ชาวจันทบุรีกว่า 1,000 ชีวิต รวมพลังหน้าศาลากลาง ค้านหัวชนฝาไม่เอาอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด งบ 7.2 พันล้าน ด้าน “สนธิ-ชัยวัฒน์” ร่วมหนุน เปิดข้อมูลแฉยับ ป่าสมบูรณ์แต่ถูกเมคตัวเลข ซัดอ้างเกษตรกรบังหน้าเป้าหมายจริงป้อนทุน
เมื่อวันที่ 13 กันยายน ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดจันทบุรี บรรยากาศการรวมพลังครั้งใหญ่ของชาวจันทบุรีค้านหัวชนฝาไม่เอาโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี เป็นไปอย่างคึกคักและเนืองแน่น ประชาชนชาวจังหวัดจันทบุรีและพื้นที่ใกล้เคียงตื่นแต่เช้าตบเท้าเข้ามารวมตัวกันมากกว่า 1,000 คน โดยการชุมนุมเป็นไปด้วยความสงบ มีการตั้งเวทีปราศรัย จัดจำหน่ายเสื้อแสดงเจตนารมณ์ปกป้องผืนป่า และตั้งโรงทานเลี้ยงอาหารผู้ร่วมงาน เพื่อรวบรวมรายชื่อส่งตรงถึงคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ให้พิจารณาเพิกถอนโครงการดังกล่าวทันที
นายสมภพ ศิริสว่าง เครือข่ายคัดค้านอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด กล่าวว่า การรวมตัวครั้งนี้เป็นการขับเคลื่อนของมวลชนภาคประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างแท้จริง ไร้เงาการเมืองหรือนายทุนหนุนหลัง พร้อมยืนหยัดสู้สุดตัวเพื่อสะท้อนเสียงที่แท้จริงของคนจันท์
กระทั่งช่วงสาย อุณหภูมิบนเวทีปราศรัยทวีความร้อนแรง เมื่อแกนนำและนักเคลื่อนไหวคนดังขึ้นเวทีให้ข้อมูลสับแหลก โดย นายสนธิ ลิ้มทองกุล นักจัดรายการชื่อดัง และ มาร์ค พิตบูล ชี้ชัดว่า การอ้างว่าสร้างเขื่อนเพื่อเกษตรกรสวนทุเรียนเป็นเพียง “ฉากทัศน์บังหน้า” แต่เบื้องหลังคือการอุ้มนายทุน ผันน้ำไปป้อนภาคอุตสาหกรรมในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) พร้อมกระทุ้งถามไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้เลิกลอยตัวและแสดงจุดยืนปกป้องธรรมชาติอย่างจริงจัง
ขณะที่ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ ได้กางหลักฐานผลสำรวจพื้นที่ป่าไม้และสัตว์ป่าชนิด โดยยืนยันว่าข้อมูลสภาพป่า ปริมาณไม้ใหญ่ และจำนวนสัตว์ป่าที่กรมชลประทานนำเสนอขัดกับความจริงในพื้นที่อย่างสิ้นเชิง พร้อมลั่นวาจาดีใจที่เห็นชาวจันทบุรีออกมาร่วมค้านหัวชนฝาเพื่อปกป้องบ้านเกิด

ด้าน น.ส.ชนะรัตน์ อายุ 68 ปี เกษตรกรทำสวน ต.พวา อ.แก่งหางแมว เผยความรู้สึกอย่างดุดันว่า น้ำที่มีอยู่เดิมก็เพียงพอต่อการทำเกษตรแล้ว การทุ่มงบ 7,200 ล้านบาท ไปแลกกับความสูญเสียของผืนป่าสมบูรณ์และสังเวยชีวิตสัตว์ป่าหลายหมื่นชีวิต โดยเฉพาะช้างป่า คือความไม่คุ้มค่าอย่างสิ้นเชิง พร้อมประกาศปักหลักสู้ชนเพดาน ไม่ว่าจะต้องไปจบที่ชั้นสภาหรือศาลปกครองก็ตาม
เหตุการณ์ชาวจันท์นับพันรวมพลังค้านหัวชนฝาไม่เอาเขื่อนในครั้งนี้ สะท้อนถึงศึกชนช้างระหว่าง “ทุนอุตสาหกรรม EEC” กับ “ปราการป่าไม้รอยต่อ 5 จังหวัดภาคตะวันออก” โดยมีปมแคลงใจเรื่องกลุ่มนอมินีขอเวนคืนที่ดิน และการทำรายงานสิ่งแวดล้อม (EIA/EHIA) ที่ชาวบ้านมองว่าหมกเม็ด ปิดบังความสมบูรณ์ของธรรมชาติ ซึ่งนับจากนี้ กระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ต้องรีบถอยออกมาทบทวน ก่อนที่ชนวนความขัดแย้งนี้จะลุกลามจนเกินควบคุม




