หน้าแรก ภูมิภาค ชาวปราจีนฯ รว...

ชาวปราจีนฯ รวมตัวทวงสัญญารมว.ท็อป สางปมโรงงานขยะ-สารพิษในน้ำ อัดรองผู้ว่าฯโชว์กินปลาได้ไม่ช่วย

1.11.26 | 15:47 น.

ชาวปราจีนฯ รวมตัวจี้ตั้งกก.ระดับชาติ-ทวงสัญญารมว.ท็อป สางปมโรงงานขยะ-น้ำปนเปื้อนสารพิษ อัดรักษาการผู้ว่าฯ จัดงานกินปลาโชว์ ชี้อ.ประจันตคาม ไม่ได้กำลังเจอปัญหามลพิษทางน้ำ เหมือน ศรีมหาโพธิ-ศรีมโหสถ-บ้านสร้าง จตุรงค์ รุดรับเรื่องเสนอสภา

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 บริเวณหน้าโรงงานขยะอุตสาหกรรม ต.หัวหว้า อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี มวลชนกลุ่มปราจีนเข้มแข็ง พร้อมประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงที่ได้รับผลกระทบจากโรงงานขยะอุตสาหกรรมเกือบ 200 คน รวมตัวชุมนุมทวงถามความคืบหน้าการตรวจสอบโรงงานดังกล่าว หลังจากก่อนหน้านี้ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ลงพื้นที่ตรวจสอบและรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม พร้อมรับปากจะเร่งตรวจสอบและให้คำตอบเรื่องการปิดโรงงานภายใน 7 วัน แต่จนถึงปัจจุบันชาวบ้านยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน


รายงานข่าวแจ้งว่า การรวมตัวครั้งนี้เนื่องจากปัญหาน้ำปนเปื้อนคราบน้ำมันและสารมลพิษไหลลงสู่แหล่งน้ำและพื้นที่เกษตร สร้างความวิตกกังวลให้ประชาชน อย่างไรก็ตาม ในช่วงเช้าเกิดเหตุชุลมุนขึ้นเล็กน้อย หลังชาวบ้านต้องการเข้าไปอ่านป้ายประกาศบริเวณด้านหน้าโรงงาน ซึ่งเป็นประกาศที่ทางราชการนำมาติดไว้ แต่ผู้ดูแลโรงงานแจ้งว่าเป็นเขตพื้นที่โรงงาน หากเข้าไปอาจเข้าข่ายบุกรุก ทำให้ชาวบ้านเกิดความไม่พอใจเป็นอย่างมาก

ต่อมาชาวบ้านร่วมกันนำพริกและเกลือมาเผาเป็นสัญลักษณ์แสดงความไม่พอใจ เพื่อสาปแช่งให้ขยะพิษและโรงงานกากอุตสาหกรรมออกไปจากพื้นที่โดยเร็ว พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม ระหว่างนั้นพบ นายจตุรงค์ ฉายแสง ส.ส.พรรคเพื่อไทย เดินทางมาสอบถามและรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่มาร่วมชุมนุม

Advertisement

นายจตุรงค์กล่าวว่า ช่วงเช้าที่ผ่านมาได้เดินทางไปยังพื้นที่บ้านทาม อ.ศรีมหาโพธิ เพื่อรับฟังปัญหาของประชาชนผู้เลี้ยงปลากระชังที่กำลังประสบปัญหาความเดือดร้อนจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น กระทั่งช่วงบ่ายทราบว่ามีกลุ่มประชาชนรวมตัวกันชุมนุมเรียกร้องบริเวณหน้าโรงงานขยะอุตสาหกรรม จึงเดินทางเข้ามารับฟังปัญหาของชาวบ้านด้วยตนเอง เพื่อนำข้อมูลและข้อร้องเรียนต่างๆ ไปผลักดันและสะท้อนปัญหาผ่านการอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรต่อไป

น.ส.ศิริพร ฉายวัฒนะ ตัวแทนชาวบ้าน กล่าวว่า วันนี้ประชาชนเดินทางมารอคำตอบจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ตามที่เคยรับปากว่าจะให้คำตอบภายใน 7 วันว่าจะปิดโรงงานหรือไม่ แม้ปัจจุบันโรงงานถูกสั่งหยุดประกอบกิจการตามมาตรา 39 วรรคสอง เป็นเวลา 3 เดือน แต่ชาวบ้านยังไม่เห็นการแก้ปัญหาที่เป็นรูปธรรม แม้แต่ผ้าใบคลุมกองขยะก็ไม่สามารถปิดได้มิดชิด นอกจากนี้ มีความกังวลเกี่ยวกับน้ำสีดำที่ไหลกระจายเป็นวงกว้าง ไม่จำกัดอยู่เฉพาะพื้นที่ อ.ศรีมหาโพธิ แต่ยังลุกลามไปถึง อ.ศรีมโหสถ และมีความเสี่ยงที่จะไหลเข้าสู่ อ.บ้านสร้าง ซึ่งประชาชนหวั่นเกรงจะได้รับผลกระทบจากมลพิษทางน้ำเพิ่มมากขึ้น

“ส่วนกรณีจังหวัดจะจัดกิจกรรมรับประทานปลาเพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนนั้น พื้นที่ อ.ประจันตคาม มีความแตกต่างจากพื้นที่ อ.ศรีมหาโพธิ ศรีมโหสถ และบ้านสร้าง กำลังเผชิญปัญหามลพิษทางน้ำ จึงไม่ควรนำกิจกรรมดังกล่าวมาใช้สร้างความเชื่อมั่นโดยไม่มีผลตรวจยืนยันความปลอดภัยของสัตว์น้ำ โรงงานที่เคยได้รับอนุญาตให้เปิดดำเนินการก็สามารถถูกสั่งปิดได้เช่นกัน โดยเฉพาะโรงงานที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำและเป็นพื้นที่รับน้ำ หากเกิดน้ำท่วมซ้ำ ปัญหามลพิษก็อาจกลับมาเกิดขึ้นอีก จึงต้องการให้รัฐมนตรีสั่งปิดโรงงานอย่างถาวร เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน” น.ส.ศิริพรกล่าว

นายสุนทร คมคาย กล่าวว่า การปิดโรงงานต้องดำเนินการตามหลักวิชาการ มีมาตรการควบคุมและจัดการปัญหามลพิษ รวมถึงต้องมีการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบให้เรียบร้อย ไม่ใช่เพียงสั่งปิดแล้วปล่อยให้ปัญหาตกอยู่กับชาวบ้าน ข้อเสนอของภาคประชาชนต้องการให้สั่งปิดโรงงานทั้ง 2 แห่งอย่างถาวร ตามมาตรา 39 วรรคสาม เนื่องจากตั้งอยู่ในพื้นที่รับน้ำ ซึ่งไม่เหมาะสมกับการประกอบกิจการประเภทดังกล่าว โดยเฉพาะในสถานการณ์สภาพภูมิอากาศแปรปรวนและมีความเสี่ยงเกิดน้ำท่วมรุนแรงซ้ำอีกในอนาคต
รัฐมนตรีเคยรับปากว่าจะให้คำตอบภายใน 7 วันว่าจะปิดโรงงานหรือมีแนวทางแก้ไขอย่างไร แต่ถึงวันนี้ผ่านมากว่า 10 วันแล้ว ยังไม่มีความคืบหน้าที่ชัดเจนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงสาธารณสุข

ท้ายที่สุด ภาคประชาชนเตรียมยื่นข้อเสนอตามมาตรา 9 เพื่อขอให้รัฐบาลจัดตั้งคณะกรรมการระดับชาติขึ้นมาดูแลแก้ไขปัญหา เนื่องจากเห็นว่าปัญหามลพิษครั้งนี้มีความรุนแรงและกระทบประชาชนหลายพื้นที่ เกินกว่าที่หน่วยงานระดับภูมิภาคจะแก้ไขได้เพียงลำพัง

“ต้องการให้เป็นคณะทำงานที่มีอำนาจตัดสินใจ ทั้งด้านงบประมาณ เครื่องมือเครื่องจักร และการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งแก้ไขวิกฤตมลพิษและคืนความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม” นายสุนทรกล่าว

วันเดียวกัน มีรายงานว่า นายชนาธิป โคกมณี รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ร่วมกับสภาเกษตรกรจังหวัดปราจีนบุรี พร้อมหัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัดปราจีนบุรี เชิญชวนร่วมกิจกรรม “ชวนกินปลา” เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจ ว่าปลาในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรีปลอดภัย สามารถรับประทานได้ตามปกติ เนื่องจากผ่านการตรวจสอบจากกรมประมงเรียบร้อยแล้ว โดยกิจกรรมจะจัดในวันที่ 2 พฤศจิกายน ในพื้นที่บ้านเกาะยาง หมู่ที่ 9 ต.โพธิ์งาม อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี