ค้นความรู้สึกถึงอนาคต ของ ‘กระแต อาร์สยาม’ ที่ไม่เห็นและไม่ทำ ไม่ได้แปลว่า “ไม่คิด”

“มีคนถามตลอดเลยว่าเมื่อไหร่เพลงจะออก” นักร้องคนสวย กระแต-นิภาพร บุญยะเลี้ยง เล่าให้ฟังถึงคำถามเกี่ยวกับผลงานใหม่ที่ได้มาตลอดๆ
แล้วว่า “จริงๆ ถึงอายุ 60 ก็ยังออกเพลงนะคะ” ว่าพลางหัวเราะ
ก่อนให้รายละเอียดว่า แม้งานส่วนใหญ่ของเธอจะเป็นแนวเต้นที่หลายๆ คนชอบ และเธอก็ออกโทนสนุกแบบนี้มาหลายชุด หากก็รับประกันว่าเพลงใหม่ที่ทำออกมานั้นมีความแตกต่าง
“แต่ละเพลงของกระแตจะมีความแปลกใหม่ไม่ซ้ำ ครั้งนี้ก็จะเป็นแนวที่หลายๆ คนยังไม่เคยเห็นเต้นสไตล์นี้”
แนวและสไตล์ที่เธอเรียกว่า “เซ็กซี่ อย่างแกรนด์ อินเตอร์ นิดๆ”
กระแตซึ่งปัจจุบันอายุ 30 ปี เซ็นสัญญากับอาร์เอสมาตั้งแต่อายุ 14 บอกด้วยว่า “ในความเป็นนักร้องธรรมดา” เมื่อมีผลงานออกมา เธอก็หวังว่าคนจะชอบและมีความสุขเมื่อได้ฟัง
ส่วนเรื่องดังหรือไม่ เลิกคิดไปนานโพ้น
“หวังแค่นี้จริงๆ” กระแตยืนยัน
“เพราะเราเป็นคนตั้งใจและเต็มที่กับทุกงาน ทำสุดความสามารถแล้ว และภูมิใจแล้วว่าทำได้เท่านี้”
“แตจึงไม่ได้กลัวหรือคิดถึงเรื่องนั้นเลยด้วย”
อีกอย่างเธอยังมองว่า ณ จุดๆ นี้ คนฟังยังเชื่อมั่นในผลงานที่เธอทำว่าจะออกมาดี และโดยส่วนตัวเธอเองก็เชื่อเช่นนั้น
นักร้องคนดังยังบอกด้วยว่า ถ้าให้หวนย้อนถึงอดีต ณ วันแรกเข้า กับ ณ จุดที่ยืนอยู่ในวันนี้ เธอรู้สึกเลยว่าตัวเองเปลี่ยนไปมาก
“แตมาจากลูกทุ่งแท้ ร้องเพลงแม่ผึ้ง (พุ่มพวง ดวงจันทร์) ตอนร้องแรกๆ ก็เป็นสาวเหนือ เด็กดอย แต่พอมาวันหนึ่งเราจะเป็นเด็กดอยทุกวันก็ไม่ได้เนอะ ก็โตขึ้น แล้วพอเป็นสาวมีความเซ็กซี่ คนก็มีชอบบ้าง ไม่ชอบบ้าง”
พูดถึงตอนนี้ เจ้าตัวก็ยิ้มน้อยๆ แล้วบอกว่าด้วยความที่ชอบบ้าง ไม่ชอบบ้างนี่ละ ที่ทำให้ “ที่ผ่านมาเจออะไรมาเยอะ แต่สุดท้ายคนก็ยอมรับเราจริงๆ”
“เราเองย้อนดูตั้งแต่อัลบั้มแรก มันก็เป็นเลเวลที่ดีขึ้น พัฒนาขึ้น รู้สึกว่าไม่ถอยหลัง ก็พอใจละ”
ขณะเดียวกันก็บอกตัวเองเสมอว่า จะต้องอยู่กับปัจจุบัน
“แตถึงบอกว่าถ้าทำวันนี้ดีแล้ว จะไม่เสียใจเลย”
“แต่ถ้าทำอะไรไม่สุด แตจะเสียใจ”
“อย่างบางเพลงที่แล้วมา บางทียังคิดเลยว่าน่าจะเพิ่มตรงนี้อีกหน่อย ซึ่งแตจะไม่อยากมีความรู้สึกแบบนี้ เพราะฉะนั้นจึงจะทำให้ดีที่สุด ถ้าไม่สุดจะไม่ออก จะบอกเลยว่า ไม่ต้องรีบ ถ้ารีบแล้วไม่ดี ไม่เอา”
พร้อมกันนั้นยังตั้งใจด้วยว่า จะไม่ทำถี่ ไม่ออกบ่อย เพราะถ้าเข้าข่ายนั้น คนจะไม่รู้สึกว้าว สู้นานๆ ออกที ทิ้งระยะให้คนคิดถึง แล้วพอมีออกมา ก็ปังเลยดีกว่า-ว่างั้น
หากแม้จะยึดหลักการ ทั้งในเรื่องการตั้งใจทำงานทำให้ดีที่สุด และนานๆ ออกที พอมีก็ปัง แต่กระนั้นเธอก็ยอมรับว่าสักวันต้องเป็น “ขาลง”
“อนาคตตัวเองในเส้นทางนี้ มองว่ามันคือสัจธรรมนะคะ” กระแตบอก
“คำว่าขึ้น ลง คลื่นลูกใหม่มา ถามว่ากลัวไหม ไม่กลัวเลย เพราะว่าวันหนึ่งเราต้องเจอ วันหนึ่งต้องดร็อปเป็นธรรมดา คนเราจะมาเป็นดาวค้างฟ้าตลอดกาลไม่มี มีแต่จะอยู่ยังไงให้คนพูดถึง”
“แตจึงไม่หวั่นเลย”
ทั้งจะว่าไป ที่เป็นดังทุกวันนี้ ก็ออกจะไกลเกินฝัน
เพราะก่อนหน้านั้นที่เด็กบ้านนอกอย่างเธอฝันไว้ คือการได้เป็นศิลปิน ดังนั้น “แค่ได้เป็น” ก็ถือว่าตามฝันได้สำเร็จ อื่นๆ ที่ตามมาจึงเป็นเรื่องเกินจะคาดคิด
อย่างไรก็ดี แม้จะพูดถึงสิ่งต่างๆ เหล่านี้ด้วยท่าทีของคนมีความสุข หากถ้าถามกันจริงๆ กระแตก็ตอบตามตรงว่า ในระหว่างเส้นทางของความสุขนั้น “เหนื่อย แล้วก็ยาก”
โดยเฉพาะในเรื่องการรักษาความดังให้คงอยู่นั้น-ยากสุด
“เพราะเราต้องพัฒนาตัวเองให้เขาเห็นศักยภาพ ว่าเราอยู่ได้ เพราะความตั้งใจและความพยายามล้วนๆ”
ด้วยเหตุนี้เธอจึงกลายเป็นคนที่ “คิดงานตลอด”
“คิดแล้ววางแผนว่าปีนี้ทำอะไร ปีหน้าจะทำอะไร”
อย่างเช่นตอนนี้ที่คิดและวางไว้คือ “เราจะมาเต้นๆ ตลอด มันก็ไม่ใช่”
วันหนึ่งเรา จึงอาจจะได้เห็นกระแตเดินขึ้นมาบนเวทีพร้อมถือกีตาร์มาเล่นไป ร้องเพลงไป หรือ ฯลฯ

“คือรู้สึกว่าถ้าจะมาเป็นกระแต แล้วออกแนวเดิม ก็ไม่มีอะไร”
หรือการจะปั่นกระแสให้โด่งดัง นั่นก็ไม่ใช่ทาง
“คำว่ากระแสมันไปเร็ว มาเร็ว บางคนมาแป๊บเดียวไป แต่ของเราคือทำอย่างไรให้อยู่ยาว”
และถ้าเป็นไปได้ก็จะก้าวไกลในระดับนานาชาติ
“แตอยากโกอินเตอร์”
“อยากไปให้ทุกคนในโลกเห็น ว่าคนไทยทำอะไรได้ จะเป็นไปได้ไหมไม่รู้ แต่จะพยายามหาช่องทาง เพราะเรายังมีพลังทำอะไรได้เยอะมาก อยากไปอยู่บนเวทีนั้น”
“ช่วงเวลาสั้นๆ ก็ได้” กระแตพูดด้วยสายตาที่มุ่งมั่น
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

