ไทม์ไลน์ 15 ปี ของ “พี่ตูน” กับ “บอดี้สแลม” จากวงดนตรีน้องใหม่…สู่ร็อกสตาร์มหาชน

ในช่วงเวลาที่ใครๆ ก็พูดถึง “พี่ตูน” และเพลง “แสงสุดท้าย” ดังก้องทั่วประเทศ
เป็นเวลาที่เหมาะสมอย่างยิ่งที่จะกล่าวถึงเส้นทางในวงการเพลงของวงบอดี้สแลม เพื่อให้คนที่เพิ่งรู้จัก ตูน-อาทิวราห์ คงมาลัย จากการวิ่งครั้งนี้ได้ทำความรู้จักพี่ตูนในบทบาทนักร้องนำวงบอดี้สแลม (Bodyslam) ไอดอลของวัยรุ่นไทยที่ครองความนิยมมาแล้ว 15 ปี
ส่วนคนที่รู้จักอยู่แล้ว ก็ถือว่าเป็นการทบทวนความ (ทรง) จำกันอีกครั้งว่าช่วงชีวิตหนึ่งเราอยู่ในยุคของวงดนตรีชื่อ “บอดี้สแลม”

ปี2545 ยุคที่วิทยุและนักจัดรายการวิทยุยังมีอิทธิพลกับการฟังเพลง วงบอดี้สแลม ศิลปินจากค่ายมิวสิคบั๊กส์ (Music Bugs) ที่มีสมาชิก 3 คนคือ ตูน-ร้องนำ เภา-กีตาร์ ปิ๊ด-เบส ออกอัลบั้มแรกชื่อเดียวกับชื่อวง ปล่อยซิงเกิลแรก ชื่อเพลง “งมงาย” เพียงแค่เพลงแรกก็ฮิตไปทั่วประเทศ ทำให้ชื่อวง “บอดี้สแลม” เริ่มเป็นที่จับตามอง
ตามมาด้วยเพลง “ย้ำ” และ “อากาศ” ที่ติดชาร์ตพร้อมกันทั้ง 3 เพลง
เบื้องหลังที่มีส่วนในความสำเร็จของบอดี้สแลมตั้งแต่เริ่มต้นมาจนทุกวันนี้คือ แมงโก้ทีม (Mango Team – ซึ่งความหมายที่พวกเขาตั้งใจแฝงไว้คือคำว่า man-go-team) ทีมทำเพลงฝีมือดีเยี่ยมที่ยังมีผลงานต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน มีสมาชิกคนสำคัญ เช่น ขจรเดช พรมรักษา (กบ บิ๊กแอส), เหนือวงศ์, โป โปษยะนุกูล, สมาชิกวงบิ๊กแอส, สมาชิกวงบอดี้สแลม
ปี 2546 บอดี้สแลมออกอัลบั้มชุดที่ 2 ชื่ออัลบั้ม Drive ส่งเพลง “ปลายทาง” ออกมาเป็นซิงเกิลแรก ตามด้วย “ความซื่อสัตย์” และ “หวั่นไหว” ที่ฮิตระเบิดอีกเช่นกัน

ไม่เพียงแค่เพลงฮิต แต่พี่ตูนยังทำให้แฟชั่นกางเกงหลวมๆ หลุดตูดเห็นบ็อกเซอร์เป็นที่นิยมด้วย
ผลงานเพลง 2 อัลบั้ม ทำให้บอดี้สแลมก้าวขึ้นมาเป็นวงดนตรีร็อกรุ่นใหม่มาแรงในยุคนั้น ร่วมกับวงอย่างแคลช (Clash) เอบี นอร์มอล (AB Normal) และกะลา (Kala) วงรุ่นราวคราวเดียวกันที่ดังมาก่อนหน้านั้น ขณะที่หัวตารางยังเป็นของวงรุ่นพี่ ซิลลี่ฟูลส์ (Silly Fools)
ในเวลาเดียวกันนั้น บิ๊กแอส (Big Ass) วงพี่ชายของบอดี้สแลมที่พูดได้ว่า “คลานตามกันมา” ก็กำลังไต่ระดับความนิยมขึ้นไปสู่หัวแถวของวงการ กับผลงานอัลบั้ม My World
หลังจากอัลบั้มที่ 2 ก็มีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับบอดี้สแลม เมื่อเภา มือกีตาร์ออกจากวงด้วยเหตุผลว่า “ความเห็นไม่ตรงกัน” เภาบอกว่าตัวเองเป็นเสียงส่วนน้อยในวง จึงขอจากไปแบบจบกันไม่สวย
(แต่พอผ่านมาหลายปี เภาและตูนก็กลับมาเป็นเพื่อนรักกันเหมือนเดิม)
ปี 2547 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของบอดี้สแลม คือการย้ายค่ายจากมิวสิคบั๊กส์เข้าสู่ชายคาตึกใหญ่ ค่ายจีนี่เร็คคอร์ดส (genie records) ในบริษัทแกรมมี่

ปี 2548 บอดี้สแลมออกอัลบั้มชุดที่ 3 ชื่อ Believe พร้อมการเปิดตัว 2 สมาชิกใหม่ คือ ยอด-กีตาร์ และ ชัช-กลอง ด้วยความพร้อมในหลายๆ ด้าน ผลงานเพลงแข็งแรงขึ้นทั้งดนตรีและเนื้อหา ตัวศิลปินมีประสบการณ์มากพอ ตูนพัฒนาขึ้นเป็นฟรอนต์แมนที่แข็งแกร่ง ทั้งร้องเพลงดี หน้าตาดี มีเสน่ห์บนเวทีชนิดหาตัวจับยาก บวกกับอยู่ในค่ายใหญ่ที่มีแรงซัพพอร์ตสูง
อัลบั้มนี้จึงประสบความสำเร็จแบบถล่มทลาย
“ขอบฟ้า” และ “ความรักทำให้คนตาบอด” สองเพลงรักอกหักออกมาเรียกกระแสความนิยมให้พุ่งพรวด
ตามมาด้วย “ความเชื่อ” เพลงให้กำลังใจที่ได้ซูเปอร์สตาร์เพื่อชีวิต “แอ๊ด คาราบาว” มาฟีตเจอริ่ง ด้วยเนื้อหาให้กำลังใจ และความแปลกใหม่ของการผสมผสานระหว่างดนตรีร็อกกับการมีเสียงนักร้องเพื่อชีวิตอันมีเอกลักษณ์เข้ามาร่วมร้องเติมความโดดเด่นให้บทเพลง ทำให้เพลงนี้ดังแบบกลายเป็นเพลงชาติของวัยรุ่นไทยใน พ.ศ. นั้น
และแฟชั่นกางเกงขาเดฟของบอดี้สแลมในอัลบั้มนี้ทำให้วัยรุ่นไทยทั้งชายและหญิงใส่กางเกงขาเดฟกันทั่วบ้านทั่วเมือง
นอกจากในแง่การเป็นเพลงให้กำลังใจชั้นดี และความนิยมในตัวเพลงที่เรียกว่าเป็นระดับ “ซูเปอร์ฮิต” แล้ว “ความเชื่อ” ยังได้สร้างมิติใหม่ให้วงการเพลงไทย เพราะถือว่าเป็นเพลงแรกๆ ที่ทำให้คำว่า “ฟีตเจอริ่ง (featuring)” เป็นที่รู้จักแพร่หลาย (แบบที่คนทั่วไปรู้จัก ไม่นับคนที่สนใจศึกษาเป็นพิเศษ) ก่อนหน้านั้น เพลงไทยมีการร่วมร้องร่วมแจมกันในแบบร้องประสานหรือร้องคอรัสเท่านั้น ยังไม่ค่อยมีการให้แขกรับเชิญมาร้องแบบโดดเด่นเกินกว่านักร้องเจ้าของเพลง หลังจากนั้นวงการเพลงไทยก็นิยมทำเพลงแบบ “ฟีตเจอริ่ง” อยู่หลายปี
อัลบั้มนี้ถือว่าบอดี้สแลมได้ก้าวขึ้นสู่หัวแถวแล้ว แต่ยังไม่ถึงอันดับ 1 เพราะในเวลานั้น ซิลลี่ฟูลส์ (อัลบั้ม King Size) และบิ๊กแอส (อัลบั้ม Seven) กำลังขับเคี่ยวกันอย่างเข้มข้นเมามัน
ปี2550 ช่วงปลายปี อัลบั้ม “Save My Life” ผลงานชุดที่ 4 ของบอดี้สแลมออกวางขาย มีเพลง “ยาพิษ” และ “อกหัก” เพลงรักเนื้อหาดี ทำหน้าที่เพลงฮิตเรียกยอดขาย ก่อนที่เพลงอื่นๆ จะตามมา

อัลบั้มนี้ถือว่าเป็นเวลาของบอดี้สแลมแล้วจริงๆ เพราะด้วยคุณภาพและความนิยมในอัลบั้มนี้ส่วนหนึ่ง และอีกส่วนหนึ่งคือ อัลบั้มนี้ออกมาหลังจากที่ความนิยมของวงรุ่นพี่วงหนึ่งเริ่มแผ่วลง และอีกวงก็เจอวิกฤตนักร้องนำออกจากวง ขณะที่วงรุ่นเดียวกันก็ไม่มีวงไหนที่เติบโตและยืนระยะได้มากเท่า บอดี้สแลมจึงขึ้นสู่ตำแหน่งวงร็อกอันดับ 1 ของเมืองไทยตั้งแต่นั้นมา
ปี 2553 บอดี้สแลมออกอัลบั้มชุดที่ 5 ชื่อว่า “คราม” มีเพลงฮิตมากมาย ทั้ง “คราม” “ความรัก” “คิดฮอด” “เปราะบาง” และเพลง “แสงสุดท้าย” เพลงให้กำลังใจจังหวะฮึกเหิมที่กลายมาเป็นเพลงชาติของบอดี้สแลมในยุคหลัง

ตำแหน่งวงร็อกหมายเลข 1 เมื่ออัลบั้ม Save My Life อาจจะยังมีคนตั้งคำถามอยู่บ้างว่ายังมีวงอื่นที่พอจะสูสีอยู่รึเปล่า แต่พอมาถึงอัลบั้มคราม ไม่มีใครตั้งคำถามอะไรอีกแล้ว เพราะไม่มีวงไหนทาบรัศมีของบอดี้สแลมได้แล้ว จะมีศิลปินไทยสักกี่คนที่สามารถจัดคอนเสิร์ตในสนามราชมังคลากีฬาสถาน แต่บอดี้สแลมทำได้ในอัลบั้มนี้ คอนเสิร์ต “บอดี้สแลม ไลฟ์ อิน คราม” เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2553 นั้นยิ่งใหญ่มากๆ มีผู้ชมประมาณ 65,000 คน
จำนวนพอๆ กับคอนเสิร์ตระดับโลกของวงโคลด์เพลย์ (Coldplay)
ปี2557 อัลบั้มที่ 6 ชื่อว่า “ดัม-มะ-ชา-ติ” บอดี้สแลมเปลี่ยนจากวัยรุ่นตอนปลายที่พูดเรื่องความฝันมาเป็นวงรุ่นใหญ่ที่พูดเรื่องชีวิต สัจธรรม ความผันแปรไม่เที่ยงแท้ แม้คนฟังจำนวนมากคิดว่าอัลบั้มนี้เข้าถึงยากกว่าที่เคย แต่ก็ยังมีเพลงฮิตที่ร้องกันได้สบายๆ อย่าง “เรือเล็กควรออกจากฝั่ง” และ “ชีวิตยังคงสวยงาม”

วันที่ 1 มิถุนายน 2558 บอดี้สแลมมีคอนเสิร์ตใหญ่ฉลอง 13 ปี ที่ริมทะเลสาบเมืองทองธานี คนดูหลายหมื่นคนอีกเช่นเคย
ความนิยมของบอดี้สแลมเพิ่มสูงขึ้นๆ แต่เส้นทางของพวกเขาไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบขนาดนั้น ยิ่งขึ้นสูงยิ่งโดนจับตามอง นับตั้งแต่อัลบั้ม Believe เป็นต้นมา พวกเขามักจะโดนคนฟังเพลงวิจารณ์ว่าก๊อบปี้เพลง ก๊อบปี้มิวสิกวิดีโอของศิลปินต่างประเทศ
แต่บอดี้สแลมก็ยึดแนวทางการไม่แก้ตัว ไม่ตอบโต้
เช่นกันกับที่ตูนเงียบวางเฉยเมื่อโดนวิพากษ์วิจารณ์เรื่องวิ่งหาเงินช่วยโรงพยาบาล เมื่อไม่ตอบโต้ ไม่นานทุกอย่างก็ผ่านไป
จากวงดนตรีเล็กๆ วงหนึ่งก้าวขึ้นมาเป็นวงดนตรีอันดับ 1 ของประเทศ
นั่นเป็นพัฒนาการทางดนตรีของวง
ส่วนในแง่พัฒนาการของตัวบุคคล ตูนพัฒนาตัวเองมาอย่างต่อเนื่อง เขาทำแต่สิ่งดีๆ ทุกๆ การกระทำของเขารับผิดชอบต่อสังคม
เท่าที่ผ่านมาก็ถือว่าเขาเป็นตัวอย่างที่ดีมากแล้ว

Processed with VSCO with f2 preset
แต่เมื่อเขาออกวิ่ง 2 พันกว่ากิโลเมตร เพื่อหาเงินช่วยโรงพยาบาล ยิ่งทำให้ผู้คนนับถือหัวใจของเขามากขึ้นไปอีก
จากนักร้องหน้าใหม่สู่ตำแหน่งร็อกสตาร์ขวัญใจวัยรุ่น
มาสู่บุคคลตัวอย่างขวัญใจมหาชนทั้งประเทศ
ไม่มีคำสรรเสริญเยินยอใดที่เกินไปเลยสำหรับผู้ชายชื่อ อาทิวราห์ คงมาลัย
