bg-single

ศึกใหญ่ ‘ภาษีการค้า’ สนามรบชายแดนปะทุ ถล่มซ้ำเศรษฐกิจไทย

05.08.2025

บทความพิเศษ |ศัลยา ประชาชาติ

ศึกใหญ่ ‘ภาษีการค้า’

สนามรบชายแดนปะทุ

ถล่มซ้ำเศรษฐกิจไทย

เข้าสู่ครึ่งหลังปี 2568 ดูเหมือนสถานการณ์-บรรยากาศความรู้สึกของประชาชนคนไทย จะยิ่งดำดิ่ง ชวนให้ท้อแท้มากยิ่งขึ้น

ทั้งปัญหาการเมืองในประเทศที่ไร้เสถียรภาพ ปัญหาเศรษฐกิจที่ลุกลามซึมลึก จากสงครามการค้า ที่โดนัลด์ ทรัมป์ ไล่บี้เก็บภาษีทั่วโลก

ล่าสุด ยังต้องมาเจอกับสงครามในสนามรบจริงชายแดนไทย-กัมพูชา ที่มีความสูญเสียของทั้งประชาชนและทหารไทยถึงปัจจุบันเกือบ 30 ชีวิต

แม้ว่าจะมีข่าวดีจากผลการประชุมพิเศษระหว่างไทย-กัมพูชา คือ “การหยุดยิง” หลังเที่ยงคืนวันที่ 28 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งจัดโดย “อันวาร์ อิบราฮิม” นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ในฐานะประธานอาเซียน โดยมีเอกอัครราชทูตจีนและสหรัฐอเมริกา ประจำกรุงกัวลาลัมเปอร์เข้าร่วมด้วย

แต่ปรากฏว่าเมื่อเลยเวลาหลังเที่ยงคืนแล้ว ทางฝ่ายกัมพูชาก็ยังไม่หยุดยิงตามที่นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ผู้นำกัมพูชาประกาศไว้

อย่างไรก็ดี ในที่สุด การเจรจาของผู้บังคับบัญชาหน่วยทหารในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ทั้ง 3 พื้นที่ เห็นชอบร่วมกันให้หยุดยิง ห้ามเคลื่อนย้ายกำลัง ระหว่างรอการประชุม GBC ในวันที่ 4 สิงหาคม 2568

ต้องยอมรับว่า การเปิดโต๊ะเจรจาไทย-กัมพูชาที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วนั้น เป็นผลจากแรงกดดันของ “โดนัลด์ ทรัมป์” ประธานาธิบดีสหรัฐ ยื่นมือเข้ามาโดยโทรศัพท์หา “ฮุน มาเนต” นายกรัฐมนตรีกัมพูชา และ “ภูมิธรรม เวชยชัย” รักษาการนายกรัฐมนตรีประเทศไทย โดยเรียกร้องให้หยุดยิง พร้อมคำขู่ว่า หาก 2 ประเทศไม่หยุดสู้รบกัน สหรัฐจะไม่ทำข้อตกลงภาษีการค้าด้วย

และหลังการแถลงผลประชุมพิเศษที่ทั้งไทย-กัมพูชาประกาศ “การหยุดยิง” ตั้งแต่เวลา 24.00 น. ของคืนวันที่ 28 กรกฎาคม โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ โพสต์ผ่าน Truth social ระบุว่า ได้คุยกับผู้นำทั้งไทยและกัมพูชา พร้อมแสดงความยินดีที่ได้มีส่วนร่วมให้ทั้งสองประเทศได้บรรลุข้อตกลงในการยุติการสู้รบและฟื้นฟูสันติภาพ พร้อมกันนี้ได้สั่งการให้ทีมงานด้านการค้าของสหรัฐเริ่มต้นการเจรจาทางการค้ากับไทยและกัมพูชาอีกครั้ง

พร้อมตอกย้ำถึงบทบาทการได้ทำหน้าที่ในฐานะ “ประธานาธิบดีผู้สร้างสันติภาพ”

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ปัญหาสู้การรบชายแดนไทย-กัมพูชา เข้ามาทุบซ้ำปัญหาเศรษฐกิจไทยที่มีความเปราะบาง และเพิ่มเติมความเสี่ยงมากขึ้น

ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ บริษัท ธนาคารกรุงเทพ และประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) กังวลว่า จากเหตุการณ์สู้รบไทย-กัมพูชา ที่เกิดขึ้นจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว และความมั่นใจของนักลงทุน และการใช้จ่ายของประชาชนในประเทศที่ระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น โดยคาดทั้งปี 2568 เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวต่ำกว่า 1.5%

โดยหวั่นว่า ฉุดเศรษฐกิจไทยทรุดต่อเนื่อง 2 ปีซ้อน (ปี 2568-2569) จากปัจจัยเสี่ยงทั้งเหตุชายแดนไทย-กัมพูชา ภาษีสหรัฐ และความไม่แน่นอนทางการเมือง

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ ชายแดนไทย-กัมพูชาปิดด่านเป็นบางเวลาชั่วคราว ก็ส่งผลกระทบต่อการค้าชายแดนวันละกว่า 500 ล้านบาท แต่ภาคเอกชนผู้ประกอบการปรับแผนส่งสินค้าทางเรือแทน แต่เหตุการณ์ปะทุความรุนแรง ยิ่งทวีความเสียหายในหลายๆ ด้าน ทั้งการค้า การท่องเที่ยว การลงทุน งบประมาณ และบรรยากาศการค้าการลงทุน

“ผลกระทบในระยะสั้นคือการค้าจะหายไปทั้งหมด แต่หากเรื่องนี้ยืดเยื้อนาน แม้เอกชนไทยจะยังไม่ถอนการลงทุน แต่ในอนาคตอาจต้องพิจารณาความเสี่ยงกันใหม่” นายเกรียงไกรกล่าว

ขณะที่ข้อมูลจากกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ พบว่าช่วงปี 2567 ระบุว่า สถิติการค้าชายแดนไทย-กัมพูชา มูลค่ารวม 175,530 ล้านบาท เป็นการส่งออก 141,846 ล้านบาท การนำเข้ามูลค่า 32,684 ล้านบาท โดยที่ประเทศไทยได้ดุลการค้า 109,163 ล้านบาท

ช่วง 4 เดือนแรกปีนี้ (มกราคม-เมษายน 2568) การค้าชายแดนไทย-กัมพูชามีมูลค่า 64,612 ล้านบาท เป็นการส่งออก 50,225 ล้านบาท และการนำเข้า 14,387 ล้านบาท

โดยสินค้าไทยที่ส่งออกไปยังกัมพูชา 5 อันดับแรก ประกอบด้วย

1. เครื่องดื่มไม่อัดลม เช่น นม UHT, นมถั่วเหลือง

2. เครื่องดื่มชูกำลังและน้ำอัดลม

3. เครื่องยนต์สันดาปภายในและส่วนประกอบ

4. ส่วนประกอบรถจักรยานยนต์

และ 5. สินค้าอุตสาหกรรมการเกษตร

สําหรับในภาคท่องเที่ยวก็เริ่มถูกซ้ำเติม

นายเทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย (THA) เปิดเผยว่า สถานการณ์สู้รบชายแดนไทย-กัมพูชาที่ปะทุขึ้นในช่วงหลายวันที่ผ่านมา เริ่มส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้ว บางประเทศได้ออกประกาศเตือนพลเมืองของตัวเองเกี่ยวกับการเดินทางมายังประเทศไทยแล้ว ส่งผลให้โรงแรมหลายพื้นที่เริ่มได้รับการยกเลิกห้องพัก โดยเฉพาะภาคตะวันออก เช่น จันทบุรี โดยช่วงสุดสัปดาห์พบอัตราการยกเลิกประมาณ 20%

ส่วนจังหวัดอื่นๆ ยังไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง แต่ก็นิ่งนอนใจไม่ได้ เพราะข่าวจากต่างประเทศเริ่มกระจายและนักท่องเที่ยวเริ่มแสดงความกังวล โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่คุ้นเคยกับประเทศไทย อาจทำให้เกิดการชะลอการตัดสินใจ หรือยกเลิกแผนเดินทางในระยะสั้น

ขณะที่นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า แม้สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาเริ่มดีขึ้นจากการเจรจาหยุดยิง แต่ยังไม่สามารถคาดเดาว่าจะหยุดยิงได้ 100% เนื่องจากเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและมีทหารจำนวนมากในพื้นที่ ซึ่งอาจมีเหตุการณ์เล็ดลอดเกิดขึ้นได้

ด้านผลกระทบทางเศรษฐกิจ ความไม่สงบที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนและนักลงทุน โดยเฉพาะในด้านการจับจ่ายใช้สอยและการลงทุนระยะสั้น ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติในภาวะที่มีความเสี่ยงด้านความมั่นคง โดยจากการประเมินเบื้องต้น ความเสียหายที่เกิดขึ้นมีมูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาท ซึ่งยังไม่รวมถึงเรื่องการค้าชายแดน

รัฐมนตรีคลังกล่าวว่า สำหรับงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจที่ยังเหลืออยู่ราว 42,000 ล้านบาท ซึ่งจะนำไปใช้ชดเชยดูแลกลุ่มผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบภาษีทรัมป์ พอมีเหตุการณ์ความไม่สงบชายแดน ก็ต้องมีการรวบรวมงบประมาณมาใช้ในงานฟื้นฟูและซ่อมแซมบ้านเรือนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งก็ถือเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วย

อย่างไรก็ดี ยอมรับว่าหากงบประมาณที่มีอยู่ไม่เพียงพอ อาจต้องพิจารณาใช้งบประมาณจากแหล่งอื่นเพิ่มเติม

“ยังไม่มีแผนกู้เงินเพิ่มเติม ทุกอย่างยังอยู่ภายใต้กรอบงบประมาณปกติ แต่หากสถานการณ์ยืดเยื้อ อาจต้องประเมินอีกครั้ง” นายพิชัยกล่าว

สําหรับความคืบหน้าการเจรจาการค้ากับสหรัฐอเมริกา นายพิชัยกล่าวว่า เงื่อนไขต่างๆ ที่สหรัฐเคยเสนอไว้นั้น ทางการไทยได้ปรับปรุงและตอบรับไปแล้วเกือบทั้งหมด เหลือเพียงรายละเอียดเชิงเทคนิคในร่างสัญญาที่ยังอยู่ระหว่างการหารือร่วมกัน

“การเจรจาในขณะนี้ถือว่าเดินหน้าไปไกลแล้ว คิดว่าไทยตอบโจทย์ได้ถึง 99.99% แล้ว เหลือเพียงบางขั้นตอนในทางเทคนิค ซึ่งไม่ใช่ประเด็นหลัก” นายพิชัยกล่าว

อย่างไรก็ดี ประเด็นเรื่องข้อตกลงภาษีสหรัฐ ซึ่งมีเส้นตาย 1 สิงหาคมนี้ ภาคเอกชนไทยก็ยังลุ้นระทึกกันต่อไปว่า ตัวเลขอัตราภาษีและเงื่อนไขต่างๆ จะออกมาอย่างไร

และต้องจับตาต่อไปว่าการที่ “โดนัลด์ ทรัมป์” ยื่นมือเข้ามาทำหน้าที่เป็น “ประธานาธิบดีผู้สร้างสันติภาพ” ของไทย-กัมพูชา จะทำให้ประเทศไทยต้องมีต้นทุนอะไรเพิ่มหรือไม่

ประเด็นดังกล่าว รศ.ดร.ปิติ ศรีแสงนาม ผู้อำนวยการบริหาร มูลนิธิอาเซียน ณ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย และอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ความเห็นว่า การที่สหรัฐยื่นมือเข้ามายื่นมือเข้ามาเรียกร้องไทยและกัมพูชานำมาสู่การหยุดยิงได้ เชื่อว่าโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐจะมีข้อเรียกร้องด้านการค้าและความมั่นคงต่อทั้งสองประเทศเพิ่มมาเป็นแพ็กเกจ

ขณะที่การเจรจาสงครามการค้าของประเทศไทยที่ผ่านมา มองเป็นปัญหาเศรษฐกิจ ใช้ทีมไทยแลนด์ที่เป็นทีมเศรษฐกิจอย่างเดียว โดยไม่มีทีมความมั่นคง แต่จากนี้มองว่าต้องใช้ทีมเศรษฐกิจและทีมมั่นคง รวมทั้งการชดเชยผลกระทบเข้ามาบูรณาการกันอย่างจริงจัง

เพราะนาทีนี้สหรัฐจะมองว่าการยื่นมือเข้ามาของโดนัลด์ ทรัมป์ ทำให้ทั้งสองประเทศนำไปสู่การหยุดยิงได้สำเร็จ สหรัฐก็จะมีการเรียกร้องต่อทั้งสองประเทศมากขึ้นด้วยเช่นกัน



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

“อนุทิน” โต้กระแสน้ำท่วมงบหมด ยันใช้งบกลางเยียวยา เผยอัดฉีดเพิ่มอีก 1 หมื่นล้าน จ่ายไวแบบ First Come First Serve
สส.ปารเมศ ชี้“ข้าวสารแซนด์บ็อกซ์” ต้องรื้อที่ต้นตอ! ขอชวนภูมิใจไทย ร่วมแก้ พ.ร.บ. สถานบริการ 2509
สุดารัตน์ จี้ต้องเข็นเศรษฐกิจไทยออกจาก “หล่ม” ที่ติดมายาวนานให้ได้ หลังไทยเจ้าภาพจัดประชุม IMF และ World Bank
ปฎิมา นักเขียน ชีวิต กับ ความใฝ่ฝัน นักเขียน ‘อาชีพ’
ดินแดง ราชปรารภ อารมณ์ ‘ร่วม’ ของ ‘มวลชน’ เบื้องหน้า การตาย ของเพื่อน
Sleepmaxxing โรคบ้านอน
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (25)
E-DUANG | สถานะ ธรรมนัส พรหมเผ่า สถานะ สุชาดา ซาง แทนทรัพย์
“วัชระพล” เร่งแก้น้ำเน่าคลองระพีพัฒน์ 2 ไม่นิ่งนอนใจปัญหา ปชช.หลังปลาตายจำนวนมาก คาดสถานการณ์ดีขึ้นใน 1-2 วัน
“พิชัย” ชื่นชมความสำเร็จของการประชุม IMF–World Bank 2026 ชี้รัฐบาลต้องสานต่อเพื่อประโยชน์สูงสุด แนะเร่งแก้ 4 ความท้าทายเศรษฐกิจไทย
ไม่ได้เป็นของนายทุน : เอฟซี ซังต์เพาลี สโมสรฟุตบอลของแฟนบอล ผู้ท้าโต้คลื่นทุนนิยม (1)
50 ปี 6 ตุลา (7) เหยี่ยว พิราบ และโดมิโน