มัลลิกา ปล่อยหมัดน็อก ผุดแคมเปญ ‘นารีพิฆาตอากง’ จัดเต็มโปสเตอร์สไตล์หนังฮอลลีวูด
เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน เวลา 15.00 น. ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 14 เปิดตัวแคมเปญหาเสียงโค้งสุดท้ายในรูปแบบโปสเตอร์ภาพยนตร์ฮอลลีวูด ภายใต้คอนเซ็ปต์ “นารีพิฆาตอากง” เพื่อสื่อสารแนวคิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและการบริหารเมืองหลวง
โปสเตอร์ดังกล่าวมีข้อความว่า “เมื่อความดีถูกท้าทายด้วยอำนาจมืด เธอจะไม่ยอมให้กรุงเทพฯตกอยู่ในเงาเดิม” พร้อมข้อความหลัก “ดร.มัลลิกา สู้ยิบตา ดันพลังบริสุทธิ์ สู้ทีมอากง หวังเปลี่ยนกรุงเทพฯ ให้ดีขึ้น พบกันทุกคูหาเลือกตั้ง 28 มิถุนายน 2569”
ดร.มัลลิกา กล่าวว่า คำว่า “ระบอบอากง” ที่ถูกนำมาใช้ในแคมเปญครั้งนี้ เป็นคำเชิงสัญลักษณ์ทางการเมืองที่ประชาชนจำนวนหนึ่งใช้วิพากษ์วิจารณ์ถึงกลุ่มอิทธิพล เครือข่ายอำนาจ หรือผู้มีบทบาทอยู่เบื้องหลังการบริหารงานภาครัฐและการเมือง ซึ่งเป็นคำที่ตนได้รับฟังจากประชาชนในหลายพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นตลาดจตุจักร ตลาดโบ๊เบ๊ และย่านการค้าต่าง ๆ ทั่วกรุงเทพมหานคร และจากข่าวสารบ้านเมือง
“ประชาชนจำนวนมากสะท้อนว่ากรุงเทพฯ ยังติดอยู่กับระบบเดิม ๆ ที่ทำให้การแก้ปัญหาเป็นไปอย่างล่าช้า ขาดความโปร่งใส และไม่ตอบโจทย์ชีวิตประจำวันของคนเมือง การเลือกตั้งครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญที่ประชาชนจะได้ตัดสินใจว่าต้องการเดินหน้าสู่อนาคตหรืออยู่กับโครงสร้างอำนาจแบบเดิม” ดร.มัลลิกา กล่าว
ผู้สมัครหมายเลข 14 ระบุว่า ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา กรุงเทพมหานครยังเผชิญปัญหาสะสมจำนวนมาก ทั้งปัญหาการ ส่วยต่างด้าว ทุจริต จราจร น้ำท่วม เศรษฐกิจฐานราก ความปลอดภัย และการบริหารจัดการเมืองที่ยังไม่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
สำหรับแนวทางรับมือกับระบบอิทธิพลและเครือข่ายอำนาจที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาเมืองนั้น ดร.มัลลิกา เสนอแผนยุทธศาสตร์สำคัญ ประกอบด้วย
1. ปราบปรามคอร์รัปชันและผลประโยชน์ทับซ้อนทุกรูปแบบ
2. ใช้ระบบ AI และเทคโนโลยีดิจิทัลตรวจสอบการทำงานของหน่วยงานกรุงเทพมหานครแบบเรียลไทม์
3. เปิดเผยข้อมูลสาธารณะให้ประชาชนสามารถตรวจสอบได้
4. ฟื้นกลไกการมีส่วนร่วมของประชาชนในระดับชุมชนทั้ง 50 เขต และมีสภาประชาชน
5. กระจายงบประมาณและโอกาสการพัฒนาอย่างเท่าเทียมทั่วกรุงเทพฯ
6. ส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก ตลาด ชุมชน และผู้ค้ารายย่อยให้สามารถแข่งขันและเติบโตได้
7. ผลักดันนโยบาย “กรุงเทพสีขาว” ต่อต้านการทุจริต อิทธิพลมืด และผลประโยชน์นอกระบบ
“การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นไม่ได้ หากประชาชนไม่ลุกขึ้นมาใช้สิทธิของตนเอง วันที่ 28 มิถุนายนนี้ ทุกคะแนนเสียงมีความหมาย และเป็นโอกาสกำหนดอนาคตของกรุงเทพมหานคร“ ดร.มัลลิกา กล่าว





