bg-single

ฟาร์มงูและสวนกล้วย 2566 | สุรชาติ บำรุงสุข

04.05.2023

การจัดตั้ง “รัฐบาลเสียงข้างน้อย” เป็นเรื่องที่มีการพูดถึงกันในวงการเมืองปัจจุบัน แต่ทุกคนรู้ดีว่า รัฐบาลในรูปแบบเช่นนี้จะเป็นปัญหาในตัวเองอย่างมาก อันจะนำไปสู่ความไร้เสถียรภาพของรัฐบาล และไม่สามารถที่จะเสนอกฎหมายสำคัญเข้าสู่สภาได้ เพราะจะล่อแหลมต่อการแพ้ ซึ่งจะนำไปสู่การลาออกของรัฐบาล

แล้วในวันที่ 3 พฤษภาคม รองนายกรัฐมนตรี วิษณุ เครืองาม ได้ให้สัมภาษณ์ว่า ถ้า “จำเป็นต้องตั้ง [รัฐบาลเสียงข้างน้อย] ก็จะเป็นเสียงข้างน้อยอยู่ไม่กี่วัน และจะเป็นเสียงข้างมากขึ้นมาเอง…”

นี่จึงเป็นการส่งสัญญาณทางการเมืองอย่างชัดเจนว่า แม้พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) อาจจะไม่ได้เสียงเป็นอันดับ 1 ในการเลือกตั้ง แต่พรรคนี้จะเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลอย่างแน่นอน และพลเอกประยุทธ์จะกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง

คำกล่าวเช่นนี้ในด้านหนึ่ง คือ การประกาศหาเสียงสนับสนุนในปีกพรรคร่วมรัฐบาลเดิมให้สนับสนุนผู้นำคนปัจจุบัน ในอีกด้านหนึ่ง คือ การยืนยันถึงการใช้ตัวแบบ “รัฐบาลเสียงข้างน้อย” โดยการสนับสนุนของวุฒิสภา ซึ่งมี ส.ว. 250 เสียงเป็นต้นทุนสนับสนุน ซึ่งต้องการเสียงอีก 126 ก็จะสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ การนำเสนอตัวแบบนี้จึงเป็นดังการประกาศจัดตั้ง “รัฐบาลประยุทธ์ใหม่” และไม่จำเป็นต้องรอผลการเลือกตั้ง เนื่องจากพลเอกประยุทธ์มีเสียง ส.ว. เป็นตัวเลขในมือก่อนที่จะมีการเปิดสภาเสียอีก

คำสัมภาษณ์ของรองนายกฯ วิษณุ จึงเป็นการบ่งบอกอนาคตการเมืองไทยว่า รัฐบาลของพลเอกประยุทธ์หลังการเลือกตั้งจะใช้ “คึกฤทธิ์โมเดล” ซึ่งเป็นประวัติศาสตร์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นในระบบรัฐสภาไทยมาก่อน คือ พรรคการเมืองที่มีเพียง 18 คะแนนเสียง ได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล

การลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีในเดือนมีนาคม 2518 จึงเป็น “ความประหลาดใจ” ทางการเมือง ที่หัวหน้าพรรคกิจสังคม ซึ่งด้วยคะแนนเสียงที่ได้น้อยมาก แต่กลับก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีด้วยคะแนนเสียงโหวตอย่างท่วมท้น คือ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช ได้ 135 คะแนน ชนะพันเอกสมคิด ศรีสังคม หัวหน้าพรรคสังคมนิยม ได้ 50 คะแนน

การกำเนิดรัฐบาลเสียงข้างน้อยในปี 2518 จึงดูจะเป็นทั้ง “ความหวัง-ความฝัน” ของผู้นำรัฐบาลปัจจุบัน เนื่องจากผลของตัวเลขที่ปรากฏในการทำโพล เห็นได้ชัดว่า คะแนนนิยมของตัวพลเอกประยุทธ์ และคะแนนนิยมพรรค รทสช. นั้น ไม่ได้สูงมาก ซึ่งตัวเลขเช่นนี้น่าเป็น “สิ่งบอกเหตุ” อย่างชัดเจนว่า พรรค รทสช. ไม่น่าจะเป็นผู้ชนะในลำดับที่ 1 หรือ 2 อย่างแน่นอน และทั้งเป็นลำดับ 3 ที่คะแนนถูกสองอันดับต้นทิ้งห่างอย่างมาก (ขออ้างอิงนิดาโพล ที่มีการสำรวจอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโพลล่าสุด)

แต่ “คึกฤทธิ์โมเดล” วางอยู่บนเงื่อนไขพื้นฐาน 2 ประการ คือ 1) ความสามารถทางการเมืองของตัวนายกรัฐมนตรีคึกฤทธิ์ ที่มีอยู่สูง โดยเฉพาะทักษะในการเดินเกมการเมืองที่ต้องประคองให้รัฐบาลเสียงข้างน้อยอยู่รอดให้ได้ และ 2) เงื่อนไขสถานการณ์ที่พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นพรรคอันดับ 1 เมื่อไม่ได้เสียงสนับสนุนในการจัดตั้งรัฐบาลแล้ว ยอมที่จะถอยออกเพื่อให้เกิดกระบวนการสรรหาใหม่ในรัฐสภา

 

แต่หากเกิด “การชิง” จัดตั้งรัฐบาลของพรรคร่วมรัฐบาลปัจจุบัน โดยไม่คำนึงถึง “มารยาททางการเมือง” ที่พรรคที่ใหญ่ที่สุดจะต้องเป็นผู้เริ่มต้นตามประเพณีของรัฐสภาในระบอบประชาธิปไตย หรือ ใช้ความได้เปรียบทางการเมืองด้วยจำนวนเสียงของ 250 ส.ว. เป็นจุดชิงตั้งรัฐบาลแล้ว การกระทำเช่นนี้อาจจะนำไปสู่การประท้วง และอาจกลายเป็นวิกฤตการเมืองได้ไม่ยาก

นอกจากนี้ การจัดตั้งรัฐบาลในรูปแบบดังกล่าว จะถูกต่อต้านและประท้วงตั้งแต่วันแรกของการเป็นรัฐบาล และภาวะเช่นนี้จะสร้างความมัวหมองให้กับระบบรัฐสภาไทยเป็นอย่างยิ่ง และอาจจะเป็นปัญหาที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์มากกว่าตอนเกิด “คะแนนเขย่ง” ในการจัดตั้งรัฐบาลในปี 2562 ซึ่งผลที่เกิดขึ้นจะยิ่งเป็นการทำลาย “ความชอบธรรม” ของตัวผู้นำและรัฐบาลใหม่เองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

แต่ที่สำคัญกว่านั้น คือ ปัญหา “เสถียรภาพและความอยู่รอด” ของรัฐบาล ซึ่งเป็นโจทย์ที่สำคัญที่สุดของทุกรัฐบาล โดยเฉพาะการเสนอกฎหมายเข้าสู่สภา จะเป็นปัญหา “ความเสี่ยงทางการเมือง” อย่างมาก และมักจะตามมาด้วยปัญหาความวุ่นวายทางการเมืองในตัวรัฐบาลเอง ดังจะเห็นจากอดีตว่า สื่อมวลชนในขณะนั้นเรียกค.ร.ม. ของอาจารย์คึกฤทธิ์ว่า “รัฐบาลร้อยพ่อ พันแม่” … รัฐบาลมีอายุจากเดือนมีนาคม 2518 จนถึงการประกาศยุบสภาในเดือนมกราคม 2519 เพราะไม่สามารถแบกรับการเมืองแบบเสียงข้างน้อยต่อไปได้

อย่างไรก็ตาม “คึกฤทธิ์โมเดล” จะเป็น “ผลร้าย” ต่อระบบรัฐสภาไทยอย่างมาก เพราะปัญหาเสถียรภาพของรัฐบาลเอง ดังนั้น ถ้าใช้ฉายาจากสื่อในยุคนั้น รัฐบาลเสียงข้างน้อยในอนาคตอาจจะมีลักษณะเป็น “รัฐบาลร้อยงูเห่า กล้วยพันเครือ” กล่าวคือ ไม่ใช่ร้อยพ่อ พันแม่ หากเป็น “ร้อยงู พันเครือ” เพราะสุดท้ายแล้ว ความอยู่รอดของรัฐบาลเสียงข้างน้อยมีประการเดียว คือ ต้องพึ่งการยกมือของ สส. ในสภา อันอาจนำไปสู่การเปิด “ฟาร์มงูเห่า” ที่ต้องเลี้ยงด้วย “สวนกล้วย” ขนาดใหญ่!



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

การ์ตูน san_d1196
การ์ตูน โกหน่อง
การ์ตูน อรุณ วัชระสวัสดิ์
การ์ตูน จุก ชายคา
การ์ตูน พี่ขุน ราวแข
การ์ตูน สะดุดยิ้ม by พล
คลื่นร้อนนรก ‘มาแรง-เร็ว’
พระร่วงนั่งกรุน้ำ-สุโขทัย พระร่วงนั่ง-บ้านดงเชือก 2 กรุชื่อยอดนิยม-หายาก
DPU ปักธงผู้นำ Future Medicine – Wellness & Longevity Education ปั้นกำลังคนสุขภาพแห่งอนาคต ดันไทยสู่Wellness Hubเอเชีย งาน Thailand Wellness & Healthcare Expo X SPORTEC Thailand 2026
สืบวังทองหลาง ไหวพริบเด็ด! เจอ “พอตเค” คาเอว ขยายผลรวบคู่แฟนคาคอนโด ยึดไอซ์ 1 กิโลฯ พร้อมหัวพอตเคกว่า 1,000 ชิ้น เตรียมขาย
พช.ตราด จับมือภาคีเครือข่าย พลิกฟื้นเศรษฐกิจฐานราก ขับเคลื่อน “โครงการพื้นที่สร้างสรรค์ตราดสำหรับทุกคน” ดึงของดี 7 อำเภอสร้างจุดขาย
ท่านเสียดายปฏิทิน แต่ผมเสียดายชีวิต