หน้าแรก ภูมิภาค เผาแล้ว ผู้ช่...

เผาแล้ว ผู้ช่วยพยาบาลสาว เหยื่อไฟไหม้โรงเบียร์ สามีโอดเพิ่งแต่งงาน ชีวิตคู่พังทลาย ลั่นไม่ยอมให้ตายฟรี

19.07.26 | 14:09 น.

เผาแล้ว ผู้ช่วยพยาบาลสาว เหยื่อไฟไหม้โรงเบียร์ สามีโอดชีวิตคู่พังทลาย เพิ่งแต่งงานเดือนเดียว ฝั่งร้านเงียบหาย ลั่นไม่ยอมให้ตายฟรี เดินหน้าทวงคืนความยุติธรรม

จากกรณีไฟไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ช่วงดึกวันที่ 12 กรกฎาคม ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก เสียชีวิตแล้ว 34 ราย (ณ เวลา 12.18 น. วันที่ 19 ก.ค.) นั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 18 กรกฎาคมที่ผ่านมา ครอบครัวของ น.ส.มณีรัตน์ บ่มกลางอายุ 38 ปี ผู้ช่วยพยาบาล หนึ่งในผู้เสียชีวิตจากเหตุดังกล่าว ประกอบพิธีฌาปนกิจที่เมรุวัดจตุคามมัชฌิมาราม บ้านโคกกลาง หมู่ 1 ต.โคกกลาง อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ โดยมีญาติ พี่น้อง เพื่อนร่วมงาน และประชาชนจำนวนมากเดินทางมาร่วมไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้าย

พร้อมกันนี้ ตัวแทนจากสำนักงานประกันสังคมได้มอบเงินทดแทนจากกองทุนประกันสังคม จำนวน 322,478 บาท ให้แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต เพื่อเป็นการช่วยเหลือเบื้องต้น

ส.อ.ทวีพร สามีของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ยังไม่สามารถทำใจได้กับการสูญเสียภรรยา เพิ่งเข้าพิธีแต่งงานกันได้เพียง 1 เดือน และวางแผนจะสร้างครอบครัว มีบุตรด้วยกัน แต่ทุกอย่างต้องพังทลายลงจากเหตุการณ์ไม่คาดฝัน

Advertisement

สามียังระบุด้วยว่า นับตั้งแต่เกิดเหตุจนถึงวันฌาปนกิจยังไม่มีเจ้าของโรงเบียร์ หรือตัวแทนของสถานประกอบการเดินทางมาพบครอบครัวเพื่อแสดงความเสียใจหรือกล่าวคำขอโทษ รวมถึงไม่มีพวงหรีดส่งมาร่วมไว้อาลัยแม้แต่พวงเดียว อีกทั้งก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่าทนายของโรงเบียร์จะมอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้นศพละ 10,000 บาท แต่จนถึงขณะนี้ (18 ก.ค.) ครอบครัวยังไม่ได้รับการติดต่อหรือความช่วยเหลือดังกล่าว

พร้อมกันนี้ ยังเรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องเข้ามาเป็นตัวกลางในการประสานเจรจาเรื่องการเยียวยาและความเสียหายที่เกิดขึ้น พร้อมยืนยันว่าจะเดินหน้าติดตามความยุติธรรมให้ภรรยาจนถึงที่สุด

“ผมจะไม่ให้เมียผมตายฟรี” ส.อ.ทวีพรกล่าว

ด้านนางมยุรี อายุ 57 ปี แม่ของผู้เสียชีวิต ซึ่งอยู่ในอาการโศกเศร้าตลอดพิธี กล่าวว่า แม้จะเข้าใจว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นอุบัติเหตุที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่หลังเกิดเหตุหลายหน่วยงานภาครัฐได้ยื่นมือเข้ามาให้ความช่วยเหลือแล้ว ขณะที่ทางโรงเบียร์หรือผู้เกี่ยวข้องยังไม่มีการติดต่อหรือให้ความช่วยเหลือครอบครัวแต่อย่างใด

นางมยุรีฝากถึงเจ้าของโรงเบียร์ว่า อยากให้แสดงความรับผิดชอบและเข้ามาพูดคุยกับครอบครัว เพื่อร่วมเยียวยาความสูญเสียที่เกิดขึ้น เพราะผู้เสียชีวิตเป็นลูกสาวเพียงคนเดียวของครอบครัว และเป็นเสาหลักที่ทุกคนรักยิ่ง