หน้าแรก การเมือง อ.จุฬาฯ ท้า ก...

อ.จุฬาฯ ท้า กล้าเลือกเพื่อเปลี่ยนไหม ? มอง 3 ฉากหลังเลือกตั้ง ถ้าเป็นต่ออีก 4 ปี ไทยพังแน่

10.05.23 | 14:06 น.

อ.จุฬาฯ ท้า กล้าเลือกเพื่อเปลี่ยนแปลงไหม ? มอง 3 ฉากหลังเลือกตั้ง ถ้าเป็นต่ออีก 4 ปี ไทยพังแน่

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 9 พฤษภาคม ที่คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีการจัดงานรัฐศาสตร์เสวนา โดย ภาควิชาการปกครอง ในหัวข้อ “การเลือกตั้งทั่วไป 2566 : เปลี่ยนแปลง เปลี่ยนผ่าน หรือเป็นต่อ ?”

โดยมีนักวิชาการคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ร่วมแลกเปลี่ยนความเห็น อาทิ ศ.ดร.สิริพรรณ นกสวน สวัสดี, ผศ.ดร.บัณฑิต จันทร์โรจน์กิจ, รศ.ดร.ธนพันธ์ ไล่ประกอบทรัพย์, อ.ดร.เข็มทอง ต้นสกุลรุ่งเรือง, รศ.ดร.ประภาส ปิ่นตบแต่ง, ผศ.ดร.พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์, ศ.ดร.เอก ตั้งทรัพย์วัฒนา และ รศ.ดร.นฤมล ทับจุมพล

ในตอนหนึ่ง ศ.ดร.เอก กล่าวถึงฉากทัศน์ในอนาคตกับเศรษฐศาสตร์การเมือง โดยเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่างธุรกิจกับการเมือง ซึ่งล้อไปตามโจทย์ที่ตั้งว่า หากเป็นต่อ เปลี่ยนผ่าน หรือเปลี่ยนแปลงจะทำอย่างไร

ซึ่งตนจะสื่อความหมายว่า ‘เป็นต่อ’ คือ พรรครัฐบาลเป็นต่อไม่เปลี่ยน ‘เปลี่ยนผ่าน’ คือ เปลี่ยนพรรคแต่โครงสร้างความสัมพันธ์ทางธุรกิจและการเมืองแบบเดิมคงไม่เปลี่ยนเท่าใดนัก ส่วน ‘เปลี่ยนแปลง’ คือ เปลี่ยนทั้งผู้บริหารประเทศ และแนวโน้มโครงสร้างทางสังคม โดยเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่างเศรษฐกิจกับการเมืองที่น่าจะมีแนวโน้มในเปลี่ยนแปลงไปได้บ้าง

Advertisement

“จะเห็นว่าในช่วงที่ผ่านมาทั้งหมด ตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงการปกครองปี พ.ศ. 2475 มาจนถึงปัจจุบัน และโดยเฉพาะ 8-9 ปีหลัง ความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มทุนขนาดใหญ่ ซึ่งไม่ใช่แค่กลุ่มทุน ตอนนี้เราต้องเหล่ตาข้างหนึ่งไปมองดูรัฐวิสาหกิจด้วย เพราะเป็นแหล่งทุนขนาดใหญ่ที่รัฐเป็นผู้ลงทุน และสามารถสร้างประโยชน์ให้กับตนและพวกพ้องได้ด้วยเช่นกัน

ผมมองว่าถ้าเราไปสู่โจทย์ที่บอกว่าเป็นต่อ คือ รัฐบาลเดิมเป็นต่อ ผมคิดว่าคงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไม่ว่า อีก 4 ปีอาจจะหนักยิ่งกว่าเดิม หมายถึงว่าความสัมพันธ์ในระหว่างตัวการเมืองกับธุรกิจอาจจะยิ่งไปกว่าเดิม ที่แน่ๆ คือไม่ดีขึ้นแน่” ศ.ดร.เอก กล่าว

ศ.ดร.เอกกล่าวว่า ‘เปลี่ยนแปลง’ เป็นอะไรที่น่าสนใจ เพราะเหมือนกับเรากำลังจะมีความหวัง เรากำลังจะมีอนาคตใหม่ที่ก้าวไกลพูดในแง่ทั่วไป ถ้าเราไปดูเมื่อ 4 ปีที่แล้ว การหาเสียงของพรรคอนาคตใหม่รวยกระจุกจนกระจาย ถ้าเรามาดูนโยบายการหาเสียงต่างๆ จะเห็นว่ามันมีดีเอ็นเอจากอนาคตใหม่มาสู่ก้าวไกล ที่เห็นปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย และต้องการที่จะแก้ปัญหานี้

“แต่จะเอาอย่างไรกับทุนกลุ่มใหญ่ที่ผูกขาดที่มีการพูดถึงลอยๆ เยอะ แต่นโยบายที่ออกมาที่เห็นในเรื่องนี้ยังไม่เห็นอย่างชัดเจนมาก อาจเป็นประเด็นหนึ่งที่ต้องว่ากันต่อไป

“เป็นต่อและเปลี่ยนผ่าน ไม่น่าจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในเชิงโครงสร้าง เวลาที่ผ่านมาผมว่ามันพิสูจน์แล้วว่าเป็นต่อ เป็นต่อและเปลี่ยนผ่านอาจจะไม่ได้นำมาสู่การเปลี่ยนแปลง ผมมีคำถามไปสู่คนที่ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง คือ เราจะกล้าเลือกการเปลี่ยนแปลงเพื่ออนาคตใหม่ที่ก้าวไกลหรือเปล่า?” ศ.ดร.เอกกล่าว