ผู้นำสูงสุดอิหร่านกร้าว พร้อมตอบโต้ไม่ยั้ง หากถูกโจมตี ผู้ไกล่เกลี่ยยังลุยสกัดสงครามรอบใหม่
โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ส่งสารที่มีถ้อยคำแข็งกร้าวถึงกองทัพอิหร่านให้ทำการตอบโต้อย่างรุนแรง ท่ามกลางรายงานข่าวในช่วงปลายสัปดาห์ก่อนที่ระบุว่า สหรัฐและอิสราเอลกำลังเตรียมการโจมตีอิหร่านระลอกใหม่ ซึ่งน่าจะเกิดขึ้นหลังการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐในวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้
สำนักงานของผู้นำสูงสุดอิหร่านเผยเมื่อวันที่ 31 ตุลาคมว่า คาเมเนอี ซึ่งยังไม่ปรากฏตัวหรือส่งเสียงใดๆ ให้สาธารณชนได้ยินนับตั้งแต่ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดแทนบิดาของเขา อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ซึ่งถูกลอบสังหารโดยการโจมตีทางอากาศของสหรัฐในเดือนมีนาคม ได้พบหารือกับผู้บัญชาการทหารระดับสูง และมอบ “คำสั่งเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญ” ให้แก่พวกเขา
แถลงการณ์ที่เผยแพร่โดยสำนักงานผู้นำสูงสุดระบุว่า คาเมเนอีกำชับให้กองทัพรักษาระดับการป้องปรามสูงสุด ผ่านการเตรียมพร้อมสำหรับการตอบโต้ทันทีและมีประสิทธิภาพ โดยไม่มีข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์ หากอิหร่านถูกโจมตีอีกครั้ง
โมจตาบายังเผยแพร่แถลงการณ์แสดงจุดยืนของเขาผ่าน X ว่า สั่งให้กองทัพเตรียมพร้อมตอบโต้การโจมตีใดๆ โดยระบุว่า ภัยคุกคามทุกระดับและทุกประเภทจะต้องได้รับการตอบโต้ทันที มีประสิทธิภาพ และครอบคลุมทุกพื้นที่
คาเมเนอีกล่าวว่า ผู้บัญชาการระดับสูงได้รายงานถึงความพร้อมขั้นสูงสุดตลอดแนวชายฝั่งอ่าวเปอร์เซีย ทั้งในและรอบช่องแคบฮอร์มุซและอ่าวโอมาน รวมถึงบริเวณพรมแดนทางตะวันตกเฉียงเหนือและตะวันออกเฉียงใต้ของอิหร่าน ด้านกองทัพอิหร่านประกาศในภายหลังว่ากำลังดำเนินการเพื่อปรับปรุงความพร้อมรบ
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นไม่กี่วันหลังจาก เจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ ส่งจดหมายถึงอิหร่าน โดยมีรายงานว่าจ่าหน้าถึงโมห์เซน เรซาอี ผู้นำสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุด ซึ่งกลายเป็นบุคคลสำคัญที่มีบทบาทเป็นศูนย์กลางในการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ของอิหร่าน แม้ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมาเขาจะไม่เคยได้รับคะแนนเสียงมากพอในการลงสมัครรับเลือกตั้งเพื่อดำรงตำแหน่งทางการเมืองก็ตาม
รายละเอียดที่แน่ชัดของจดหมายฉบับดังกล่าวยังไม่เป็นที่เปิดเผย แต่เชื่อว่าแวนซ์เรียกร้องให้อิหร่านให้คำมั่นเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ ซึ่งรวมถึงการอนุญาตให้ผู้ตรวจสอบระหว่างประเทศเข้าติดตามตรวจสอบโครงการนิวเคลียร์ของประเทศ และการกำหนดแนวทางจัดการกับยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงของอิหร่าน ซึ่งรัฐบาลเตหะรานยืนยันมาโดยตลอดว่าจะไม่ส่งออกไปนอกประเทศ
เรซาอีระบุว่า อิหร่านกำลังหารือกันว่าจะยกเลิกข้อห้ามเรื่องอาวุธนิวเคลียร์ที่มีมาอย่างยาวนานหรือไม่ หากความขัดแย้งปะทุขึ้นอีกครั้ง แม้จะระบุว่ายังไม่มีการตัดสินใจใดๆ ในเรื่องนี้ก็ตาม เขายังกล่าวเสริมด้วยว่าจะไม่มีการเจรจาใดๆ เกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน เว้นแต่ว่าวอชิงตันจะยอมรับข้อเรียกร้องของอิหร่านเสียก่อน
ด้านนายมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ซึ่งกำลังเป็นเจ้าภาพการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศจากกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ G20 ในเมืองแอตแลนตา ปฏิเสธที่จะกำหนดกรอบเวลาสำหรับการเจรจาในกาตาร์ แต่ระบุว่าขณะนี้มีการติดต่อทั้งทางตรงและทางอ้อมกับอิหร่านอยู่
“มีการเจรจาหลายช่องทาง อันที่จริงแล้วการเจรจาไม่เคยหยุดชะงักเลย ท่านประธานาธิบดีทรัมป์ต้องการแก้ไขปัญหาด้วยวิธีทางการทูตมากกว่า แต่ผมคิดว่าสิ่งที่ประธานาธิบดีสื่อให้เห็นคือความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมว่า หากจำเป็นต้องดำเนินการทางทหาร เราก็มีความสามารถที่จะทำได้” รูบิโอกล่าว
ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ปฏิเสธรายงานข่าวที่ระบุว่าเขาได้สั่งให้กลับมาเปิดการเจรจาสันติภาพอีกครั้ง และอ้างโดยไม่ได้ให้รายละเอียดว่า จดหมายของแวนซ์มีเนื้อหาเกี่ยวกับการอนุญาตให้นำเวชภัณฑ์เข้าสู่อิหร่าน
สื่ออิหร่านรายงานว่า ข้อเสนอของกรุงเตหะรานที่จะเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งภายในเวลาไม่กี่วัน เพื่อแลกกับการกลับไปใช้บันทึกความเข้าใจเมื่อเดือนมิถุนายน ยังคงเป็นข้อเสนอพื้นฐานสำหรับการเจรจาที่มีคนกลางเป็นผู้ประสานงาน
ข้อเรียกร้องของอิหร่านยังประกอบด้วย การยกเลิกมาตรการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐต่อท่าเรืออิหร่าน การผ่อนผันมาตรการคว่ำบาตรด้านน้ำมัน และการทำข้อตกลงสงบศึกในความขัดแย้งต่างๆ ทั่วภูมิภาค รวมถึงในเลบานอน ซึ่งกองกำลังอิสราเอลยังคงยึดครองพื้นที่ทางตอนใต้ของประเทศ
สื่อท้องถิ่นยืนยันว่าอิหร่านได้รับจดหมายฉบับดังกล่าวแล้ว แต่ไม่ได้ระบุว่ามีการส่งคำตอบอย่างเป็นทางการผ่านคนกลางไปแล้วหรือไม่
การประกาศคำสั่งให้ตอบโต้อย่างเด็ดขาดของโมจตาบามีขึ้นขณะที่ความพยายามของผู้ไกล่เกลี่ยยังคงดำเนินต่อไป โดยมีรายงานว่าคณะผู้แทนทางการทูตของอิหร่านได้พบกับผู้แทนกาตาร์ ได้พบกันเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม เพื่อหารือเกี่ยวกับแนวทางในการยุติสงครามในอ่าวเปอร์เซีย โดยกาตาร์ได้เสนอแผนเพื่อสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างสหรัฐและอิหร่านเป็นเวลา 7 วัน ขณะเดียวกันก็ประสานงานกับสหรัฐอย่างต่อเนื่องในระหว่างที่มีการเจรจาเกิดขึ้น
แหล่งข่าวระบุว่า การเจรจาในวันเสาร์ที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ เกิดขึ้นหลังจากมีการหารือกันนานกว่า 12 ชั่วโมงในวันศุกร์ระหว่างทูตอิหร่านและกาตาร์ในกรุงเตหะราน



