E-DUANG : มือแห่งไมตรี เพื่อไทย ก้าวไกล ฉายสะท้อน มิติ การเมือง”ใหม่”

ยิ่ง”โหมด”แห่งการเลือกตั้งย่างเข้ามาใกล้มากเพียงใด คำถามต่อแต่ละนักการเมือง คำถามต่อแต่ละพรรคการเมือง ยิ่งทวีความคม แหลมมากยิ่งขึ้น
ไม่เพียงแต่ต่อพรรคเพื่อไทย ไม่เพียงแต่ต่อพรรคก้าวไกล ยิ่งต่อพรรคที่ร่วมกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยิ่งร้อนแรง
เหมือนที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล กำลังประสบอยู่
เชื่อได้เลยว่าหาก นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ เดินทางกลับจากราชการในต่างประเทศ ก็จะประสบเข้ากับคำถามที่รัวมาอย่างถี่ยิบ
ไม่ว่าจะจาก”นักข่าว” ไม่ว่าจะมาจาก”สังคม”ซึ่งกระหายต่อ การตรวจสอบ
ยิ่งเมื่อ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว โยนระเบิดจำแนก”ศัตรู”ออกมาอย่างเด่นชัดว่า 1 พรรคที่ชอบไปอ้างว่าเป็นพรรคเดียวกัน 1 พรรค ที่สนับสนุน”ระบอบประยุทธ์”
“เราจะไม่จับมือกับพรรคการเมืองเหล่านี้” ยิ่งทำให้เกิดบรร
ทัดฐานและการแยก”มิตร”แยก”ศัตรู”ออกมาอย่างเป็นรูปธรรมจากสภาพความเป็นจริงทางการเมือง
สายตาที่จับจ้องไปยังแต่ละพรรคการเมืองไม่ว่าจะ”เก่า”ไม่ว่าจะ”ใหม่”จึงร้อนแรง
อย่าว่าแต่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ซึ่งดำรงอยู่ในสถานะแห่งหัวหน้า พรรคเพื่อไทย และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรเลยที่จะถูกแสงแห่งสปอตไลต์ฉายจับ
แม้กระทั่งแต่ละถ้อยคำของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และแต่ละถ้อยคำของ นส.แพทองธาร ชินวัตร ก็กลายเป็นประเด็น
เป็นประเด็นเพราะว่า นส.แพทองธาร ชินวัตร คือหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และสังคมเชื่อมั่นว่าพรรคเพื่อไทยจะต้องกำชัยในการเลือกตั้งอย่างแน่นอน
เป็นประเด็นเพราะว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เคยเป็นหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และแม้จะถูกตัดสิทธิทางการเมือง แต่น้ำเสียงของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ก็ทรงความหมาย
ขณะที่พรรคเพื่อไทยกับพรรคก้าวไกลเป็น”พันธมิตร”กัน
เหมือนกับท่าทีอันมาจากพรรคเพื่อไทยเมื่อนำมาวางเรียงเคียงกับท่าทีอันมาจากพรรคก้าวไกลจะมีแนวทางและหลักการบางอย่างที่แปลกแปร่งหากมองจากบรรทัดฐานเก่าในทางการเมือง
แต่หากมองจากมิติ”ใหม่”ของการเมืองในแบบใหม่ก็เข้าใจ
การเมืองเก่าร่วมกันเพื่อ”ตำแหน่ง” แต่การเมืองใหม่เริ่มจากความคิด เริ่มจากนโยบายว่าจะผลักดันและทำงานกันอย่างไร
หากไม่เข้าใจใน”การเปลี่ยนแปลง”นี้ก็จะเป็น”ปัญหา”
