bg-single

สำเภาจีน และความเป็น ‘ไทย’

25.05.2025

จีนค้าสำเภาถึงอ่าวไทยตั้งแต่หลัง พ.ศ.1500 ผลักดันภาษาไทยเป็นภาษากลางทางการค้าในการเคลื่อนย้ายขนถ่ายสินค้าและทรัพยากรจากดินแดนภายในลงสู่รัฐใกล้ทะเลเพื่อค้าขายกับจีน

ด้วยผลประโยชน์ทางการค้า กระตุ้นให้คนร้อยพ่อพันแม่ที่พูดภาษาต่างๆ กลายตนเป็นคนพูดภาษาไทย ในที่สุดเรียกตัวเองว่าไทย พบครั้งแรกในรัฐอยุธยา ลุ่มน้ำเจ้าพระยา

ภาษาไทย [ตระกูลไท-ไต หรือ ไท-กะได] มีรากเหง้าเก่าสุดราว 3,000 ปีมาแล้ว อยู่มณฑลกวางสี [ต่อเนื่องกับมณฑลกวางตุ้ง] ทางภาคใต้ของจีน แล้วต่อเนื่องกับภาคเหนือของเวียดนาม

ทุกวันนี้ในมณฑลกวางสี มีกลุ่มคนมากกว่า 10 ล้านคนเรียกตนเองว่า “จ้วง” ในตระกูลภาษาพูดไท-ไต

ภาษาไทย [ตระกูลไท-ไต] เป็นภาษากลางทางการค้าของดินแดนภายในภาคพื้นทวีปนับพันปีมาแล้ว ทำให้มีพลังเคลื่อนไหวทั่วภูมิภาคตามเส้นทางการค้าของดินแดนภายใน เป็นบริเวณกว้างใหญ่ทางภาคใต้ของจีน ต่อเนื่องภาคเหนือของเวียดนาม, ลาว, ไทย, พม่า เข้าถึงลุ่มน้ำพรหมทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย

ขณะเดียวกัน ภาษาไทยเป็นภาษากลางทางการค้าขยายลงไปทางใต้บริเวณคาบสมุทรถึงนครศรีธรรมราช

 

ต้นเรื่องไทย “จิ้มก้อง” จีน

จีนหนุนหลังรัฐสุพรรณภูมิ [สยาม, เสียน] ยึดได้รัฐอยุธยา [ของรัฐละโว้, หลอหู] ราวหลัง พ.ศ.1950

นับแต่นั้นมารัฐอยุธยาต้อง “จิ้มก้อง” ถวายเครื่องราชบรรณาการต่อจักรพรรดิจีน

[ต่อมาถูกปรับเข้ากับระบบอุปถัมภ์ของสังคมไทย จิ้มก้อง (คำจีน สำเนียงแต้จิ๋ว) หมายถึงเอาของมีค่าไปกำนัลผู้มีอำนาจเหนือกว่าเพื่อหวังผลตอบแทนอย่างใดอย่างหนึ่งที่มีมากกว่า ซึ่งโน้มไปทางติดสินบน]

ก่อนสยามจากสุพรรณยึดอยุธยา พ.ศ.1952 จีนส่งกองเรือนำโดยแม่ทัพขันทีเจิ้งเหอ (หรือซำปอกง) ยกกองเรือท่องสมุทร (ครั้งที่ 3) ผ่านอ่าวไทย เท่ากับใช้กองเรือกดดันซึ่งจงใจมีส่วนสนับสนุนการยึดอยุธยาของสยามแห่งรัฐสุพรรณภูมิ [หลักฐานและคำอธิบายมีในหนังสือของ สืบแสง พรหมบุญ เจิ้งเหอ ซำปอกง อุษาคเนย์ สำนักพิมพ์มติชน พิมพ์ครั้งแรก เมษายน พ.ศ.2549]

 

(ซ้าย) แผ่นจารึกสำริด พระบรมราชโองการของจักรพรรดิจิ๋นซี (ขวา) ลูกชั่งน้ำหนักสำริด

จีนควบคุมอยุธยาและคาบสมุทร

จีนต้องการควบคุมและคุ้มครองบ้านเมืองแถบทะเลจีนใต้ โดยเฉพาะบริเวณคาบสมุทรมลายู ต่อมาจีนได้สยามกับละโว้ในอำนาจโดยไม่ต้องยกทัพ ตามนโยบายเกลี้ยกล่อมให้อ่อนน้อมที่พบในเอกสารจีน ดังนี้

“(จักรพรรดิ) ทรงปรึกษาข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ หารือเรื่องการจัดทัพไปปราบเสียน (สยาม) หลอหู (ละโว้) หม่าปาเอ๋อร์ (เปโป้ยยี้) จี้หลัน (กู้น้ำ) และซูมู่ตาลา (สุมาตรา)

แต่ขุนนางชื่อเจียหลู่น่าต๋าซือ กราบทูลว่า ‘อาณาจักรเหล่านั้นเป็นอาณาจักรเล็กที่ไม่มีความสำคัญอะไร แม้ว่า (จีน) จะได้ (อาณาจักรเหล่านั้น) มาเป็นเมืองขึ้น ก็หาประโยชน์มิได้ (นอกจากนั้น) การที่จะจัดทัพไปปราบอาณาจักรเหล่านั้น ยังเป็นการทำลายชีวิตประชาชนโดยใช่เหตุ ควรส่งทูตไปชี้แจงบาปบุญคุณโทษ (และ) ชักชวน (ให้อ่อนน้อม) จะเหมาะสมกว่า ถ้า (อาณาจักรเหล่านั้น) ไม่ยอมอ่อนน้อมก็ยังไม่สายเกินไปที่จะไปโจมตีได้’

จักรพรรดิทรงเห็นชอบด้วย และรับสั่งให้เอียลาเยหนูเตอมี่และคณะ จัดการส่งทูตตามข้อเสนอดังกล่าว (ปรากฏผลว่า) กว่า 20 อาณาจักรยอมนอบน้อม”

[จากหนังสือ ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทย-จีน พ.ศ.1825-2395 (แปลจากเอกสารทางราชการของจีน) โดยคณะกรรมการสืบค้นประวัติศาสตร์ไทย เกี่ยวกับจีนในเอกสารภาษาจีน สำนักนายกรัฐมนตรี พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ.2523]

 

กาน้ำสำริด (พบร่วมกับกลองสำริดในวัฒนธรรมดองซอน เวียดนาม) เหมือนกาน้ำสำริดสมัยราชวงศ์ฮั่น อายุราว พ.ศ.500-800 ซึ่งเป็นสมบัติของนาย Nguyen Van Thanh กรุงฮานอย [ภาพกาน้ำสำริด มีพวย พบที่ม่อนวัดเกษมจิตตาราม ต.ท่าอิฐ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ ปัจจุบันจัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร] [ขอบคุณ รศ.ดร.พจนก กาญจนจันทร ที่เอื้อเฟื้อและชี้แนะข้อมูล (ใต้ภาพโดย รุ่งโรจน์ ภิรมย์อนุกูล)]

พระเจ้าเหา มาจากคำจีน

พระเจ้าเหา หมายถึง เทพบิดร, เก่าแก่, โบราณ, ดึกดำบรรพ์

มักใช้ว่ายุคพระเจ้าเหา หรือสมัยพระเจ้าเหา [ไม่ใช่พระเจ้าแผ่นดินชื่อ “เหา”] ภาษาปากชาวบ้านหมายถึงสมัยผีบรรพชน หรือผีปู่ย่าตายาย

คำว่า เหา น่าจะมาจากคำจีนว่า เฮ่า เป็นนามพิเศษออกไปจากชื่อตัวและชื่อรองในวัฒนธรรมจีน ซึ่งมีชื่อต่างๆ กัน แบ่งได้หลายประเภท ตามคำอธิบายอีกมากอยู่ในหนังสือ ชื่อ แซ่ และระบบตระกูลแซ่ ของ ถาวร สิกขโกศล (สำนักพิมพ์มติชน พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ.2559)

เอกสารทางการโดยทั่วไปอธิบายต่างๆ นานาว่า “พระเจ้าเหา” ได้จากชื่อตึกพระเจ้าเหา ที่เมืองละโว้ จ.ลพบุรี ซึ่งเป็นตึกที่ฝรั่งเรียก house แล้วเพี้ยนเป็นเหา แต่บางทีบอกว่ามาจากชื่อพระพุทธรูปว่าพระเจ้าหาว (หาว แปลว่า ท้องฟ้า) เพี้ยนเป็น เหา (ในหนังสือวัฒนธรรม พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ฯ ที่กรมศิลปากร พิมพ์เมื่อ พ.ศ.2542 หน้า 99)

 

เครื่องชั่งตวงวัด

แผ่นจารึกสำริด พระบรมราชโองการของจักรพรรดิจิ๋นซี (พ.ศ.322-337) ประกาศให้ทั้งจักรวรรดิที่รวบรวม 7 รัฐ ใช้มาตราเดียวกันชั่งตวงวัด

พ.ศ.1947 [ตรงกับเจ้านครอินทร์ เป็นเจ้าครองสยามสุพรรณภูมิ] จักรพรรดิจีนหย่งเล่อพระราชทาน “เครื่องตวงเครื่องชั่ง” ใช้เป็นมาตรฐานในสยามตามที่ขอ •

 

| สุจิตต์ วงษ์เทศ



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

56 ปียิงสดบอลโลกในไทย ค่าลิขสิทธ์จากร้อยสู่พันล้าน
การแยกทางของ ‘ลิเวอร์พูล’ กับ ‘ชล็อต’ เพราะฟุตบอลใช้หัวใจมากกว่าอัลกอริธึ่ม
เดินตามดาว | ศรินทิรา : ประจำวันที่ 5 – 11 มิถุนายน 2569
ทดสอบฮอนด้า CR-V e:HEV 2026 เพิ่มออปชั่นขับสนุก-นั่งสบายเหมือนเดิม
หยีทะเล พืชสามัญแต่ไม่ธรรมดา
ต้มซูเปอร์ปีกไก่
อสังหาฯ บ้านคอนโดฯ ‘ไหลย้อนกลับ’
E-DUANG | สัมพันธ์ ภูมิใจไทย เพื่อไทย จุดพลิก รัฐบาล ฝ่ายค้าน
‘แดง’ หวนคุมพืชสวนโลกอีสาน ตามรอยราชพฤกษ์ 2549 ยุค ‘นายใหญ่’
​สพป.ชัยนาท ร่วมกับ ศูนย์ประสานงานทางการศึกษาเนินขาม ผนึกกำลังจิตอาสาฟื้นฟูผืนป่าเขาขยาย สานต่อแนวคิด “เขาขยาย เขาทะเลทราย สู่เขาสวรรค์”
“อนุทิน” ตอบปม UNCLOS ย้ำ ยังไม่ถึงเวลาฟื้นสัมพันธ์-ไม่มีเปิดด่าน มั่นใจรักษาอธิปไตยได้เต็มที่ !
การทูตไม้ไผ่ (Bamboo Diplomacy)ของเวียดนาม : พัฒนาการและข้อจำกัด