bg-single

เชลยศึกสงครามลาว (13) ยังยึดเนินอานม้าไม่ได้

14.01.2026

บทความพิเศษ | พล.อ.บัญชร ชวาลศิลป์

เชลยศึกสงครามลาว (13)

ยังยึดเนินอานม้าไม่ได้

บันทึกต่อไปใน “นรกบ้านนา” ของ “หัวหน้าใจ”

“จากการฟังข่าวสารการรบ ทราบว่าฝ่ายเรามีการสูญเสียพอสมควรในการเข้าตีเนินอานม้า จากการฟังได้รู้ว่าพวกเราได้ถอนกำลังในการเข้าตีมายึดที่มั่นอยู่บนเนินห่างจากเนินอานม้าประมาณ 400-500 เมตรทางด้านทิศใต้ของเนิน 1 กองพัน และส่วนอีก 1 กองพันน่าจะถอยลงมายึดพื้นที่ด้านล่างอีกด้าน และยังเกาะติดอยู่บนลาดเนินเช่นเดียวกันและยังปักหลักยิงถล่มกันด้วยอาวุธหนักและ ปรส. อยู่ตลอดเวลา ได้ยินเสียงระเบิดดังอยู่เป็นระยะๆ

พวกเราคงถอยมาตั้งหลักเพื่อปรับแผนกันใหม่เนื่องจากความเสียเปรียบในภูมิประเทศที่เป้าหมายเป็นเนินสูงชันจึงทำให้ยากต่อการเข้าตี และรุกเข้าถึงแนวตั้งรับของข้าศึกจึงถอนกำลังลงมาก่อนและดัดแปลงพื้นที่เกาะติดอยู่ใกล้กับเนินอานม้าที่ข้าศึกยังยึดอยู่ แต่ยังไม่ได้ล้มเลิกแผน เพราะหากยึดเนินอานม้าได้ หนทางที่จะเข้าสู่บ้านนาก็จะสะดวกและเปิดโล่งทันที

ผมยังเกาะติดสถานการณ์ต่อไป ในช่วงบ่ายของวันนั้นเสียงการสู้รบเบาบางลง ยังคงมีการยิงใส่กันด้วยอาวุธหนักเป็นช่วงๆ ได้ยินจากเสียงอาวุธหนักที่ถล่มใส่กันเป็นระยะๆ อยู่บริเวณเนินอานม้าและพื้นที่โดยรอบใกล้กับเนินอานม้า

ผมยังคงฟังข่าวสารการสู้รบของพี่น้องเสือพรานกับข้าศึกบริเวณเนินอานม้าตั้งแต่เช้าจนถึงช่วงบ่ายของวันนั้นที่บังเกอร์ตรวจการณ์หน้าแนวที่มั่นของผมโดยไม่มีเหตุการณ์ใดๆ ที่บริเวณพื้นที่บ้านนา

พอจะสรุปสถานการณ์ได้ว่า ในช่วงเช้าของวันนั้น ฝ่ายเราพี่น้องหน่วยเสือพราน 2 กองพันเข้าตีและปิดล้อมข้าศึกที่เนินอานม้าอย่างหนักเพื่อยึดและกดดันข้าศึกให้ถอนตัวไป

แต่ยังไม่สำเร็จ ข้าศึกมีการต่อต้านฝ่ายเราอย่างหนักและยังยึดเนินอานม้าอยู่ได้และมีการสูญเสียมากพอสมควร

ฝ่ายเราจึงถอนกำลังลงมาจากลาดเนินอานม้าและยึดที่มั่นเพื่อเกาะเป้าหมายและปิดล้อมเนินอานม้าห่างจากเนินประมาณ 400-500 เมตรทางด้านทิศใต้และตะวันตกของเนินเพื่อจะปรับแผนและปรับกำลังใหม่

เพื่อยึดเนินอานม้าให้ได้ต่อไป”

ผิดพลาดใหญ่ที่เนินอานม้า

“ในช่วงบ่ายผมได้เห็น บ.ตรวจการณ์ L-19 มาบินวนอยู่เหนือพื้นที่บ้านนาและเนินอานม้าอยู่นานพอสมควร จากนั้นหูผมก็ได้ยินเสียงเครื่องไอพ่นน่าจะเป็น F-4 แฟนธอม บินเข้ามาในพื้นที่สองลำเกาะติดกันมาแล้ววนอยู่บริเวณพื้นที่บ้านนาไม่สูงมาก มองเห็นเครื่องได้ชัดเจนว่าเป็น F-4 แฟนธอม

จากนั้นจรวดอากาศก็ถูกยิงจาก บ.ตรวจการณ์ทันทีมองเห็นควันจางๆ ใกล้เนินอานม้าและเห็น F-4 แฟนธอม กำลังไดว์ลงมาเพื่อทิ้งระเบิด พุ่งมาทางด้านทิศตะวันออกของเนินอานม้าในระยะต่ำ ได้ยินเสียงเครื่องชัดเจนมากและน่าจะปล่อยระเบิดลงบริเวณเนินอานม้า เสียงระเบิดดังสนั่น 2 ลูก ไม่ทราบว่าเป็น 500 หรือ 750 ปอนด์ แล้วเครื่องก็เชิดขึ้น ตีวงเลี้ยวซ้ายออกไป

ผมเห็นบริเวณที่ระเบิดตกไม่โดนเนินอานม้า แต่มันตกระเบิดใกล้เนินมาทางทิศตะวันตกห่างจากเนินไม่มาก มองเห็นฝุ่นดินบริเวณนั้นฟุ้งกระจายขึ้นไปในอากาศสูงมองเห็นชัดมาก และเสียงการติดต่อทางวิทยุของพวกเราเงียบลงทันที

ชั่วอึดใจมีการพูดวิทยุอย่างตกใจจากเหตุการณ์พอจับใจความได้ว่า ให้หยุดการโจมตี ระเบิดตกใส่พวกเรา ขอให้หยุดการโจมตีทางอากาศ แล้วเสียงวิทยุของพวกเราก็เงียบไปอีก

ส่วนแฟนธอมอีกลำหนึ่งไม่ทำการโจมตีทิ้งระเบิดต่อจากลำแรกและผมไม่เห็นเครื่องและได้ยินเสียงระเบิดของ F-4 ลำที่ 2 L-19 ตรวจการณ์คงเห็นเหตุการณ์ชัดเจนและบอกให้หยุดการทิ้งระเบิดของลำที่ 2 ไว้ทันท่วงที

จากนั้นเสียงพูดวิทยุของพวกเราก็เป็นไปอย่างสับสนวุ่นวาย ที่ได้ยินพอสรุปได้ว่า มีระเบิดจากการทิ้งระเบิดตกใส่พวกเราสองลูกเต็มๆ เป็นหน่วยทหารเสือพรานของเรา กองพันอะไรผมจำชื่อหน่วยไม่ได้ซึ่งตั้งมั่นเกาะติดเนินอานม้าอยู่ทางด้านตะวันตก 400-500 เมตรด้านล่างเนินอานม้า ทั้งกลุ่มมีการสูญเสียอย่างหนัก ทั้งบาดเจ็บและเสียชีวิตจากแรงระเบิดสองลูก มีนายทหารและผู้บังคับบัญชาหลายคนบาดเจ็บและเสียชีวิต

ผมได้ยินการรายงานทางวิทยุที่สับสนอย่างยิ่งและกองพันทหารเสือพรานนี้ขอถอนตัวออกจากพื้นที่ทันที น่าจะถอนกลับไปยังบริเวณเมืองซำทองเพื่อนำส่งผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตจำนวนมากกลับไป

ส่วนอีกกองพันก็ขอถอนตัวออกจากพื้นที่สู้รบเช่นเดียวกันเพื่อคุ้มกันและช่วยเหลือเพื่อนกองพันทหารเสือพรานที่ต้องสูญเสียอย่างหนักจากการทิ้งระเบิดผิดพลาดของพวกเรากันเองแทบละลายทั้งกลุ่ม

ผมฟังข่าวสารจากการดักฟังวิทยุด้วยความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับพี่น้องทหารเสือพรานของพวกเราที่บริเวณเนินอานม้าที่ต้องบาดเจ็บล้มตายอย่างหนักต่อความผิดพลาดของพวกเรากันเองอย่างไม่น่าให้อภัย ปลงต่อชีวิตและเหตุการณ์ คิดอีกทีอะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้นในสนามรบ

เหตุการณ์กับพี่น้องเสือพรานทั้ง 2 กองพันในวันนี้ดับความหวังของพวกเราที่บ้านนาลงหมดสิ้นซึ่งเป็นความหวังเดียวที่เราจะรอดจากนรกที่บ้านนาแห่งนี้ได้ อะไรจะเกิดขึ้นกับพวกเราที่บ้านนาหลังจากนี้ ผมเดาออกและรู้อยู่แล้ว ไม่ยากที่จะเดาเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นต่อไป แต่ตราบใดที่ผมและลูกน้องเดนตาย 18-19 คนที่ยังมีลมหายใจอยู่ ก็จะขอต่อสู้และดิ้นรนกันต่อไปเพื่อจะเอาชีวิตรอดกลับบ้านเกิดให้ได้

จากนี้มันคงให้เวลาเรา 2-3 วันเพื่อปรับกำลังอาวุธยุทโธปกรณ์ให้พร้อมและจัดการกับพวกเราที่บ้านนาอย่างแน่นอน”

ความผิดพลาดจากการทิ้งระเบิดครั้งนี้ ทำให้กำลังพลของกองพันทหารพราน บีซี 605 เสียชีวิตทันที 16 นาย โดยเฉพาะผู้บังคับกองพัน และผู้บังคับกองร้อยที่ 2 นอกจากนั้นยังได้รับบาดเจ็บอีกจำนวนมาก

BATTLE FOR SKYLINE RIDGE ของ JAMES E. PARKER JR บันทึกเหตุการณ์จากพื้นที่เกิดเหตุดังนี้

“วันที่ 4 เมษายน พ.ศ.2514 ขณะที่บีซี 605 และ 606 กำลังเข้าโจมตียอดเนินทางเหนือของบ้านนา เพื่อช่วยเหลือกำลังทหารประจำการที่ถูกล้อมอยู่ที่บ้านนา บีซี 606 ถูกสกัดกั้นจากทหารฝ่ายเวียดนามเหนืออย่างหนัก จึงร้องขอการสนับสนุนการโจมตีทางอากาศต่อที่หมายที่ตั้งของฝ่ายเวียดนามเหนือซึ่งได้รับการสนับสนุนตามคำขอด้วยเครื่องบินขับไล่ทิ้งระเบิด F-4 สองลำ

แต่เกิดความผิดพลาดในการกำหนดเป้าหมาย ระเบิดขนาด 250 ปอนด์ลูกหนึ่งตกลงกลางการวางกำลังของกองพัน 605 ทหารเสือพราน 16 นายเสียชีวิตทันทีและบาดเจ็บอีกเป็นจำนวนมาก

ไมค์ อิงแฮม เจ้าหน้าที่ซีไอเอซึ่งอยู่กับกองพัน 605 ตั้งแต่เช้า เพิ่งเดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์ออกจากพื้นที่การรบ เมื่อได้ทราบข่าวอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจึงเดินทางกลับพื้นที่การรบทันที

ที่จุดเกิดเหตุ เขาได้พบร่างผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บกระจัดกระจายอยู่ทั่วพื้นที่

ไมค์ อิงแฮม นำตัวผู้บังคับกองพัน 605 พ.ต.ศรีรัตน์ นิลรัตนะ (Major Srirat Nilratana ชื่อรหัส ‘Deepho’) กลับมายังล่องแจ้งโดยมีบาดแผลขนาดใหญ่ที่สะโพก

ขณะที่ไมค์กำลังเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บลงจากเครื่องบิน พ.ต.ศรีรัตน์สบตาเขาแล้วพูดว่า ‘Why, Mr.Mike?’ แล้วสิ้นลมหายใจ”

บทเรียนจากการรบ

“ชาลี คเชนทร์” บันทึกเหตุการณ์นี้ไว้ใน “สงครามลาว ยุทธภูมิล่องแจ้ง” ดังนี้

“การทิ้งระเบิดพลาดเป้าหมายได้กลายเป็นข่าวและเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์แพร่กระจายไปสู่ทหารฝ่ายเราในทุกพื้นที่

สร้างความหวาดหวั่นสะเทือนขวัญในหมู่กำลังพลทุกหน่วยซึ่งหน่วยเหนือถือว่าเป็นความผิดพลาดอันไม่น่าเกิดขึ้นได้จึงได้สอบถามมูลเหตุจากฝ่ายสกายซีไอเอในฐานะผู้รับผิดชอบในการสนับสนุนการโจมตีทางอากาศทันที

หากไม่ได้ข้อสรุปยืนยันอันชอบด้วยเหตุผลแล้วอาจจะขอระงับการช่วยเหลือทางอากาศในช่วงฤดูฝนไว้ระยะหนึ่ง

เพราะเป็นการเสี่ยงอันตรายอย่างยิ่งที่จะใช้เครื่องบินทิ้งระเบิดที่มีความเร็วเหนือเสียงมาประลองกับความเป็นความตายของทหารในช่วงอากาศแปรปรวน

ดั๊ก สแวนสัน หัวหน้าซีไอเอเมืองล่องแจ้งได้เรียกเจ้าหน้าที่อเมริกันผู้เกี่ยวข้องทุกนายในทันทีพร้อมด้วย ‘โรสลินี’ ‘วิป’ ‘สมอลล์แมน’ และ ‘เปรสเซอร์’ (4 ผู้นำอากาศยานหน้า หรือ FAG : Forward Air Guide คนไทย) เข้าร่วมประชุมอย่างเร่งด่วน

ผลการประชุมและบันทึกรายงานจากกองทัพอากาศสหรัฐ อุดรธานี ได้สรุปถึงความผิดพลาดไว้ว่า

สมรรถนะและเทคโนโลยีของเครื่องบินรบทุกลำที่นำมาใช้ในสงครามลาวล้วนทันสมัยและมีประสิทธิภาพดีเยี่ยม ได้รับการตรวจสอบตามกระบวนการทุกขั้นตอนทั้งก่อนและหลังการปฏิบัติการ แต่ดินฟ้าอากาศเหนือพื้นที่เป้าหมายในวันนั้นทัศนวิสัยเลวมาก ท้องฟ้ามืดครึ้มหมอกปกคลุมหนาทึบ

แม้ผู้นำการโจมตีทางอากาศได้แจ้งจุดพิกัดถูกต้องและเครื่องบินตรวจการณ์ ‘ราเวน’ ได้ยิงสัญญาณควันสีได้ตรงเป้าหมาย

แต่นักบินไม่สามารถมองเห็นสัญญาณได้ชัดเจนเพราะคลื่นเมฆบดบัง จึงปล่อยระเบิดพลาดเป้าหมายไป

ในเรื่องนี้นักบินถือว่าเป็นเหตุสุดวิสัยพร้อมยอมรับถึงความผิดพลาดที่เกิดขึ้น โดยยอมให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาโทษตามระเบียบทุกประการ และได้ขออภัยต่อการสูญเสียอันใหญ่หลวงในครั้งนี้”

ซีไอเอล่องแจ้งได้แจ้งผลสอบสวนต่อ บก.ฉก.วีพี ทันทีโดยได้กล่าวคำขอโทษแสดงความเสียใจอย่างที่สุดต่อเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมกันนั้นได้เสนอให้การช่วยเหลือจ่ายเงินค่าชดเชยให้แก่ครอบครัวผู้พิการและเสียชีวิตทุกนาย

อีกทั้งได้ยืนยันด้วยความเชื่อมั่นว่าความผิดพลาดในกรณีเช่นนั้นจะไม่เกิดขึ้นอีกอย่างแน่นอน”

ความผิดพลาดครั้งนี้ได้นำไปสู่แผนเร่งด่วนของซีไอเอในการเปิดหลักสูตร “ผู้นำอากาศยานหน้า-Forward Air Guide”

เพื่อให้มีผู้นำอากาศยานหน้าประจำทุกกองพันทหารเสือพรานโดยมีข้อกำหนดที่สำคัญคือต้องเป็นคนไทยและมีความรู้ภาษาอังกฤษดีเยี่ยมเพื่อทำการเชื่อมต่อกองพันทหารเสือพรานกับนักบินสหรัฐได้อย่างมีประสิทธิผลและไม่ให้เกิดความผิดพลาดในลักษณะนี้อีก

เกิดเป็นตำนาน “คนชี้เป้า-FAG” ที่ร่วมเป็นร่วมตาย “ไหล่ชนไหล่” กับทหารเสือพรานในทุกสถานการณ์ในสมรภูมิลับลาวแห่งนี้



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

“ลิณธิภรณ์” ดันท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ สู่ศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิตต้นแบบ ชูอัตลักษณ์ดาราศาสตร์ เชื่อมคนทุกวัย
มือที่สามที่ไม่มีมือ
วิชาชีพสถาปนิก ในวิกฤตความชอบธรรม (1)
เชลยศึกสงครามลาว (53)
พระเครื่อง ของขลัง ผ้ายันต์ กับสงครามมหาเอเชียบูรพา (1)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (198)
E-DUANG | เส้นทาง ของ แถลงการณ์ คำพูด เส้นทาง ความจริง และ การไล่ล่า
“อนุทิน” โต้กระแสน้ำท่วมงบหมด ยันใช้งบกลางเยียวยา เผยอัดฉีดเพิ่มอีก 1 หมื่นล้าน จ่ายไวแบบ First Come First Serve
สส.ปารเมศ ชี้“ข้าวสารแซนด์บ็อกซ์” ต้องรื้อที่ต้นตอ! ขอชวนภูมิใจไทย ร่วมแก้ พ.ร.บ. สถานบริการ 2509
สุดารัตน์ จี้ต้องเข็นเศรษฐกิจไทยออกจาก “หล่ม” ที่ติดมายาวนานให้ได้ หลังไทยเจ้าภาพจัดประชุม IMF และ World Bank
ปฎิมา นักเขียน ชีวิต กับ ความใฝ่ฝัน นักเขียน ‘อาชีพ’
ดินแดง ราชปรารภ อารมณ์ ‘ร่วม’ ของ ‘มวลชน’ เบื้องหน้า การตาย ของเพื่อน