มาตามนัด! ภาคประชาชน บุก กสทช. ค้านควบรวมทรู-ดีแทค
เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม กลุ่มพลเมืองเพื่อเสรีภาพในการสื่อสาร เข้ายื่นหนังสือต่อคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เรื่อง ขอให้พิจารณาการควบรวมธุรกิจระหว่าง บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จํากัด (มหาชน) และบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จํากัด (มหาชน) หรือดีแทค ตามอำนาจของ กสทช. อย่างถูกต้องและเป็นธรรม โดยมีเนื้อหาระบุว่า
ข่าวที่เกี่ยวข้อง: 29 ส.ค. กลุ่มพลเมืองเพื่อเสรีภาพในการสื่อสาร นัดบุก ‘กสทช.-กขค.’ ค้านดีลทรู-ดีแทค
ตามที่ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จํากัด (มหาชน) และบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จํากัด (มหาชน) ได้ประกาศแจ้งต่อสาธารณะว่าจะมีการควบรวมธุรกิจ เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2564 ที่ผ่านมา กลุ่มพลเมืองเพื่อเสรีภาพในการสื่อสาร และเครือข่ายภาคประชาชน มีความกังวลต่อการควบรวมธุรกิจดังกล่าว ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้
- จากการที่ กสทช. ได้ทำหนังสือไปที่คณะกรรมการกฤษฎีกาเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2565 และคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้ตอบกลับ กสทช. มาแล้วเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2565 ว่า ไม่สามารถรับข้อหารือไว้พิจารณาได้เนื่องจากเป็นเรื่องที่มีการฟ้องร้องเป็นคดีอยู่ในศาลและเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2565 กสทช. ก็ได้มีการทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาถึงอำนาจหน้าที่ของ กสทช. ในการพิจารณาการควบรวมธุรกิจดังกล่าว ด้วยเนื้อหาเดียวกันซ้ำอีกครั้ง อาจทำให้ประชาชนสับสนและเข้าใจคลาดเคลื่อนไปได้ว่า กสทช. มีความพยายามที่จะหลีกเลี่ยงการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ โดยยินยอมให้ฝ่ายบริหารเข้ามามีบทบาทแทรกแซง และครอบงำการใช้อำนาจของ กสทช. อาจเป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 60 และส่งผลให้นายกรัฐมนตรีมีความเสี่ยงในการปฏิบัติที่ขัดต่อกฎหมายอีกด้วย
- กสทช. ในฐานะองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญมาตรา 60 ที่มีอำนาจหน้าที่กำกับดูแลกิจการโทรคมนาคม เพื่อสนับสนุนการแข่งขันเสรีที่เป็นธรรม ดูแลผลประโยชน์ของประชาชน และประเทศชาติ จึงต้องป้องกันมิให้มีการแสวงหาประโยชน์จากผู้บริโภคโดยไม่เป็นธรรม หรือสร้างภาระต่อผู้บริโภคเกินความจำเป็น ซึ่งการควบรวมครั้งนี้ จะทำให้ผู้บริโภคต้องรับภาระราคาค่าบริการที่เพิ่มขึ้น 2.03-244.50% (อ้างอิงผลการศึกษา กสทช.) หรือไม่มีโอกาสที่จะปรับราคาลดต่ำลงได้ เหมือนเช่นในอดีตที่มีการแข่งขันสูง
- การควบรวมครั้งนี้ นอกจากเป็นการลดทางเลือกของผู้บริโภคแล้ว ยังอาจทำให้เกิดการดำเนินธุรกิจแบบ Cross Industry การบริการจะถูกย้ายจากร้านค้าลูก ไปยังร้านค้าปลีกในเครือ เพราะไม่มีความจำเป็นต้องจ่ายค่านายหน้าในการขายสินค้าให้ร้านค้าอีกต่อไป ส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดขายส่งและขายปลีก Sim card ต่อเนื่องไปถึง Vender/Supplier ผู้ให้เช่าสถานที่ และพนักงาน รวมไปถึงผู้ประกอบการต่างๆ ที่ต้องพึ่งพาบริการโทรคมนาคมในการขายสินค้าหรือบริการของตนผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ด้วย
กลุ่มพลเมืองเพื่อเสรีภาพในการสื่อสาร และเครือข่ายภาคประชาชน หวังเป็นอย่างยิ่งว่า กสทช. จะปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง ในฐานะองค์กรอิสระที่มีหน้าที่กำกับดูแลให้เกิดการแข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรม ไม่ทำให้เกิดการลดการแข่งขัน อันอาจจะทำให้ผู้บริโภคและประเทศชาติเสียผลประโยชน์ ตามที่ได้กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย




ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
- ‘หมอไห่’ เฉ่ง กสทช. แพร่ข่าว 5 Facts ควบรวมทรู-ดีแทค โต้ยังไม่เคยมีมติ
- กสทช. เปิด 5 Facts ดีลทรู-ดีแทค ย้ำชัด ไม่มีประเทศใดควบรวมเหลือ 2 ราย
- ‘ศิริกัญญา’ แฉกระบวนการ ปิดดีลทรู-ดีแทค หลัง ‘กสทช.’ ลบโพสต์ 5 ข้อเท็จจริงควบรวม
- นักวิชาการ ขำก๊าก ‘กสทช.’ ยกเคสทรู-ดีแทค เทียบตปท. ผูกขาด แต่บอกค่าโทรไม่เพิ่ม
- บอร์ด กสทช.ขอประเมินผลกระทบและแนวทางป้องกันผูกขาด ปมควบรวมทรู-ดีแทค ก่อนเคาะขั้นสุดท้าย
- นักวิชาการ ชี้ ควบรวม ‘ทรู-ดีแทค’ สู่เทคคอมปานี แค่ขายฝัน หวั่น กสทช. เซ็นเช็คเปล่า
- ‘สภาฯผู้บริโภค’ ถกเดือด ดีล ‘ทรู-ดีแทค’ ซ้ำชะตากรรมผู้บริโภค หาเงิน-จ่ายค่าโทรแพงขึ้น 120%
-
‘หมอลี่’ แง้ม ดีลทรู-ดีแทค จบชัวร์ที่ศาล จวกผลการศึกษาจุฬาฯ จริงครึ่งเดียว

