‘ส.ก.คลองสามวา’ ร้องสภา มอ’ไซค์ตกหลุม พาไป รพ.อื้อ! รีบชัดเจน ‘จัดงบซ่อมซอย’ ในชุมชน

19.10.22 | 20:29 น.

‘ส.ก.คลองสามวา’ ร้องสภา มอ’ไซค์ตกหลุม พาไป รพ.อื้อ รีบชัดเจน ‘จัดงบซ่อมซอย’ ในชุมชนที่ยังไม่เป็นที่สาธารณะ

เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม ที่อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (ดินแดง) ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ การประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่ 4 ครั้งที่ 3 ประจำปีพุทธศักราช 2565

ในตอนหนึ่ง น.ส.นฤนันมนต์ ห่วงทรัพย์ ส.ก.เขตคลองสามวา พรรคเพื่อไทย เสนอญัตติขอให้กรุงเทพมหานครแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในชุมชนจดทะเบียนแต่ถนน ตรอก ซอย ไม่เป็นที่สาธารณะ ความว่า

ด้วยชุมชนและกรรมการชุมชน พ.ศ.2564 ปัจจุบันนี้มีจำนวนชุมชนถึง 2,017 ชุมชน แต่ในหลายชุมชนกลับมีถนน ตรอก ซอย ที่ยังไม่ได้ยกให้เป็นพื้นที่สาธารณะ แต่ในความเป็นจริงแล้วมีประชาชนใช้สอยร่วมกันเป็นเวลานานมากกว่า 10 ปี เมื่อใช้งานเป็นเวลานานจะก่อให้เกิดปัญหาการชำรุดเป็นหลุด บ่อ ขรุขระ มีน้ำท่วมขัง ทำให้ผู้สัญจรในชุมชนไม่ได้รับความสะดวก และเกิดอุบัติเหตุ ประชาชนได้รับความเดือดร้อนไม่ได้รับการแก้ปัญหาจาก กทม. ซึ่งเรื่องนี้ได้มีการศึกษาทำให้เห็นว่า กทม.มีข้อบัญญัติ กทม. เรื่องค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการพัฒนาทรัพย์สินที่ประชาชนใช้สอยร่วมกัน พ.ศ.2536 และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2554 และระเบียบ กทม. ว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการพัฒนาทรัพย์สิน ที่ประชาชนทั่วไปใช้สอยร่วมกัน พ.ศ.2537 เพื่อให้ กทม.สามารถจัดสรรงบประมาณเพื่อพัฒนาทรัพย์สินที่ประชาชนใช้สอยร่วมกันตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป และเป็นการพัฒนาทรัพย์สินเพื่อประโยชน์สาธารณะ แต่ยังไม่มีการนำกฎหมายไปปฏิบัติอย่างชัดเจน

Advertisement

ดังนั้น เพื่อให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น จึงขอให้ กทม.แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในชุมชนจดทะเบียนแต่ถนน ตรอก ซอย ยังไม่เป็นที่สาธารณะ เนื่องจากตนเป็น สก.เขตคลองสามวา และดำรงตำแหน่งฐานะโฆษกสภา กทม. ด้วยความที่เป็นโฆษกสภา กทม. ประชาชนหลายเขตมีการรวบรวมรายชื่อเพื่อส่งเรื่องร้องเรียนในเรื่องเกี่ยวกับญัตตินี้มากถึง 30 เขต แต่ขออนุญาตว่าด้วยเรื่องในเขตคลองสามวา ส่วนสมาชิกท่านใดที่มีปัญหาร่วมกัน เรียนเชิญอภิปรายร่วมกัน

 

น.ส.นฤนันมนต์กล่าวต่อว่า ในส่วนแรกจะพูดถึงปัญหาใน traffy fondue เขตคลองสามวา หลายๆ ครั้งที่เราพูดเรื่องการแก้ปัญหานอกจากสำนักงานเขตที่ประชาชนแจ้งเรื่องร้องเรียนไปทางกฎหมายแล้ว ทาง traffy fondue ก็เป็นอีกช่องทาง ซึ่งในเขตคลองสามวาปัญหาที่เกิดขึ้นเยอะที่สุด คือปัญหาถนน มีเรื่องร้องเรียนในเขตคลองสามวาทั้งหมด 1,373 เรื่อง ฉะนั้นปัญหาของถนนเป็นหลุม เป็นบ่อ เดินทางสัญจรไม่สะดวก น้ำท่วมขัง เรื่องเหล่านี้ดูเป็นเรื่องพื้นฐาน เช่น ชุมชนแป้นทองสัมพันธ์ ซึ่งมีถนนเป็นถนส่วนบุคคลที่อยู่ในชุมชน ซึ่งมีหลุมมีบ่อบริเวณถนน ประชาชนต้องแก้ปัญหาตัวเอง ซึ่งในความเป็นจริงแล้วถนนเส้นที่แขวงสามวาตะวันตกใช้แทบทั้งแขวง กว่า 10 ปีที่ประชาชนได้ร่วมกันใช้งานมาจึงเป็นระยะเวลานานมากที่เราไม่ได้เขาไปพัฒนาเลย ซึ่งเรามีราชกิจจาที่พูดถึงการพัฒนาที่อยู่อาศัยและสภาพแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน อยู่ในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 138 ตอนพิเศษ 114 หมวดที่ 8 การส่งเสริมสนับสนุนและพัฒนา ส่วนที่ 1 คือการพัฒนา ซึ่งตนพูดถึงข้อ 99 (2) พูดถึงการพัฒนาที่อยู่อาศัยและสภาพแวดล้อมชุมชนอย่างยั่งยืน

“หมายความว่า การพัฒนาสภาพบ้านเรือน อาคาร สาธารณูปโภค สาธารณูปการ และสภาพแวดล้อมชุมชนที่เกี่ยวข้องซึ่งเป็นที่พักอาศัยของประชาชนให้มีความสุขสะดวกสบาย มั่นคง ปลอดภัย และถูกสุขลักษณะเหมาะสมกับการดำรงชีวิต ตรง ‘มั่นคงกับปลอดภัย’ ถนนเส้นดังกล่าวมอเตอร์ไซค์ตกหลุมไปหลายคันแล้ว ‘เห็นอย่างนี้ ส.ก.พาไปโรงพยาบาลหลายคนแล้ว’ เรื่องนี้จึงอยากให้ทาง กทม.ทบทวน อยากฝากให้ท่านประธานแจ้งไปยังฝ่ายบริหาร ถึงข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่องค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการพัฒนาทรัพย์สินที่ประชาชนทั่วไปใช้สอยร่วมกัน อยากให้พิจารณาเรื่องนี้อีกครั้งหนึ่ง เนื่องจากข้อบัญญัติตรงนี้โดยเฉพาะข้อที่ 4 ทรัพย์สินหมายความถึงอสังหาริมทรัพย์ สังหาริมทรัพย์ที่ประชาชนทั่วไปใช้สอยร่วมกัน เช่น ที่ดิน สิ่งก่อสร้าง อาคาร สะพาน ทางเท้า ถนน ตรอก ซอย และสาธารณูปโภค เป็นต้น และข้อที่ 5 โดยเฉพาะ (1) ทรัพย์สินที่ประชาชนทั่วไปใช้สอยร่วมกันติดต่อกันตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป ซึ่งชุมชนบำรุงสุขบุญมา มีป้ายสีเขียวที่เป็นป้ายประกาศโดยใช้ข้อบัญญัติ กทม. แต่ประกาศเมื่อ พ.ศ.2562 ทุกวันนี้ยังอยู่ แต่ถนนบริเวณดังกล่าวก็ยังชำรุดทรุดโทรมอยู่

ซึ่งกฎระเบียบของข้อบัญญัตินี้ถ้าหากการดำเนินการดังกล่าวเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดิน หรือผู้ใดประสงค์จะคัดค้านให้ยื่นคำร้องคัดค้านต่อสำนักงานเขตภายในระยะเวลา 30 วันนับแต่วันประกาศ หากพ้นกำหนดเวลาดังกล่าวไม่มีผู้ใดคัดค้าน กทม. โดยสำนักงานเขตคลองสามวาจะเข้าดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป ประกาศเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ.2562 วันนี้ก็ยังเป็นหลุมเหมือนเดิม” น.ส.นฤนันมนต์ชี้

น.ส.นฤนันมนต์กล่าวอีกว่า ตนอยากให้ กทม. โดยเฉพาะผู้หารชุดนี้กลับมาติดตามเรื่องข้อบัญญัติชุดนี้อีกครั้ง และบังคับใช้ให้เป็นผลเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน โดยเฉพาะจุดที่เป็นชุมชนแล้ว แต่ถนนตรอกซอยยังไม่สามารถเป็นสาธารณะได้

“ทุกวันนี้งบประมาณจากสำนักพัฒนาชุมชน บางทีก็ต้องมีการบริหารจัดการในการนำงบรายเดือนที่ดูแลพัฒนาชุมชน มาลงซ่อมถนน เช่น นำหินลง นำทรายลง หรือถ้ามีบ้านไหนเทคอนกรีตยืมคอนกรีตบ้านนั้นมาโปะหน่อย ฉะนั้น ส่วนนี้จึงขอให้ท่านประธานเรียนแจ้งไปทางฝ่ายบริหารให้ช่วยพิจารณาแก้ปัญหา และบังคับใช้ข้อบัญญัติของกรุงเทพมหานครข้อนี้อย่างชัดเจน” น.ส.นฤนันมนต์กล่าว

ต่อมา นายสุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา ส.ก.เขตลาดกระบัง พรรคเพื่อไทย ได้ร่วมกล่าวอภิปราย พร้อมกล่าวขอบคุณ น.ส.นฤนันมนต์ ที่ยกญัตติวาระสำคัญอีกวาระหนึ่ง เป็นปัญหาของถนน จึงขออนุญาตพูดเกี่ยวกับทางสาธารณะที่ไม่เหมาะสมกับปัจจุบัน เนื่องจากเขตตะวันออกมีคลองค่อนข้างเยอะ เขตลาดกระบังมี 60 กว่าคลอง ปัญหาแรกที่นำเรียน 1.เลียบคลองตาพุก 2.เลียบคลองเจ็กทิศใต้ 3.ซอยมอเตอร์เวย์ 4 4.เลียบคลองหลวงแพ่ง ปัญหาที่ 1 เลียบคลองตาพุก ประชาชนต้องใช้ทางเท้าในการสัญจร รถยนต์ไม่สามารถเข้าได้ แต่ทางเท้าอยู่ในสภาพทรุดโทรมเป็นทางเท้าที่คาบเกี่ยวระหว่างเขตประเวศ และเขตลาดกระบัง

“เวลามีปัญหาก็ต้องประสานเขตประเวศ พอประสานเขตประเวศก็บอกว่ายังไม่มีงบ พอมาที่เขตลาดกระบัง ก็บอกว่าไม่ใช่ของเขตลาดกระบัง สุดท้ายประชาชนต้องทนทุกในสภาพทางเท้าย่ำแย่ไม่พอถนนไม่มี เวลารถพยาบาลจะเข้ามาแต่ละครั้ง ผู้ป่วย ผู้ป่วยติดเตียง หรือผู้สูงอายุ ต้องซ้อนมอเตอร์ไซค์ออกไปในสภาพนั้น ซึ่งอุบัติเหตุที่ประชาชนตกลงไปในคลองก็มี ซึ่งเลียบคลองตาพุก หรือซอยลาดกระบัง 2 สุดซอยสามารถเชื่อมต่อได้กับลาดกระบัง 14/1 แยก 6 แต่ทางเชื่อมต่อได้ถูกปิดไปแล้ว โดยมีนายทุนมาซื้อที่และปิดถนนไป โดยใช้กรรมสิทธิ์ว่าเป็นที่ส่วนบุคคล ประชาชนที่เคยใช้ทางเข้าออกจุดนี้ ก็ไม่สามารถใช้ได้ ตนมีแนวทางที่อยากเสนอไปยังท่านประธานผ่านไปยังคณะผู้บริหาร คือการทำสะพานเชื่อมต่อข้ามคลอง ซึ่งเมื่อก่อนเคยมีสะพานไม้เชื่อมต่อยังยังโรงพยาบาลศิครินทร์ ต้องขอความกรุณาทางคณะผู้บริหาร หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นสำนักการโยธา สำนักงานเขตทั้ง 2 เขต ลงพื้นที่สำรวจ หาแนวทางให้ประชาชนสามารถสรรจรได้ โดยเฉพาะกรณีเร่งด่วนหรือกรณีฉุกเฉิน นำส่งผู้ป่วย คนแก่” นายสุรจิตต์ชี้

นายสุรจิตต์กล่าวต่อว่า ปัญหาที่ 2 เลียบคลองเจ็กทิศใต้ ทางเท้าเลียบคลองไม่มีถนนสรรจร ก็จะเหมือนกับเลียบคลองตาพุก หรือต้องนั่งเรือเพื่ออกไปซึ่งกรณีเรือคว่ำก็เคยเกิดขึ้นมา เรื่องนี้ตนก็ได้นำเรียนไปยังผู้บริหาร ผู้ว่าฯกทม. ทำเป็นทางเท้าที่เป็นทางรถยนต์ขนาดเรียบกับทางเท้า ซึ่งเป็นที่ของกรมชลประทาน

“จึงฝากไปยังท่านประธานถึงคณะผู้บริหารลงพื้นที่สำรวจ ซึ่งได้นำเรียนผู้ว่าฯกทม. โดยผู้ว่าฯตอบกลับว่าน่าสนใจ มันสามารถแก้ปัญหาและตอบโจทย์ความเป็นอยู่ของประชาชนได้

ปัญหาที่ 3 ซอยมอเตอร์เวย์ 4 จะคล้ายกับปัญหาที่ 1 และ 2 เป็นทางเท้าที่รถยนต์ หรือรถพยาบาลไม่สามารถเข้ารับผู้ป่วยได้ ซึ่งถ้าบ้านที่อยู่ข้างในสุดซอยก็ต้องหิ้ว หรือนั่งรถเข็นกันออกมา แต่กลับกัน ซอยที่ติดกันเป็นชุมชนเหมือนกัน ซอยมอเตอร์เวย์ 6 มีทางรถยนต์วิ่งถึงหน้าบ้าน ก็ขอฝากไปยังท่านประธานถึงคณะผู้บริหาร และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่สำรวจ และกรุณาจัดสรรงบประมาณมาลงตรงนี้” นายสุรจิตต์กล่าว และว่า

ปัญหาที่ 4 เลียบคลองหลวงแพ่ง ที่ทางเข้าเป็นทางทางลูกรังของเอกชน ถ้าเจ้าของที่ปิดทาง หรือกำแพงขึ้นมา ประชาชนก็จะไม่มีทางเข้าออก ก็ต้องใช้คลองหลวงแพ่งในการเดินทางแทน เมื่อตอนน้ำท่วม ตนก็ได้ใช้รถของตัวเองขับเข้าไปมอบถุงยังชีพ ซึ่งสภาพทางมีความเสี่ยงมาก หากขับพลาดก็จะตกลงไปยังบ่อคลองได้เลย ซึ่งทางเท้าเลียบคลองเป็นของฉะเชิงเทราโดยอยู่ตรงข้ามกับบ้านประชาชนที่เป็นฝั่งเขตลาดกระบัง ซึ่งประชาชนบริเวณนั้นต้องการทางเท้า

“จึงอยากฝากไปถึงคณะผู้บริหาร โดยสรุป 1.เลียบคลองตาพุก สะพานข้ามไปยัง รพ.สิรินธร 2. เลียบตลองเจ็กทิศใต้ อยากได้ถนนเลียบชายคลอง 3.ซอยมอเตอร์เวย์ 4 ขยายทางเดินเท้า 4.เลียบคลองหลวงแพ่ง ไม่มีทางเท้าไม่มีทางรถเลย ปัจจุบันใช้ที่เอกชนถ้าถูกปิดขึ้นมาประชาชนก็ไม่สามารถเข้าบ้านได้ จึงอยากได้ทางเท้าเลียบคลองหลวงแพ่ง” นายสุรจิตต์กล่าว