bg-single

ปฏิบัติการตั้ง ‘ดาต้าบูโร’ ผนึกกำลังไล่ล่า ‘เส้นเงินเทา’ สกัด ‘ฟอกเงิน-ทุนเทานอกระบบ’

17.11.2025

บทความพิเศษ | ศัลยา ประชาชาติ

ประเด็น “ธุรกิจสีเทา” “เงินเทา” ถูกหยิบยกขึ้นมากล่าวถึงกันอย่างมากในทุกระดับ ซึ่งแน่นอนว่า มีความเชื่อมโยงกับ “ขบวนการสแกมเมอร์ข้ามชาติ” ที่ระบาดหนัก

ที่สำคัญ มีชื่อผู้มีชื่อเสียง มีอำนาจในแวดวงราชการ แวดวงธุรกิจ และแวดวงการเมืองของไทยถูกโยงเข้าไปเกี่ยวข้อง เช่นเดียวกับการลงทุนในตลาดหุ้นที่เริ่มถูกตั้งคำถาม ว่ามีการปล่อยให้เงินไม่สะอาดปนเปเข้าไปลงทุนหรือไม่

ดังนั้น การปราบปราม “ขบวนการสแกมเมอร์ข้ามชาติ” หรือ “ธุรกิจสีเทา” จึงนับได้ว่า เป็น “วาระแห่งชาติ” ที่สำคัญเร่งด่วนของประเทศไทย

เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายนที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือในการป้องกัน และปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี กับ 15 หน่วยงาน

ได้แก่ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงยุติธรรม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการคลัง กระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงาน กสทช. ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ สมาคมธนาคารไทย และสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ

นายอนุทินกล่าวว่า การลงนามครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่ประเทศไทยได้มีการรวมกันเพื่อการประกาศสงครามกับอาชญากรรมออนไลน์ สงครามนี้เป็นสงครามที่จะต้องชนะเท่านั้น เพื่อปกป้องประชาชนทุกคนจากภัยสแกมเมอร์ที่กำลังบ่อนทำลายประเทศ ตั้งแต่ระดับครอบครัวจนถึงระดับประเทศ ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประเทศ ด้านการค้าการลงทุน และการท่องเที่ยว มีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศจนไม่สามารถประเมินค่าได้ง

การลงนามวันนี้จึงไม่ใช่เพียงเอกสาร แต่เป็นอาวุธที่จะใช้ในการต่อสู้กับอาชญากรอย่างเป็นระบบ ถือเป็นวาระแห่งชาติ ไม่ใช่ภารกิจของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง รัฐบาลพร้อมสนับสนุนในทุกๆ ด้าน ทั้งงบประมาณ เทคโนโลยี และนโยบายทรัพยากรทุกอย่าง เพื่อให้ประเทศไทยเป็นพื้นที่ปลอดภัยจากภัยสแกมเมอร์ นายอนุทินกล่าว

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า คณะอนุกรรมการเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงิน ได้ให้มีการจัดตั้งดาต้าบูโร (Data Bureau) มีนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ร่วมกับสมาคมธนาคารไทย ซึ่งจะเร่งหารือในรายละเอียดทั้งหมด ภายใน 2 สัปดาห์

โดยดาต้าบูโรนี้จะเป็นศูนย์กลางข้อมูลทางการเงิน เพื่อเชื่อมโยงและรวบรวมข้อมูลจากทุกหน่วยงานไว้ในที่เดียว ซึ่งจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการติดตามธุรกรรมต้องสงสัยและสนับสนุนการสืบสวนคดี

“ปัญหาหลักที่ผ่านมา คือ ข้อมูลทางการเงินของแต่ละหน่วยงาน อยู่แบบเดี่ยวๆ ไม่สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้ครบถ้วน ทำให้ผู้กระทำผิดอาศัยช่องว่างระหว่างกฎหมายกับระบบตรวจสอบหลบหนีได้”

โดยการทำงานของ “ดาต้าบูโร” จะทำหน้าเหมือน “ศูนย์กลางเชื่อมโยงข้อมูลการเงินของประเทศ” เพื่อแก้ปัญหาที่หน่วยงานต่างคนต่างถือข้อมูลและไม่สามารถเชื่อมโยงร่วมกันได้ โดยเน้นตรวจสอบ 3 หัวใจหลักของธุรกรรมต้องสงสัย ได้แก่

1. พิสูจน์ตัวตน (KYC/Profiling) ตรวจว่าบุคคลหรือนิติบุคคลเป็นตัวจริงหรือใช้นอมินี รวมถึงตรวจสอบเจ้าของผลประโยชน์ที่แท้จริง เพื่อป้องกันการใช้บัญชีปลอม

2. ตรวจจับพฤติกรรมทางการเงินที่ผิดปกติจากโปรไฟล์ เช่น กรณีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาในไทย แต่มีเงินไหลเข้าออกเยอะ หรือแจ้งเป็นนักธุรกิจโรงแรม แต่มีเงินไหลเข้า-ออกผิดปกติ

และ 3. ติดตามเส้นทางการเงิน (Transaction) การไหลเข้า-ออกของเงิน ซึ่งจะตรวจสอบธุรกรรมผ่านช่องทางต่างๆ ทั้งที่อยู่ภายใต้การกำกับของหน่วยงานรัฐและช่องทางที่อยู่นอกการกำกับ เช่น ผ่านระบบธนาคาร แพลตฟอร์มดิจิทัล หรือ Exchange

“เป็นการแก้ปัญหาเชิงระบบ เพื่อให้สามารถตรวจสอบพฤติกรรมทางการเงินที่ต้องสงสัยได้อย่างครอบคลุมและเชื่อมโยงกัน หากพบช่องว่างกฎหมาย คณะอนุกรรมการจะร่วมพิจารณาแนวทางแก้ไขกฎหมายให้ครอบคลุมธุรกรรมที่ตกหล่น”

นายเอกนิติกล่าวว่า ดาต้าบูโร จะครอบคลุมทั้ง

1. สกุลเงินดิจิทัล (คริปโตเคอร์เรนซี/สินทรัพย์ดิจิทัล) ทั้งส่วนที่อยู่ภายใต้กำกับของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และส่วนที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับดูแล เช่น Private Wallet หรือแพลตฟอร์มต่างประเทศ

2. Money Changer หรือผู้ประกอบธุรกิจที่รับแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ

และ 3. ตลาดการซื้อขายทองคำ ทั้งทองคำแบบกายภาพ และบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีหน่วยงานกำกับดูแลโดยตรง

ทั้งนี้ จะมีการผลักดันกฎหมายใหม่เพื่อยกระดับมาตรฐานสู่สากล โดยเฉพาะติดตามธุรกรรมคริปโตเคอร์เรนซี การซื้อขายทองคำ รถหรู อสังหาริมทรัพย์ หรือทรัพย์สินมีค่าที่อาจใช้ฟอกเงิน ซึ่งต้องมีกฎเกณฑ์ “ระบุตัวตนทางการเงิน” (KYC) ที่ชัดเจน

ตอนนี้เราเริ่มเห็นภาพมากขึ้น 80-90% รู้แล้วว่าช่องทางไหนคือประตูโหว่ของบ้านเรา และจะต้องปิดให้ได้ทั้งหมด ไม่ใช่แค่จับโจรเป็นรายๆ แต่ต้องแก้ที่ระบบให้เห็นทั้งตัวช้าง ภายใน 4 เดือน และจะมีการประชุมติดตามความคืบหน้าอีกครั้ง โดยคาดว่าจะสรุปผลดำเนินงานชัดเจนภายในเดือนธันวาคม 2568 และเริ่มทดลองใช้ดาต้าบูโรกับคดีจริง ร่วมกับหน่วยงานด้านการปราบปรามทันที

ศาสตราจารย์พิเศษ กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตนได้ให้ทางฝ่ายบริหารตลาดหลักทรัพย์ฯ เตรียมพร้อมกับการที่รัฐมีการจัดตั้งดาต้าบูโรขึ้นมา ซึ่งจะทำให้ตรวจสอบการนำเงินมาฟอกในตลาดทุนทำได้ดีขึ้น

โดยจะต้องหามาตรการมารองรับ เช่น ต่อไปหากมีหุ้นที่มีความผิดปกติ มีเหตุต้องสงสัย อาจจะต้องดำเนินการยึดหรืออายัดเงินลงทุนไว้ก่อน ซึ่งโบรกเกอร์จะเป็นด่านแรกที่ต้องเข้มงวดเรื่องการยืนยันตัวตน (KYC)

“การ KYC ต้องเข้มข้น ถ้ามีความผิดปกติ อย่างถ้าเปิดบัญชี ซื้อหุ้น 1-2 ล้านบาท ก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าอยู่ๆ เป็นใครก็ไม่รู้ มาเปิดบัญชี 100 ล้านบาท มาจากไหนก็ไม่รู้ ก็ต้องดู เพราะผมคิดว่า พวกสแกมเมอร์อะไรพวกนี้ พอมันได้เงินมา มันก็ต้องมาหาที่ฟอก ซึ่งตรงนี้ดาต้าบูโรจะช่วยได้เยอะ”

ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ กล่าวด้วยว่า กำลังหารือกับรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ว่าอาจจะต้องมีการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้หลักทรัพย์ต่างๆ ต้องเปิดเผยว่าใครเป็นผู้รับประโยชน์จากบริษัท ไม่ใช่บอกแค่ตัวบริษัท

สมมุติว่า มีบริษัท A อยู่ต่างประเทศ ถือหุ้นในบริษัทจดทะเบียน ตลาดหลักทรัพย์ฯ สามารถขอข้อมูลได้ว่า มีการถือหุ้นแทนใครหรือไม่ หรือถือหน่วยทรัสต์ แล้วใครเป็นผู้รับประโยชน์

“ก็ต้องผลักดันออก พ.ร.ก.ให้เร็ว เพื่อจะได้เห็นว่าใครเป็นใคร อยู่ที่ไหนบ้าง” ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ กล่าว

นี่คือความพยายามล่าสุดในการยกระดับการตรวจสอบ และสกัดกั้น “เงินสีเทา” หรือ “ธุรกิจนอกระบบ” โดยทุกหน่วยงานผนึกกำลังกันอย่างจริงจัง และไม่ทำแบบลูบหน้าปะจมูก

หากสำเร็จน่าจะช่วยให้ประเทศไทยน่าเชื่อถือมากขึ้นในสายตาชาวโลกนั่นเอง



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

“ลิณธิภรณ์” ดันท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ สู่ศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิตต้นแบบ ชูอัตลักษณ์ดาราศาสตร์ เชื่อมคนทุกวัย
มือที่สามที่ไม่มีมือ
วิชาชีพสถาปนิก ในวิกฤตความชอบธรรม (1)
เชลยศึกสงครามลาว (53)
พระเครื่อง ของขลัง ผ้ายันต์ กับสงครามมหาเอเชียบูรพา (1)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (198)
E-DUANG | เส้นทาง ของ แถลงการณ์ คำพูด เส้นทาง ความจริง และ การไล่ล่า
“อนุทิน” โต้กระแสน้ำท่วมงบหมด ยันใช้งบกลางเยียวยา เผยอัดฉีดเพิ่มอีก 1 หมื่นล้าน จ่ายไวแบบ First Come First Serve
สส.ปารเมศ ชี้“ข้าวสารแซนด์บ็อกซ์” ต้องรื้อที่ต้นตอ! ขอชวนภูมิใจไทย ร่วมแก้ พ.ร.บ. สถานบริการ 2509
สุดารัตน์ จี้ต้องเข็นเศรษฐกิจไทยออกจาก “หล่ม” ที่ติดมายาวนานให้ได้ หลังไทยเจ้าภาพจัดประชุม IMF และ World Bank
ปฎิมา นักเขียน ชีวิต กับ ความใฝ่ฝัน นักเขียน ‘อาชีพ’
ดินแดง ราชปรารภ อารมณ์ ‘ร่วม’ ของ ‘มวลชน’ เบื้องหน้า การตาย ของเพื่อน