หน้าแรก การเมือง โรม มอง 3 ฉาก...

โรม มอง 3 ฉากทัศน์ โกงสอบท้องถิ่น งงตัวละครลับโผล่อื้อ แต่ยังไม่ดำเนินคดี หวั่นตัดตอน ไร้ผู้รับผิดชอบ

22.07.26 | 15:16 น.

‘โรม’ วาง 3 ฉากทัศน์ โกงสอบท้องถิ่น มึนตัวละครลับโผล่เพียบ แต่ยังไร้การดำเนินคดี โดยเฉพาะฟาก มท. ยอมรับคนเกี่ยวข้องเบี้ยวแจง ยันเดินหน้าสอบต่อให้สิ้นสงสัย ถามกลับทุกหน่วยใต้กำกับ ‘เสี่ยหนู’ ยังเฉย แบบนี้ใครต้องรับผิดชอบ บอกฟังข้อเท็จจริงแล้วไม่มีใครมือสะอาด 100%

เมื่อเวลา 12.50 น. วันที่ 22 กรกฎาคม ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร แถลงผลการประชุมพิจารณาการสรรหาบุคคลเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่นว่า จุดที่ทุกฝ่ายยอมรับตรงกันแล้วคือการประกาศรายชื่อผู้สอบผ่านไม่ตรงกับความเป็นจริง นั่นหมายความว่ามีคนเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการทำให้คนที่สอบไม่ผ่าน กลายเป็นคนที่สอบผ่าน ซึ่งข้อมูลทั้งหมดอยู่ในแฟลชไดฟ์ที่ส่งให้กับ สถ. และข้อมูลชุดเดียวกันนี้ก็อยู่ในการครอบครองของ มศว ดังนั้น การทุจริตในเรื่องนี้มองได้ 3 ฉากทัศน์ 1.สถ.เป็นคนทุจริตเอง 2.มศว ทุจริตเอง และ 3.ร่วมกันทุจริต ซึ่งทั้งหมดนี้มีความเป็นไปได้ โดยแต่ละส่วนมีผู้บริหารระดับสูงเข้ามาเกี่ยวข้อง

นายรังสิมันต์กล่าวว่า หากดูใน TOR ที่อ้างว่ามีความรัดกุมนั้น มองว่าทั้ง สถ.และ มศว ต่างก็ไม่ได้ปฏิบัติตาม TOR อย่างครบถ้วนทั้งหมด เช่น มศว แบ๊กอัพข้อมูลไว้ ทั้งที่ TOR ไม่ได้กำหนดให้ต้องทำ แต่ มศว อ้างว่าการแบ๊กอัพข้อมูลเป็นมาตรฐานที่สูงกว่า ซึ่ง สถ.ก็รับรู้ รับทราบ ส่วนการประกาศรายชื่อที่ต้องมีการลงตราแสตมป์นั้นพบว่า สถ.ได้ขอให้ มศว เป็นผู้ลงตราประทับตามที่มีการปรากฏออกมาถือว่าเป็นจุดหนึ่งที่เป็นส่วนสำคัญของการประกาศข้อมูลเท็จ ที่ สถ.เป็นผู้ขอ และ มศว เป็นผู้แสตมป์

“ดังนั้น ข้อมูลจากการรับฟังวันนี้ได้ยืนยันไปในทำนองว่าไม่ได้มีการตรวจสอบข้อมูลจากแฟลชไดฟ์ ซึ่งเราถือว่าเป็นข้อมูลจริงเลย ก็กลับมาส่วนแรกที่ผมบอกไปว่าตกลงแล้ว มศว ทุจริตอย่างเดียว หรือ สถ.ทุจริตอย่างเดียว หรือร่วมกันทุจริต เมื่อดูแกนกลางของเรื่องจะมีคนเกี่ยวข้อง มศว บอกว่าในการพิจารณาเพื่อเอารายชื่อไปประกาศสาธารณะชนคือนายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อธิบดี สถ. เวลานั้นจะดำเนินการตามกรอบอำนาจหน้าที่ของตัวเอง นี่คืออีก 1 คน ที่เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้” นายรังสิมันต์กล่าว

นายรังสิมันต์กล่าวต่อว่า ประการต่อมาคือการรับมอบแฟลชไดฟ์ ตามกระบวนการที่ทำกันมาของแต่ละหน่วยงาน ปกติประธานหน่วยงานไปรับ หรือนายวันชัย จันทร์พร ประธานคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น ต้องไปเอง แต่กลับขอให้ มศว นำมาส่งที่กรุงเทพฯ นี่ก็เป็นอีกหนึ่งตัวละครที่มีอำนาจหน้าที่ในการนำรายชื่อไปประกาศ

Advertisement

นายรังสิมันต์กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ เราทราบกันแล้วว่ามี 5 รายชื่อที่มีความเกี่ยวข้อง และมีการตั้งกรรมการสอบวินัย แต่ยังไม่มี่การแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษใดๆ เลย ขณะที่ความคืบหน้าจากทางตำรวจพบว่ามี 3 รายชื่อเท่านั้น ยังไม่มีการออกหมายเรียกอธิบดี สถ.กับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดในฝั่งของกระทรวงมหาดไทย มีเพียงการออกหมายเรียกฝั่ง มศว และบริษัทผู้พิมพ์เอกสาร ส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขสแกนกระดาษคำตอบกว่า 5,900 คน ที่มีรายชื่อ อปท. 11 คนกี่ยวข้อง แต่ก็ยังไม่มีการออกหมายเรียก หมายจับ รวมถึงการยึด อายัดทรัพย์สินก็ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ โดยสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ระบุว่าได้รับแจ้งแค่การตรวจสอบทรัพย์สิน แต่เนื่องจากเรื่องนี้ยังไม่มีการดำเนินคดีอาญาใดๆ ทาง ปปง.จึงยังไม่มีข้อมูลมาตอบข้อซักถามของ กมธ.

เมื่อถามว่า กมธ.จะดำเนินการอย่างไรต่อ เนื่องจากผู้เกี่ยวข้องไม่มาชี้แจง แต่ส่งคนไม่เกี่ยวข้อง หรือเกี่ยวข้องปลายๆ มาชี้แจงแทน นายรังสิมันต์กล่าวว่า เรื่องนี้ส่วนที่สำคัญที่สุดคือคดีนี้จะจบที่การฮั้วกันหรือไม่ จบที่ตัดตอน วันนี้ฟังข้อเท็จจริงแต่ไม่มีใครมือสะอาด 100% ตกลงฉากทัศน์ที่ตนพูดถึงจะจบลงอย่างไร แน่นอนว่า สถ.มีส่วนน่าสงสัยว่าไปทำในสิ่งที่ไม่เป็นไปตาม TOR และส่วนที่สองต้งอองยอมรับว่า มศว ทำไมไปลงตราแสตมป์ทั้งๆ ที่ไม่มีใน TOR และไปแบ๊กอัพข้อมูล ยังไม่นับว่าข้อมูลกรดาษคำตอบที่สแกน และดำเนินในบริษัทที่นนทบุรี ดังนั้น สิ่งที่น่าสงสัยที่สุดคือทำไมคนของฝั่งกระทรวงมหาดไทยในทางคดีถึงดำเนินการได้ช้า ก้าวหน้าสุดคือออกหมายเรียกทาง มศว และตั้งกรรมการสอบ 5 รายชื่อ ถามว่าจะไม่สอบวินัยเลยหรือ

นายรังสิมันต์กล่าวด้วยว่า สิ่งที่ยังขาดหายไปคือการดำเนินการตามกฎหมายเพื่อเอาคนผิดมาลงโทษ แล้วการดำเนินการของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยังไม่สามารถสอบข้อเท็จจริงไปถึงได้ว่าใครเป็นผู้เอาข้อมูลนี้เพื่อนำไปสู่การแก้ไขข้อสอบ แต่ ป.ป.ช.รับปากเอาข้อมูลแฟลชไดฟ์ไปตรวจสอบเทียบกับกระดาษว่าผิดหรือถูก และมีเพียง 5,900 รายชื่อหรือไม่ ยอมรับว่าเราทำงานเรื่องนี้ด้วยควายากลำบากในหลาย กมธ.ที่ตรวจสอบเรื่องนี้ แต่เราพยายามทำให้ดีที่สุด ชัด

นายรังสิมันต์กล่าวว่า ขั้นตอนต่อไปจะต้องตรวจสอบต่อว่า CIB และ ป.ป.ช.จะมีการบังคับใช้ดฎหมายเต็มความสามรรถจริงๆ หรือไม่ ทั้งนี้ ต้นเดือนส.ค.จะมีการพิจารณาเรื่องนี้ต่อให้สิ้นสงสัย โดยเฉพาะเรื่องการยึดทรัพย์ ในส่วน 3 รายชื่อ ซึ่งป.ป.ง.ชัดเจนว่ามีการแจ้งทั้งอั้งยี่ ซ่องโจร ปลอมแปลงเอกสาราชการ รวมกันประมาณ 6 ข้อหา หากไม่มีการขยายผลถึง 11 คน และผู้บริหารระดับสูงของราชการ และมหาวิทยาลัย คิดว่าคงไม่ได้นำไปสู่การจัดการเรื่องนี้ คำถามคือหลายองค์กรอยู่ใต้การกำกับของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ทั้ง ปปง. ตำรวจ และ สถ. ทุกหน่วยงานกลับคุยกันไม่รู้เรื่อง ดังนั้น ไม่รู้ว่าตกลงใครต้องรับผิดชอบในเรื่องนี้