หน้าแรก การเมือง หวั่นเกษตรกรเ...

หวั่นเกษตรกรเข้าใจผิด ปม ครม.ขยายเวลานำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หันไปปลูกพืชชนิดอื่นทำผลผลิตล้นตลาด

20.06.26 | 13:55 น.

ประธานกมธ.พาณิชย์ หวั่นเกษตรกรเข้าใจผิด ปม ครม.ขยายเวลานำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากเพื่อนบ้านไปถึง 31 ส.ค. ชี้ หาก 1-2 เดือนข้างหน้า เปลี่ยนใจไปปลูกพืชชนิดอื่น อาจทำผลผลิตล้นตลาด-กระทบราคา

เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ส.ส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญา สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติขยายเวลาการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากประเทศเพื่อนบ้าน จากวันที่ 30 มิถุนายน 2569 เป็น 31 สิงหาคม 2569 ว่า ตนขอพูดข้อเท็จจริงเพื่อให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์คลายความกังวลใจ ตั้งแต่ปี 2554 ประเทศไทยมีการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากประเทศเพื่อนบ้านตามข้อตกลงเขตการค้าเสรี อาเซียน (AFTA) เพื่อมาใช้ทดแทนผลผลิตภายในประเทศที่เราผลิตได้ประมาณ 5 ล้านตัน/ปี แต่โรงงานอาหารสัตว์ต้องการใช้ประมาณ 9 ล้านตัน/ปี โดยรัฐบาลกำหนดให้เอกชนนำเข้าได้ในช่วงเวลาที่ไม่มีการเก็บเกี่ยวผลผลิตภายในประเทศ คือ 1 กุมภาพันธ์ – 31 สิงหาคม ของทุกปี แต่จะต้องซื้อข้าวโพดภายในประเทศจากเกษตรกรให้หมดก่อน ซึ่งปฏิบัติกันมามากกว่า 10 ปี

นายสัมฤทธิ์ กล่าวว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมาจะนำเข้ามากหรือน้อยขึ้นอยู่กับราคา และความต้องการของโรงงานอาหารสัตว์ แต่ในช่วงกลางปี 2568 แนวโน้มราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ตกต่ำ เพราะมีการคาดการณ์ผลผลิตน่าจะเพิ่มขึ้นประมาณ 10% ตนเป็นหนึ่งคนที่ห่วงใยเรื่องนี้ ได้เสนอต่อที่ประชุมหลายคณะ และเสนอต่อรมว.พาณิชย์หลายครั้ง เสนอให้รัฐบาลในมาตรการต่างๆ มาช่วยเหลือเกษตรกร 1 ในนั้นคือให้ลดเวลาการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากประเทศเพื่อนบ้านให้สิ้นสุดเพียง 30 มิถุนายน 69 เพื่อกดดันให้โรงงานอาหารสัตว์ซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในราคาที่สูงขึ้น

นายสัมฤทธิ์ กล่าวว่า มีคำถามในที่ประชุมว่า หากลดเวลานำเข้าแล้วข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ไม่เพียงพอกับความต้องการใช้จะแก้ปัญหาอย่างไร ที่ประชุมสรุปว่า หากปีใดไม่พอใช้จริงๆ ก็ขยายเวลาให้นำเข้าได้แต่ต้องไม่เกิน 31 สิงหาคม ซึ่งเป็นกรอบเวลาเดิม และจะต้องไม่กระทบกับผลผลิตใหม่ที่จะเก็บเกี่ยว

ประธาน กมธ.พาณิชย์ฯ กล่าวต่อว่า ปีนี้คาดว่า ผลผลิตภายในประเทศจะเริ่มเก็บเกี่ยวในช่วงเดือนกันยายน หรือตุลาคม เพราะการเพาะปลูกล่าช้า เนื่องจากสภาพภูมิอากาศและต้นทุนการผลิตของเกษตรกรสูงขึ้น ดังนั้น การอนุญาตให้นำเข้าถึง 31 สิงหาคม 2569 จึงเป็นไปตามกรอบเวลาเดิมที่ปฏิบัติกันมา ตั้งแต่ปี 2554 ตามข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน (AFTA) ไม่ได้ขยายเวลาเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด หากปีใดมีการเพาะปลูกเร็วขึ้น มีการเก็บเกี่ยวผลผลิตเร็วขึ้น ตนในฐานะประธาน กมธ.พาณิชย์ฯ จะต่อสู้ และเสนอให้รัฐบาลลดเวลาการนำเข้า เพื่อรักษาประโยชน์ให้กับเกษตรกรอย่างแน่นอน

Advertisement

“ยืนยันว่า ผมไม่ได้แก้ต่างหรือเข้าข้างใคร แต่อยากให้เกษตรกรได้รับทราบข้อเท็จจริง เพราะหากมีการเข้าใจผิด อาจส่งผลต่อการตัดสินใจของเกษตรกรว่า ใน 1-2 เดือนข้างหน้า พวกเขาจะเลือกเพาะปลูกอะไร หากหันไปปลูกพืชชนิดอื่น เช่น อ้อย และผลผลิตเพิ่มขึ้นสัก 10% จะทำให้ล้นโรงงานและมีผลต่อราคา ซึ่งปัจจุบันการเพาะปลูกพืชชนิดต่างๆ มีความสมดุลอยู่แล้ว ผมคิดว่า ราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปีนี้อยู่ในเกณฑ์ดี เพราะดูจากข้าวสาลีในตลาดโลก หากเอกชนสั่งซื้อวันนี้ราคาสูง ประมาณ 10 บาทต่อกิโลกรัม”นายสัมฤทธิ์ กล่าว