
รู้ชีวิต…ด้วยดวงดาว/ศ. ดุสิต
อ่านอนาคตของคุณไม่ยากหรอก…แค่รู้จักดาว 10 ดวงเท่านั้น!
เรื่องลึกในโหราศาสตร์ไทยชุด “คลังโหร”

ลัคนารามัญ (ต่อ)
ในการใช้ลัคนารามัญนี้ ท่านให้ใช้ประกอบไปกับการดู “ฆาต” ในปีนั้นๆ ด้วย เรื่องฆาตนี้ท่านจัดว่าเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งทีเดียว จะละเลยไม่ได้ ฆาตที่ว่านี้มีสำคัญอยู่ 2 แบบ และจะต้องตรวจดูทุกแบบเพื่อให้ผลการทายมีความละเอียดถูกต้องมากที่สุด ฆาตทั้ง 2 แบบมีดังนี้
๑. ฆาตอายุ
๒. ฆาตปี
วิธีหาฆาต
ฆาตอายุ
ตั้งอายุโหร (ย่าง) ขึ้นแล้วหาทักษาจรในปีนั้นว่าตกที่ภูมิดาวใด นำกำลังของดาวบริวารนั้นมาบวกกับอายุย่าง ได้เท่าใดเอา 12 หาร ลัพธ์ทิ้งไปเอาแต่เศษมา นับตั้งต้นที่ราศีพฤษภไปเท่าเศษ ตกที่ราศีใดให้กา X ไว้ที่ราศีนั้นเป็นกาแรก แล้วนับต่อไปอีกห้าราศี กาไว้เป็นกาที่สอง และนับไปอีกห้าราศี แล้วกาไว้เป็นกาที่สาม ลัคน์จรต้องกาใดกาหนึ่งถือว่าเป็นโทษ
กาทั้งสามนั้น แม้จะเป็นกาเหมือนกัน แต่มีความหมายแตกต่างกันบ้าง กาแรกนั้นหมายถึงจะให้ผลในต้นปี กาที่สองจะให้ผลราวกลางปี กาที่สามจะให้ผลในตอนปลายปี คือแบ่งเป็นกาละ 4 เดือนนั่นเอง สุดแต่ว่าจะไปเข้าในกาไหน
ยกตัวอย่างดวงให้ดูอีกที
เจ้าชาตามีอายุย่าง 44 ปี เกิดวันอังคาร (เช้าเป็นวันพุธ) นับทักษาจรตกภูมิกลาง เลื่อนลงมาที่ภูมิพฤหัสฯมีกำลัง 19+44 = 63 ได้ 5 เศษ 3 นำเศษมานับที่ราศีพฤษภ กาแรกจะตกที่ราศีกรกฎ กาที่สองตกที่ราศีพิจิก กาที่สามตกที่ราศีมีน

เจ้าชาตาอายุย่าง 44 ปี ลัคน์จรสถิตราศีกุมภ์อันเป็นภูมิมูละ และเป็นภพกัมมะของลัคน์เดิม ดังนั้น ปีอายุ 44 นี้จึงนับได้ว่าจะไม่ใช่เป็นปีที่ร้ายกาจอะไร แต่เป็นปีที่ตัวเองจะได้ทำงานที่ต้องเหน็ดเหนื่อยแต่ก็จะทำให้มีมูละหรือทรัพย์สินพอกพูนขึ้นด้วย ทั้งนี้ก็เพราะกาทั้งสามไม่ได้ตกต้องลัคน์จรเลย แต่–
ในทัศนะของผมเอง กาที่สองของฆาตปีนี้ได้ตกต้องจันทร์ที่ราศีพิจิก โบราณนั้นท่านมักมีกฎอยู่ว่า ลัคนากับจันทร์นั้นไม่ควรกระทบกับสิ่งร้าย ดังนั้น การที่กามาต้องจันทร์ก็ควรนับว่าเป็นส่วนที่ทำให้เจ้าชาตาเดือดร้อนเช่นกัน และเมื่อเป็นกาที่สอง ช่วงเดือดร้อนของเจ้าชาตาก็คือ กลางปี เจ้าชาตานี้เกิดเดือนมิถุนายน กลางปีจึงเป็นเดือนตุลาคมถึงเดือนมกราคม ซึ่งตามเวลาที่ว่านี้ เจ้าชาตานี้ก็ได้พบกับความเดือดร้อนอย่างหนักไม่ใช่น้อยเลยเหมือนกัน (ช่วงน้ำท่วมใหญ่ทั้งประเทศไงล่ะ)
ที่ว่ามานี่เป็นเรื่องของฆาตอายุ ยังมีฆาตปีที่ต้องเรียนรู้กันอีก การหาฆาตปีนั้นทำดังนี้
ฆาตปี
ท่านให้หาจากทักษา คือนับอายุย่างของเจ้าชาตาซึ่งเราคำนวณไว้แล้วว่าตกที่ภูมิพฤหัสฯ เป็นบริวารจรปีนี้ แต่การนับฆาตปีไม่ได้ใช้ตรงนี้หรอก เราใช้ภูมิพฤหัสฯ นั้นแทนปีชวด แล้วก็นับจากปีชวดนี้ไปหาปีที่เราต้องการจะพยากรณ์ ซึ่งก็คือปีเถาะ นับไปจากปีชวดภูมิพฤหัสฯจะตกปีเถาะที่ภูมิอาทิตย์ มีดาวศุกร์เป็นกาลกิณี ก็ดาวศุกร์นี่เองที่เป็นฆาตปีของเจ้าชาตาในปีนี้
ศุกร์เป็นฆาตปีจร
ถ้าปีนี้ศุกร์ในดวง (ขับดาวจรตามกำลังอายุของดาว) ได้จรมาทับลัคน์จร (หรือเล็ง) ก็ถือว่าถูกฆาต
ผมจะนำดวงที่ขับดาวจรไว้แล้วมาวางให้ดูอีกที

คุณจะเห็นได้ว่า ดาวศุกร์เลข 6 นั้นจรมาสถิตที่ราศีกันย์ ทับดาวอังคารกับเกตุเดิม และเล็งดาวเสาร์ที่มีน ดังนั้น แม้ว่าฆาตปีจะไม่ได้ทับลัคน์ทับจันทร์ แต่เมื่อทับอังคารและอังคารจรไปทับลัคน์จรของเจ้าชาตาเช่นนี้ ผลของฆาตก็กระทบกับชีวิตของเจ้าชาตาด้วยแน่นอน
ผลก็คือ ปีนี้แม้จะมีส่วนดีเข้ามาในชีวิตของเจ้าชาตาแล้วก็ตาม แต่พิษของฆาตก็ทำให้เจ้าชาตาต้องประสบกับความเดือดเนื้อร้อนใจแทบตลอดทั้งปีทีเดียว
ทีนี้คุณเห็นหรือยังล่ะว่า การดูดวงที่ใช้ความละเอียดมากหน่อยนั้นมันน่าเหนื่อยเพียงใด
ผมคุยมาจนเหนื่อยแล้ว ก็เพิ่งนึกได้ว่าบอกคุณแต่เรื่องของฆาตร้าย แต่ยังไม่ได้บอกถึงฆาตดีมั่งเลย ที่เขาเรียกว่า โชคศรี ไงล่ะครับ มีร้ายก็ต้องมีดีบ้าง จะดูโชคศรีให้ทำยังงี้ครับ
ตั้งอายุย่างไว้แล้วตรวจดูว่าปีนี้ดาวศรีจรเป็นดาวอะไร เอากำลังของดาวศรีนั้นมาบวกกับอายุ ได้เท่าไหร่เอา 12 หาร ลัพธ์ทิ้งไปเอาแต่เศษมา นับแต่ลัคนาเดิมไปเท่าเศษ ตกราศีไหนก็กาไว้ว่าเป็นศรี (ใช้ตัว ศ เป็นเครื่องหมายก็ได้) และกาเป็นสามกาเหมือนอย่างทำฆาตนั่นแหละ ถ้าต้องลัคน์ต้องจันทร์ก็ถือว่าปีนั้นจะมีโชคชัย
หรือ…ถ้าปีนั้นดาวศรีในดวงจรนั้นขับแล้วมาทับลัคน์ทับจันทร์ก็ถือว่ามีโชคชัยได้เหมือนกัน
แต่จะมีโชคมากหรือน้อยแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับว่าดาวนั้นเป็นดาวอะไร
ศุภเคราะห์หรือบาปเคราะห์
ถ้าเป็นศุภเคราะห์ก็จะให้ผลอย่างนุ่มนวล สะดวกสบาย
ถ้าเป็นบาปเคราะห์ก็โผงผางโครมครามหน่อย นอกจากนั้น ยังต้องรู้ถึงความหมายของดาวแต่ละดวงด้วย ไม่ใช่สักแต่ว่าเป็นศุภหรือเป็นบาป
ดาวแต่ละดวงนั้นมีคุณสมบัติไม่เหมือนกัน จึงให้ผลได้ต่างกัน
นอกจากนั้น ยังขึ้นอยู่กับหน้าที่ของดาวนั้นในดวงชาตาด้วยว่า ทำหน้าที่อะไรอยู่ เขาทำอะไรก็มักจะถนัดในการให้ผลทางนั้น นี่เป็นกฎธรรมดา
ทั้งหมดนี้ผมก็ได้บรรยายเพื่อให้คุณๆ มีความเข้าใจกับลีลาของลัคนารามัญนี้
ดวงชาตาที่นำมาเป็นดวงตัวอย่างนี้เป็นดวงชาตาจริงๆ ของคนดังคนหนึ่งที่ผมยังไม่ได้รับอนุญาตให้เอ่ยชื่อ เอ่ยขึ้นมาคุณก็รู้จักกันเป็นอย่างดี บอกไม่ได้ว่าเป็นใคร
แต่บอกได้ว่าเป็นนักการเมืองที่มีชีวิตที่น่าสนใจคนหนึ่งแหละ
และก็หวังว่าเรื่องราวของ “ลัคนารามัญ” นี้คงจะได้เป็นประโยชน์กับคุณๆ ที่ได้อ่านบ้างแน่ๆ รู้แล้วว่าหน้าตาเป็นอย่างนี้ จะนำไปใช้หรือไม่ก็เป็นเรื่องที่คุณจะพิจารณาเอาเอง
ผมคงทำให้คุณได้เพียงเท่านี้แหละครับ
