เอกนัฏ ยันใช้กลไกนำเงินโรงกลั่น-กองทุนน้ำมัน มาคุมราคาน้ำมันในประเทศ ไม่ให้ขึ้นแรงตามตลาดโลก ให้ความมั่นใจน้ำมันสำรองในประเทศไม่ขาด
เมื่อเวลา 08.25 น. วันที่ 15 กรกฎาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน กล่าวถึงสถานการณ์ราคาน้ำมันในประเทศ หลังจากราคาตลาดโลกปรับขึ้น สืบเนื่องจากกรณีเหตุการณ์ในตะวันออกกลางเริ่มปะทุ ว่า จะเห็นว่าช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาน้ำมันทุกประเภทปรับเพิ่มขึ้นสูง ซึ่งในประเทศไทย ยังใช้กลไกการลดราคาหน้าโรงกลั่น เพื่อนำเงินจากโรงกลั่นมาลดราคาหน้าปั๊ม ประกอบกับยังมีกองทุนน้ำมันที่จะบริหารราคาในช่วงนี้ให้เหมาะสมกับราคาตลาด โดยที่ไม่ต้องมีการปรับขึ้นลงเยอะแยะเหมือนก่อนหน้านี้ พร้อมยืนยันว่า กระทรวงพลังงานจะบริหาร และติดตามดูสถานการณ์ทุกวัน เพื่อไม่ให้ราคาขึ้นเร็ว และแรงตามตลาด
เมื่อถามว่า ช่วงนี้ราคาน้ำมันในประเทศจะยังไม่ปรับขึ้นใช่หรือไม่ รมว.พลังงาน กล่าวว่า ต้องดูวันต่อวัน แต่ถึงจะมีการปรับราคาขึ้นหรือลง คงไม่ใช่ลักษณะการปรับแบบกระชาก ซึ่งจะค่อยๆดูไป
นอกจากนี้ จะมีการบริหารจัดการเรื่องตัวอุปทานของน้ำมันด้วย และเท่าที่ตรวจสอบน้ำมันดิบในประเทศยังไม่มีปัญหา ปริมาณน้ำมันสำเร็จรูปสำรองในแทงก์ยังมีปริมาณเพียงพอจนเกือบเต็ม พร้อมยืนยันได้ว่าเราไม่มีปัญหาการขาดแคลนน้ำมันแน่นอน ฉะนั้นจะต้องบริหารราคาให้เป็นไปตามกลไกตลาด
เมื่อถามว่า จะต้องประเมินสถานการณ์ระดับไหนถึงจะมีการปรับขึ้นราคา นายเอกนัฏ กล่าวว่า ค่อยๆทยอยดู ที่ผ่านมาเราไม่ได้ต้องคอยอิงดูราคาสิงคโปร์ตลอด เพราะถึงแม้เราอิงราคาสิงคโปร์ แต่เราก็ไปลดราคาด้วยการนำเงินจากโรงกลั่นมา และที่ผ่านมาตนใช้กลไกนี้ในช่วง พ.ร.ก.แก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงฯ ในการลดราคา และจะมีการพิจารณาเพิ่มเติม ซึ่งขณะนี้การใช้เงินดังกล่าว 10,500 ล้านบาท มาลดราคาน้ำมันที่หน้าปั๊มและกำลังทำอยู่ และที่ผ่านมาที่ราคาน้ำมันลดลงเราแทบไม่ได้ใช้เงินจากกองทุนเลย แต่เป็นการติดลบมาตั้งแต่ก่อนเข้ารับตำแหน่งรมว.พลังงาน ดังนั้น ขอย้ำว่าจะมีการใช้กลไกหน้าโรงกลั่น และกองทุนฯ ในการช่วยทำให้ราคาไม่ต้องขึ้นลงอย่างรวดเร็วตามราคาตลาดโลก



