อนุกมธ.ศึกษาการเลือกตั้งสส.-สว. แถลงข้อศึกษาเผยพบปัญหากระบวนการเลือกสว.-การทำหน้าที่ของกกต. แนะ 4 ข้อเสนอ กกต.ต้องทำหน้าที่โปร่งใส-พิจารณาหลักฐานถี่ถ้วน รวดเร็ว-ส่งเรื่องไปศาลฎีกา ขณะที่ ‘พนิดา‘ รับลูก ลั่นพร้อมจัดทำข้อเสนอ 3 ระดับเพื่อแก้ปัญหา
เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม ที่รัฐสภา คณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาศึกษาการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ. 2569 และการเลือกตั้ง ส.ว. พ.ศ. 2567 ในคณะกมธ.กิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชนและกองทุน สภาผู้แทนราษฎร แถลงกรณีความคืบหน้าผลการพิจารณาศึกษาของกมธ.ฯ
โดยนายณัชปกร นามเมือง ในฐานะอนุกมธ. กล่าวว่า จากผลการศึกษาของคณะอนุกมธ. มีข้อสังเกตหลายประการได้แก่ กระบวนการเลือก ส.ว. หรือที่เรียกกันว่าระบบเลือกกันเองกำลังเผชิญปัญหาว่าประชาชนกำลังได้ ส.ว.ไม่ตรงปก โดยความไม่ตรงปกนี้ ต้องย้อนไปถึงการศึกษาเจตนารมณ์ของผู้ร่างรัฐธรรมนูญปี 2560 โดยมีเจตนาออกแบบให้การเลือก ส.ว.นำมาสู่การได้ตัวแทนที่หลากหลายของกลุ่มสาขาอาชีพ เป็นสภาที่เป็นอิสระ แต่จากการศึกษาของคณะอนุกมธ. พบว่าไม่ประสบความสำเร็จและล้มเหลว
นายณัชปกร กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่าผู้ที่ได้รับเลือกเป็น ส.ว.ในระดับประเทศนั้น มีการเขียนแนะนำตัวความรู้ความสามารถเพียงไม่กี่บรรทัดแต่กลับได้คะแนนอย่างถล่มทลาย ซึ่งสัมพันธ์กับการออกแบบระบบที่มาของสว.ที่แบ่งการเลือกออกเป็น 3 ระดับ คือ อำเภอ จังหวัด ประเทศ ทำให้คนที่สามารถจัดตั้งกลุ่มคนได้ในระดับอำเภอและจังหวัด เป็นผู้คุมชัยชนะในระดับประเทศ และทำให้กลุ่มการเมืองที่มีความถนัดหรือความเชี่ยวชาญในการจัดการระดับพื้นที่เป็นผู้ได้เปรียบ โดยจะเห็นได้ว่า ส.ว.ที่ได้รับเลือกจากไม่กี่จังหวัด ทำงานสอดคล้องกับกลุ่มการเมืองบางกลุ่มในสภาผู้แทนราษฎร
ด้านนายเอกศักดิ์ หอมชื่น ในฐานะอนุกมธ. กล่าวว่า นอกจากนี้เรายังพบว่าปัญหาเกี่ยวกับการทำหน้าที่ดำเนินการเลือกของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เกี่ยวกับข้อมูลผู้สมัครและการแนะนำตัว ซึ่งพบว่าตามระเบียบเดิมกำหนดให้การแนะนำตัวผ่านกระดาษ A4 ไม่เกิน 2 แผ่นหรือจำกัดการแนะนำตัวผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ ส่งผลให้กระบวนการแนะนำตัวเป็นไปอย่างยากลำบาก ผู้สมัครขาดข้อมูลตัดสินใจที่เพียงพอ แม้ภายหลังจะมีการแก้ไขระเบียบตามคำสั่งของศาลปกครอง แต่ผลกระทบจากระเบียบเดิมยังดำเนินอยู่ นอกจากนี้ ระเบียบของกกต. ยังกำหนดให้ส่งข้อมูลของผู้สมัครเพียงไม่กี่วันก่อนการเลือก ซึ่งในทางปฏิบัติพบว่ามีการส่งเอกสารข้อมูลล่าช้าโดยเฉพาะในรอบเลือกไขว้ผู้สมัครจะได้รับข้อมูลในวันที่มีการเลือก
ขณะที่นายเอกศักดิ์ หอมชื่น ในฐานะอนุกมธ. กล่าวว่า ปัญหาอีกประเด็นคือการจัดกระบวนการเลือก โดยพบว่ากระบวนการเลือกตั้งไม่มีมาตรฐานการป้องกันทุจริตการเลือกตั้งที่เพียงพอ เอื้อต่อการทุจริต เช่น การกำหนดให้ผู้สมัครใช้เบอร์เดียวกันในรอบแรกที่เลือกกันเองและรอบเลือกไขว้ อีกทั้งยังปรากฏข้อมูลหลักฐานการลงคะแนนในรอบการเลือกตั้งระดับประเทศที่เป็นการลงคะแนนเลือกผู้สมัครเบอร์เดียวกัน รูปแบบเดียวกัน และสอดคล้องกับโพยที่ปรากฏต่อสาธารณชน
ฟากนายปัญจมพงศ์ เสริมสวัสดิ์ศรี ในฐานะอนุกมธ. กล่าวว่า ในส่วนของประเด็นการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น กกต.ซึ่งมีหน้าที่แก้ไขปัญหา ตรวจสอบการทุจริต กลับพบว่าทางกกต.ดำเนินการอย่างล่าช้า อีกทั้งยังมีปัญหาเรื่องความขัดแย้งระหว่างผลคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนชุดที่ 26 ซึ่งมีความเห็นพิจารณาให้ส่งฟ้องไปยังศาล กับคณะอนุกรรมการวินิจฉัยปัญหาหรือข้อโต้แย้งชุดที่ 36 ที่มีความเห็นขัดแย้งกัน โดยข้อค้นพบของคณะอนุกมธ.พบว่า ในเอกสารหลักฐานต่างๆ ที่คณะกรรมการชุดที่ 26 ได้จัดทำและรวบรวม มีเอกสารจำนวนมากที่เป็นข้อสรุป ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความผิดปกติ โดยในส่วนสุดท้ายคือความชอบธรรมและความเป็นกลางของกกต. ซึ่งจะเห็นได้ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้กำหนดให้ผู้ที่ดำรงตำแหน่งกกต. ต้องผ่านความเห็นชอบจาก ส.ว. ซึ่งปัจจุบันกกต. กลับมีหน้าที่ตรวจสอบส.ว. ด้วยเช่นกัน สิ่งนี้ถือเป็นการขัดกันของผลประโยชน์
น.ส.ผ่องศรี ธาราภูมิ ในฐานะอนุกมธ. กล่าวว่า จากข้อค้นพบของคณะอนุกมธ. เรามีข้อเรียกร้องต่อกกต. ดังนี้ 1.ขอเรียกร้องให้กกต.ทำหน้าที่อย่างกล้าหาญ ซื่อสัตย์ สุจริต 2.กกต.ต้องพิจารณาหลักฐานด้วยความถี่ถ้วนและรวดเร็ว หากมีประเด็นใดที่ยังไม่ชัดเจน โดยเฉพาะความเห็นที่แตกต่างของคณะกรรมการฯ ชุดที่ 26 กับคณะอนุกรรมการวินิจฉัยฯ ชุดที่ 36 ทางกกต.ต้องสืบสวนเชิงลึก เพื่อรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานให้รัดกุม 3.ขอให้กกต.นำสำนวนการสืบสวนและพยานหลักฐานทั้งหมดส่งฟ้องต่อศาลฎีกาโดยเร็วที่สุด และ 4.ขอให้กกต.ทำหน้าที่ด้วยความโปร่งใส เปิดเผยความคืบหน้าในการพิจารณาคดีทุจริตการเลือกสว.ให้สาธารณะได้มีส่วนร่วมในการตรวจสอบ

ขณะที่ น.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ ส.ส.สมุทรปราการพรรคประชาชน ในฐานะประธานอนุกมธ. กล่าวว่าเราได้เตรียมจัดทำข้อเสนอ 3 ระดับเพื่อเสนอต่อรัฐสภา คือ 1.ข้อเสนอในระดับรัฐธรรมนูญ ซึ่งอาจต้องทบทวนตั้งแต่ความจำเป็นของการมีอยู่ของส.ว. ไปจนถึงกระบวนการได้มาซึ่งสว. ให้มีความชอบธรรมทางประชาธิปไตยมากกว่าเดิม 2.ข้อเสนอระดับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) มีไว้เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ไม่ให้เกิดความล่าช้าในการรวบรวมข้อมูลและหลักฐาน โดยประเด็นที่จะนำเสนอต่อการจัดทำข้อแก้ไขในระดับพ.ร.ป. คือต้องมีการแบ่งกลุ่มที่สอดคล้องกับบทบาทของสว. และสอดคล้องกับสัดส่วนประชากร รวมถึงกำหนดให้ประชาชนมีส่วนร่วมในกระบวนการเลือก และ 3.ข้อเสนอระดับระเบียบ ซึ่งจะจัดทำข้อเสนอเข้าสู่รัฐสภา เพื่อให้การทำหน้าที่ของกกต. เป็นไปอย่างสุจริต มีประสิทธิภาพ โดยผลการศึกษาของอนุกมธ.จะถูกรวมเป็นรูปเล่ม และส่งให้ประธานรัฐสภาบรรจุในวาระ พร้อมแนะนำข้อเสนอเหล่านี้ส่งไปยังหน่วยงานต่างๆ ที่มีอำนาจหน้าที่ในการแก้ไขระเบียบและกฎหมายต่างๆ ให้ดำเนินการต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อแถลงจบนายสมชัย ศรีสุทธยากร อดีตกกต. เข้ายื่นหนังสือต่อนพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานกมธ. กิจการศาลฯ เพื่อขอให้กมธ.ใช้กลไกในการติดตามทนายท่านหนึ่ง ซึ่งมีการละเมิดอำนาจศาลปกครองสูงสุด

โดยนายสมชัย กล่าวว่า บุคคลดังกล่าวเคยถูกให้ออกจากราชการซึ่งเป็นคำสั่งไล่ออก และได้มีการไปพูดในที่สาธารณะว่าคำวินิจฉัยของศาลปกครองเป็นเท็จ จึงขอให้กมธ.ติดตามการดำเนินการของศาลปกครองสูงสุดว่าเป็นอย่างไรบ้าง และหน่วยงานต้นสังกัดที่มีคำสั่งไล่บุคคลดังกล่าวออกจากราชการถึง 2 ครั้งคือสำนักงานอัยการ ได้มีการดำเนินการในแง่การทูลเกล้าฯ ให้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ออกจากตำแหน่งอัยการแล้วหรือไม่
นายสมชัย กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ตนยังได้ร้องถึงสภาทนายความว่าบุคคลดังกล่าว เมื่อกระทำการขัดจรรยาบรรณการเป็นทนายความ สภาทนายความซึ่งมีกรรมการมารยาทสมควรดำเนินการถอนบุคคลดังกล่าวออกจากอาชีพทนายความ โดยหลักฐานที่นำมาเสนอนั้นมีตั้งแต่คำวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุด 2 ฉบับ และหนังสือที่ส่งถึงสภาทนายความ เพื่อให้ทางคณะกมธ.ดำเนินการติดตามเรื่องนี้ต่อไป

