หน้าแรก ภูมิภาค สะท้านปราจีนฯ...

สะท้านปราจีนฯ! แฉนายทุนฮุบสระน้ำหลวง 4 ไร่ ทำรั้วปิดตาย-ไร่นาพังยับ ชาวบ้านท้าชัยวัฒน์ลงพื้นที่

1.11.26 | 07:59 น.

สะท้านปราจีนฯ! แฉนายทุนฮุบสระน้ำหลวง 4 ไร่ ทำรั้วปิดตาย-ไร่นาพังยับ ชาวบ้านท้าชัยวัฒน์ลงพื้นที่

ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดปราจีนบุรีว่า จากรณีมีการกล่าวถึงปัญหาพิพาทที่ดินในพื้นที่หมู่ 4 ตำบลเขาไม้แก้ว อำเภอกบินทร์บุรี กำลังบานปลายกลายเป็นประเด็นระดับประเทศ หลังชาวบ้านผู้เดือดร้อน ยื่นหนังสือร้องเรียนผ่านศูนย์ดำรงธรรมอำเภอกบินทร์บุรี และแจ้งความดำเนินคดีที่ สภ.กบินทร์บุรี มาตั้งแต่ปี 2565 แต่เรื่องกลับเงียบกริบไร้ความคืบหน้า

โดยเอกสารร้องเรียนระบุชัดว่า มีนายทุนรายใหญ่จากจังหวัดภูเก็ต เข้ามาซื้อที่ดินแปลงข้างเคียงในปี 2565 ก่อนถือโอกาส บุกรุกยึดครองสระน้ำสาธารณประโยชน์และที่ดินรอบสระเนื้อที่กว่า 4 ไร่ พร้อมทำการล้อมรั้วลวดหนามอย่างมั่นคงถาวร ปิดตายไม่ให้ชาวบ้านเข้าไปใช้น้ำได้อีก ซ้ำยังทำการขุดขยายสระรุกล้ำ และทำลายช่องระบายน้ำคอนกรีตเดิม ส่งผลให้ช่วงฤดูฝนน้ำเอ่อล้นท่วมไร่นาและสวนกล้วยของชาวบ้านข้างเคียงจนเสียหายพังยับเยิน


ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2567 คณะเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอกบินทร์บุรี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ อบต.เขาไม้แก้ว และชาวบ้าน ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง แต่ปรากฏว่า ไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบบริเวณสระน้ำได้ เนื่องจากถูกผู้บุกรุกสร้างรั้วปิดกั้นไว้อย่างแน่นหนา

ต่อมาในวันที่ 25 พฤศจิกายน 2567 ผู้ร้องได้เข้าพบ ปลัดกฤษฎ์ฐม กรวยทอง แต่กลับได้รับคำตอบที่ทำให้ชาวบ้านถึงกับอึ้งว่า “ผู้ครอบครองมีเอกสารจากกรมที่ดิน หากเดือดร้อนต้องไปฟ้องร้องดำเนินคดีทางแพ่งเอาเอง” ซ้ำร้ายเวลาผ่านไปกว่า 5 เดือน เรื่องก็ยังเงียบหาย ปล่อยให้นายทุนยึดครองสมบัติของแผ่นดินเป็นของส่วนตัว

ทีมข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ หมู่ 4 ตำบลเขาไม้แก้ว พบสภาพที่ดินของคู่กรณีมีรั้วลวดหนามปักเป็นแนวเขตมิดชิดรอบด้าน ด้านในมีหญ้าขึ้นปกคลุมและมีรอยขุดร่องน้ำชัดเจน ส่วนพื้นที่ติดกันพบกองขี้ไก่ขนาดใหญ่ 1 รถบรรทุกถูกนำมาลงไว้เพื่อเตรียมไถปรับดินปลูกพืช

Advertisement

ด้าน นายสุนทร คมคาย หรือเกษตรแหลม แกนนำชุมชนคนเขาไม้แก้ว ประธานอาสาสมัครพิทักษ์สิ่งแวดล้อม อ.กบินทร์บุรี และแกนนำกลุ่มปราจีนเข้มแข็ง เปิดเผยว่า ที่ดินตรงนี้รอบข้างเป็นพื้นที่ สปก. ทั้งหมด แต่กลับพบว่าที่ของคู่กรณีอ้างว่ามีเอกสารสิทธิ์ นส.3 ซึ่งน่าสงสัยมากว่าออกเอกสารสิทธิ์ทับที่ป่าและที่ สปก. ได้อย่างไร?

“ที่ดินแถบนี้ไม่ได้มีแค่แปลงนี้แปลงเดียว แต่นายทุนและบริษัทใหญ่ๆ นามสกุลดัง กว้านซื้อยึดครองไปกึ่งตำบล เกือบ 60-70% กว้านไปหลายพันไร่ยันติดถนนสาย 359 ผมขอท้า นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีต ผอ.สำนักอุทยานแห่งชาติ ให้ลงมาตรวจสอบที่เขาไม้แก้วได้เลย ผมพร้อมกางข้อมูลสายสัมพันธ์และเส้นสายการฮุบที่ดินรัฐให้ดูเต็มที่” นายสุนทร กล่าวทิ้งทาย

ล่าสุดผู้ร้องทุกข์ได้ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับผู้สื่อข่าวว่า เนื่องจากคดีความที่แจ้งไว้นานกว่า 2 ปีไม่คืบหน้า และเจ้าหน้าที่รัฐปล่อยเกียร์ว่าง จึงต้องนำเรื่องมาร้องเรียนผ่านสื่อมวลชน เพื่อให้ช่วยตีแผ่ความเดือดร้อนของประชาชน

ขณะนี้ผู้สื่อข่าวอยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐาน เอกสารสิทธิ์ ภาพถ่ายมุมสูง และเตรียมส่งเรื่องต่อไปยังหน่วยงานตรวจสอบระดับประเทศ ทั้งกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และ ป.ป.ช. เพื่อลากไส้ขบวนการนายทุนออกเอกสารสิทธิ์มิชอบ ทวงคืนสระน้ำหลวงและที่ดินของแผ่นดินกลับมาให้ชาวบ้านโดยเร็วที่สุด