พฤษภาเลือด เสียงปืน จาก บ่อนไก่ สวนลุม เสียงปืน ที่ราชปรารภ ดินแดง
ยุทธการแดงเดือด
พฤษภาเลือด
เสียงปืน จาก บ่อนไก่ สวนลุม
เสียงปืน ที่ราชปรารภ ดินแดง
ไม่เพียงแต่ความตายที่บ่อนไก่ พระราม 4 สวนลุมพินี เท่านั้นที่อยู่ในแสงแห่งสปอตไลต์ หากความตายที่ราชปรารภก็มีความแหลมคม
ความน่าสนใจอยู่ตรงไหน
อยู่ตรงที่ไม่ว่าความตายที่บ่อนไก่ ไม่ว่าความตายที่ราชปรารภมีความสัมพันธ์ ทั้งในด้านที่เมื่อ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ถูกลอบสังหาร กับทั้งในด้านอันเป็นการตระเตรียมเพื่อจัดการที่ราชประสงค์
เป็นการตระเตรียมโดยมีกำลังทหารเป็นด้านหลัก กำลังตำรวจเป็นด้านรอง
เป็นการตระเตรียมไม่เพียงจุดเดียวหากแต่มีลักษณะเชื่อมโยงและสัมพันธ์กัน นั่นก็เห็นได้จากที่บ่อนไก่โยงอยู่กับศาลาแดง สวนลุมพินี ราชปรารภโยงกับสามเหลี่ยมดินแดงและแยกมักกะสัน
เป็นสถานการณ์อันเริ่มตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคม โดยมีจุดสุกงอมจุดสรุปอยู่ที่วันที่ 19 พฤษภาคม
ทั้งในด้านของบ่อนไก่ ศาลาแดง ทั้งในด้านของมักกะสัน ราชปรารภ
เวียงรัฐ เนติโพธิ์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เริ่มบทความเรื่อง “ความตายที่ราชปรารภ” ของเธอใน “ความจริงเพื่อความยุติธรรม” ด้วยประโยค
ภายใต้มาตรการขั้นเด็ดขาดในการสลายการชุมนุมที่มีการปิดล้อมแยกราชประสงค์โดยรอบ
จุดปิดล้อมทางทิศเหนือตามถนนราชปรารภระหว่างแยกมักกะสันขึ้นมาถึงแยกสามเหลี่ยมดินแดงเป็นจุดสำคัญอีกจุดหนึ่งที่รัฐบาลยกระดับความรุนแรงจากมาตรการควบคุมพื้นที่ชุมนุมมาเป็นสมรภูมิรบ
ส่งผลให้เกิดการบาดเจ็บและล้มตายเป็นจำนวนมาก
จากนั้นก็ฉายให้เห็นว่า ความรุนแรงในบริเวณนี้ยกระดับขึ้นนับจากคำสั่งของ ศอฉ.ที่ประกาศเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2553 และเริ่มปฏิบัติการวันเดียวกันตั้งแต่เวลา 18.00 น.
ได้มีการเคลื่อนกำลังพลติดอาวุธโดยใช้รถสายพานลำเลียงพลมีกำลังทหารที่มีอาวุธสงครามประจำตามจุดปิดล้อมต่างๆ
บริเวณราชปรารภก็เช่นเดียวกัน
กองกำลังทหารได้ตรึงกำลังอยู่ตามจุดต่างๆ ตามแนวถนนราชปรารภ ในจุดนี้ไม่มีข้อมูลที่ยืนยันได้ว่าเสียงปืนนัดแรกได้ดังขึ้นเวลาเท่าไรแต่ เวียงรัฐ เนติโพธิ์ ระบุว่าหลักฐานหลายแหล่งยืนยันตรงกันว่า
เจ้าหน้าที่เริ่มปฏิบัติการในช่วงบ่ายเมื่อมีการเคลื่อนย้ายกำลังทหารเข้าปิดถนนในช่วงต่างๆ
ด้านผู้ชุมนุมพยายามกีดกันการเคลื่อนกำลังทหาร
และตลอดช่วงบ่ายของวันที่ 14 พฤษภาคม มีเสียงปืนอย่างต่อเนื่อง ในช่วงแรกมีความเป็นไปได้ว่าเป็นการยิงกระสุนยางหรือกระสุนจริงขึ้นฟ้าเนื่องจากยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บ
ในความเห็นของ เวียงรัฐ เนติโพธิ์ ปฏิบัติการทหารบนถนราชปรารภเริ่มเวลาประมาณ 14.00 น. อ้างอิงจากภาพโดยผู้ชุมนุม (ไม่ประสงค์ออกนาม) มอบให้ ศปช. เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2554
ทหารได้เข้ายึดพื้นที่บริเวณแยกราชปรารภใต้แอร์พอร์ตลิงก์และเคลื่อนกำลังเข้าปิดถนนบริเวณโรงแรมอินทรา
จากภาพจะพบว่า ทหารที่เข้าปฏิบัติการนั้นได้มีการติดอาวุธปืนเล็กยาว เอ็ม 16 และปืนลูกซอง โดยทหารแนวหน้าสุดถือโล่ตั้งแนวปิดถนนไว้ แต่ยังไม่พบว่ามีเหตุการณ์ปะทะเกิดขึ้นในช่วงเวลานี้
หนังสือพิมพ์ “ไทยรัฐ” ฉบับประจำวันที่ 16 พฤษภาคม 2553 สะท้อนสัญญาณความรุนแรงเริ่มปรากฏให้เห็นตั้งแต่เวลาประมาณ 15.00 น.เป็นต้นไป
ที่ทหารเริ่มใช้มาตรการกดดัน โดยหลังจากการเข้าวางกำลังปิดพื้นที่บริเวณแยกราชปรารภได้ มีการแบ่งกำลังเดินแถวเรียงเดี่ยวไปตามฟุตบาทมาจากทางด้านแยกราชปรารภ
จนเมื่อไปถึงซอยรางน้ำทหารได้แยกออกไปตั้งแถวหน้ากระดานทั้งด้านถนนรางน้ำและถนนราชปรารภเพื่อปิดถนนกันคนเข้ามาในพื้นที่
พร้อมกับยิงปืนขึ้นฟ้าเพื่อผลักดันผู้ชุมนุมให้ออกจากพื้นที่
ช่วงเวลาเดียวกันที่แยกซอยรางน้ำมีกลุ่มผู้ชุมนุมประมาณ 50 คนพยายามเข้ามาสมทบ ทหารจึงยิงกระสุนยางกันไว้
ต่อมา ตำรวจปราบจลาจล (ปจ.) จำนวน 2 กองร้อยเสริมกำลังเข้าสมทบกับทหาร โดยให้ตำรวจตั้งรับอยู่แนวหน้า ส่วนทหารตั้งแนวคอยสังเกตตามซอยใกล้เคียงไม่ให้ประชาชนออกมา
ต่อมา เวลา 16.00 น. ทหารเริ่มเคลื่อนมาจากทิศใต้ขึ้นมาทางสามเหลี่ยมดินแดงโดยมีการยิงขึ้นฟ้าเป็นชุดๆ เพื่อขู่
เสียงปืนรัวเป็นชุดๆ
พร้อมกับประกาศเตือนไม่ให้เข้าไปในบริเวณนั้นและให้คนเข้าบ้านโดยทหารจะเดินเป็นกลุ่มบนฟุตบาท
และมีการแยกไปตามต้นไม้เพื่อใช้เป็นที่กำบังด้วย
ตามภาพโดยพยานลำดับที่ 045 ซึ่งพักอาศัยอยู่บนตึกคอนโดมิเนียม เดอะคอมพลีท ที่มองเห็นได้มอบให้แก่ “ศปช.” เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2554 ทหารเริ่มมีการตั้งบังเกอร์ตามจุดต่างๆ บนถนนราชปรารภและไม่มีการใช้กำลังจากภาพประชาชน
แต่ภาพอันปรากฏผ่านคลิป “20100514_แนวทหารถูกไล่ รางน้ำ_อธิ เจริญทรัพย์_naSak33” ยืนยันอย่างชัดเจนมีคนสัญจรผ่านไปมาบนถนนราชปรารภและไม่มีการใช้กำลังจากประชาชน
แต่ทหารกลับใช้แก๊สน้ำตาขว้างใส่
ความน่าสนใจจากบทความของ เวียงรัฐ เนติโพธิ์ ก็คือการยืนยันจากพยานลำดับที่ 026 ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์และได้รับบาดเจ็บจากปฏิบัติการของทหาร ได้ให้สัมภาษณ์กับ “ศปช.” เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2553
เล่าว่า ในเวลาไล่เลี่ยกันนั้นพยานออกจากบ้านเพื่อไปดูเหตุการณ์
โดยออกไปทางซอยราชปรารภ 22 ที่อยู่บริเวณสามเหลี่ยมดินแดงได้เห็นทหารเคลื่อนพลขยับขึ้นจากด้านแยกราชปรารภมายังบริเวณสามเหลี่ยมดินแดงอยู่ใกล้กับโรงแรมเซ็นจูรี่ปาร์ค
และเริ่มมีการปิดถนนและขึงลวดหนามไม่ให้ประชาชนเข้าไปถนนราชปรารภทางด้านสามเหลี่ยมดินแดง
แต่ยังคงมีการเปิดให้คนที่อยู่ในพื้นที่ข้างในเดินผ่านออกจากพื้นที่ได้
เมื่อพิจารณาจากคลิป “20100514_เหตุการณ์ตั้งแต่วางลวด ยึดรถ ดินแดง_siam tv” จะเห็นได้จากปฏิกิริยาของผู้ใช้ยานพาหนะที่ขับผ่านเข้ามาเริ่มไม่พอใจที่มีการปิดถนน
จึงมีการด่าทอทหาร
อย่างไรก็ตาม ทางฝ่ายประชาชน (ทั้งผู้ชุมนุม คนที่ผ่านมา ผู้อยู่อาศัยย่านนั้นและคนเข้ามาดูเหตุการณ์)
ก็ได้ต่อต้านมาตรการกระชับพื้นที่ของทหาร
เมื่อไล่เรียงภาพแต่ละภาพ จากที่ปรากฏผ่านการรายงานของ “หนังสือพิมพ์” และที่มีผู้บันทึกเป็น “คลิป” และนำออกเผยแพร่ผ่านช่องทาง “ออนไลน์”
ก็จะสัมผัสได้ในการเคลื่อนไหว
ไม่ว่าจะทางด้านของทหาร ไม่ว่าจะทางด้านของผู้ชุมนุมและกลุ่มประชาชนซึ่งได้รับผลสะเทือน
ทั้งที่ราชปรารภและสามเหลี่ยมดินแดง
