาดแผล ต้องทำให้เปลี่ยนเป็นประวัติศาสตร์ที่สามารถก้าวข้ามไปได้ที่สุด หากมีการยอมรับถึงข้อบกพร่อง ขอโทษและรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้น

รศ.ดร.โคทมกล่าวว่า รัฐบาลหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ควรจะออกมายอมรับถึงความบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ และแสดงความรับผิดชอบ แม้ว่าที่ผ่านมานายกรัฐมนตรีในปี 2549 ได้ออกมาขอโทษพ่อแม่พี่น้องชาวมุสลิม มาจนถึงในยุคของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตรก็มีการออกมายอมรับและใช้เงินเยียวยา แต่กระบวนการยุติธรรมกลับมีความล่าช้า ซึ่งถูกให้เหตุผลว่าไม่พร้อม หวาดกลัว ยังไม่ได้รับแรงกระตุ้น ไม่ได้รับการสนับสนุน

“คุณจะมีเวลาอีก 5 วัน คุณจะมีเวลาอีก 4 วัน อีก 3 อย่างน้อย ทำอะไรสักนิดหนึ่งก็ยังดี ที่บอกว่าออกหมายแดง ก็ออกไปสิ ได้ผล ไม่ได้ผล ก็ไม่ว่ากัน ที่บอกว่า จะติดป้ายหมายจับในชายแดนภาคใต้ ไม่ต้องทุกด่านก็ได้ ไปติดบางที่ก็ยังดี เพราะนี่ฟ้องในนราธิวาส นราธิวาสต้องปิด คือทำอะไรได้ก็ทำ ใน 3-4 วันนี้ อย่างน้อยก็แสดงว่าไม่บ่ายเบี่ยง ไม่เบี่ยงประเด็น ไม่เฉื่อยชา เอาจริงสักหน่อยนะ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะเรามองว่า ต่อไปนี้ อนาคตข้างหน้า เราไม่อยากให้นี่เป็นประวัติศาสตร์ บาดแผลที่เป็นบาดแผลที่เปิด” รศ.ดร.โคทมกล่าว

รศ.ดร.โคทมกล่าวว่า รัฐควรจะแสดงถึงความรับผิดชอบอย่างจริงจังในการในการให้ความรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยแสดงความเห็นต่อการให้รัฐแสดงความรับผิดชอบ เช่น อาจมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาไต่สวนข้อเท็จจริงว่าเกิดเหตุการณ์ใดขึ้น การทำงานมีความบกพร่องอย่างไร ให้จำเลยยอมรับและแสดงความรับผิดชอบ หรือในกรณีที่จำเลยไม่ให้ความร่วมมือ ก็สามารถบอกได้ว่าจำเลยหนีคดีศาล และลงโทษได้ตั้งแต่การริบเงินบำนาญ รวมไปถึงการถอดยศซึ่งอาจจะเป็นเรื่องที่มีขั้นตอนซับซ้อน แต่ทั้งหมดนี้จะเป็นสัญลักษณ์ว่าไม่ได้ปล่อยให้ผู้ที่มีความผิดลอยนวลและได้รับผลกระทบกระเทือนถึงตัว

นอกจากนี้ รศ.ดร.โคทมยังกล่าวว่า รัฐยังควรมีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อเข้าไปสนับสนุนให้มีพิธีการรำลึก ร่วมให้เกียรติต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของการจัดหาสถานที่ จัดหาลัญลักษณ์หรือสนับสนุนด้านอื่นตามความเหมาะสม

“ในอนาคต  ถ้าเกิดการกระทำที่เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นร้ายแรงที่สุดเท่าที่เราจะคิดได้ เป็นการใช้ความรุนแรงอย่างโหดร้ายที่สุดเท่าที่เราจะคิดได้  สิ่งเหล่านี้ต่อไป ไม่น่าจะเกิดขึ้นอีก ถ้าคนที่กระทำหรือมีส่วนรับผิดชอบ ไม่ลอยนวล หมายความว่าได้รับผลกระทบกระเทือนบ้าง ไม่ถึงกับมีหลักฐาน พยาน ว่าเป็นคนกระทำการเอง แต่ต้องรับผิดชอบในฐานะที่มีบทบาท มีอำนาจหน้าที่อยู่ ณ จุดนั้น ก็ฝากให้สังคมช่วยคิดว่า ท่านจะไม่ลืมและจะไม่เงียบ มันก็ต้องทำต่อไป แม้ว่าจะหมดอายุความในไม่กี่วัน” รศ.ดร.โคทมกล่าว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดผนึกจดหมายถึงรัฐ – ผกก.หนังสั้น ‘ตากใบ’ ซูมดีเทลทะเทือนใจ ฉายมายด์เซต ‘มองคนไม่ใช่คน’

ฐปณีย์ เล่านาทีใจเต้น เค้นปม ‘ตากใบ’ ทำไมสู้ถึงวันนี้? ลูกเหยื่อยังถามหา ‘ความยุติธรรมต่างหน้าพ่อ’

อดีต กก.สมานฉันท์ เทียบ ตากใบ ไม่ต่าง 6 ตุลาฯ เสียหายสุดคือ ‘ประเทศไทย’ ห่วงกระทบเชื่อมั่นระบบยุติธรรม

สุนัย ขอ ‘อุ๊งอิ๊ง’ ตัดสินใจคืนนี้ แปะหมายจับ 14 ผู้ต้องหาตากใบ หวังอังกฤษดำเนินคดี ‘พิศาล’ ตามหลักอำนาจยุติธรรมสากล

ปธ.เดอะปาตานี เผยครั้งแรก เคยทะเลาะ ‘ญาติเหยื่อตากใบ’ ยัน ไม่ได้ฟ้องหวังสะใจ อยากได้แค่ ‘สำนึกผิด’

อังคณา ไม่สบายใจ ท่าที รมว.กลาโหม ปมตากใบ ย้อนเล่ารถหุ้มเกราะจอดคุกคาม สวนคนถาม ‘ทำไมเพิ่งฟ้อง’