เหยื่อไฟไหม้โรงเบียร์อีกราย ถึงบ้านเกิด ผู้ใหญ่บ้านเผยเป็นเด็กสู้ชีวิต
เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม ที่วัดบ้านหนองเขื่อนช้าง อ.เมือง จ.มหาสารคาม มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งนำร่าง น.ส.ลดาวัลลิ์ หรือแพร อายุ 20 ปี ผู้เสียชีวิตจากเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว มอบให้ครอบครัวประกอบพิธีทางศาสนา ซึ่งร่างมาถึงตั้งแต่กลางดึกที่ผ่านมา โดยพบว่า น.ส.ลดาวัลลิ์เสียชีวิตอยู่บริเวณห้องน้ำ ที่มีการพบศพผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก บรรยากาศที่วัดเป็นไปด้วยความโศกเศร้า มีญาติและเพื่อนๆ ที่ทราบข่าวเดินทางมาร่วมแสดงความอาลัย
น.ส.สุกัญญา ผู้ใหญ่บ้านดอนตาล หมู่ 19 ต.ท่าสองคอน อ.เมือง จ.มหาสารคาม กล่าวว่า น้องแพรเป็นเด็กน่ารัก ขยัน เป็นจิตอาสา เป็นเด็กกิจกรรมในชมรมแกนนำเยาวชนตาวิเศษของหมู่บ้าน ช่วยงานชุมชนมาตลอด เป็นเด็กเรียนดี ช่วงเวลาที่น้องเรียน หากมีเวลาว่างก็จะออกไปรับจ้าง หาเงินช่วยพ่อกับปู่ บ้านน้องมีด้วยกัน 4 คน มีพ่อ ปู่ พี่สาว และน้องแพร ซึ่งถือเป็นเด็กสู้ชีวิต มีอะไรก็จะช่วยเหลืองานของชุมชนตลอด น้องเคยไปขายนมตามสี่แยกไฟแดง เวลาน้องเรียนก็จะมีบางช่วงที่หายไป ก็พบว่าน้องไปรับของมาขาย หารายได้ พอน้องจบ ม.6 ก็ไม่ได้ติดตามข่าว แต่ก็ทราบว่าน้องไปเรียนต่อที่กรุงเทพฯ เพื่อจะได้เรียนไปด้วย และทำงานไปด้วย หาเงินส่งกลับมาให้พ่อกับปู่ใช้

“เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น น้องแพรเพิ่งจะมีหน้าที่การงานที่ดี เรียนก็ดี เสียใจที่สูญเสียสมาชิกของหมู่บ้าน อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาเยียวยาครอบครัวของน้องให้ถึงที่สุด เพราะหากน้องยังอยู่ น้องก็ยังสามารถทำงานหาเงินได้อีกมาก สามารถดูแลปู่ ดูแลพ่อได้” น.ส.สุกัญญากล่าว
น.ส.ลักขณา หรือแก้ม พี่สาวของแพร กล่าวว่า หลังจากน้องเรียนจบก็พากันเข้ากรุงเทพฯไปเรียน ม.รามคำแหง ไปหาเช่าห้องอยู่ใกล้ๆ มหาวิทยาลัย เรียนไปด้วย ทำงานไปด้วย วันเกิดเหตุน้องมาขอไปเที่ยวกับเพื่อนก็ไม่ได้เอะใจ ตอนแรกน้องขอไปเที่ยวที่ร้านหนึ่ง (คนละแห่งกับจุดเกิดเหตุ) ก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่ไม่รู้ว่าทำไมน้องถึงไปที่ร้านที่เกิดเหตุ กระทั่งเพื่อนของน้องโทรมา ตนก็รีบออกไปที่เกิดเหตุ แต่ก็ไม่มีอะไรคืบหน้า เลยไปที่ สน.พหลโยธิน ไปขอเจ้าหน้าที่ตำรวจดูรูปผู้เสียชีวิต

น.ส.ลักขณาเผยว่า วันนั้นน้องใส่เดรสสีแดง รองเท้าส้นสูง พอดูภาพแล้วก็เป็นน้องจริงๆ สภาพน้องเหมือนคนนอนหลับ ไม่มีร่องรอยไฟไหม้ จากนั้นก็ไปที่โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อไปเก็บ DNA ของแม่ ลางสังหรณ์ก่อนเกิดเหตุคือปกติตนจะปิดเสียงโทรศัพท์นอน แต่คืนนั้นเปิดเสียงเรียกเข้าดังมาก ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น
น.ส.ลักขณากล่าวด้วยว่า ทั้งตนและน้องสาวก็เหมือนเป็นเสาหลักของบ้าน แต่ละเดือนส่งเงินกลับบ้านมาให้พ่อกับปู่เดือนละ 10,000 บาท ตอนนี้ไม่มีน้อง ยังไม่รู้ว่าจะทำยังไงต่อไป ยังทำใจไม่ได้ เพราะอยู่กับน้องทุกวัน อยากให้ทางร้านรับผิดชอบเยียวยาให้มากที่สุด



