bg-single

คลังรื้อระบบสวัสดิการ ‘ซ้ำซ้อน’ อนุทินทนเสียงต้านไม่ไหวสั่ง ‘ถอย’ เกณฑ์ตัดสิทธิ์พ่อแม่ลดหย่อนภาษี

13.06.2026

บทความพิเศษ | ศัลยา ประชาชาติ

กลายเป็นประเด็นร้อนฉ่า เมื่อกระทรวงการคลังประกาศปรับเปลี่ยนเกณฑ์ใหม่ผู้มีสิทธิ์ถือ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ”

มีเป้าหมายเพื่อรื้อเกณฑ์ระบบสวัสดิการที่ซ้ำซ้อน และเพื่อที่จะดำเนินการนโยบายมาตรการช่วยเหลือแบบมุ่งเป้า “Target” หา “คนจน” ตัวจริงไม่ใช่ “คนอยากจน”

หากเรื่องที่เป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์หนักที่สุด ก็คือกรณีที่ลูกนำชื่อพ่อแม่มาใช้ในการลดหย่อนภาษีเงินได้ ทำให้พ่อแม่ถือว่ามีลูกดูแล จะถูกตัดสิทธิ์จากบัตรสวัดิการแห่งรัฐ

ร้อนถึงนายกรัฐมนตรี “อนุทิน ชาญวีรกูล” ที่ต้องสั่งการให้ “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ออกมาชี้แจงว่าจะมีการทบทวนเกณฑ์ดังกล่าวอีกครั้ง

โดยยืนยันว่ารัฐบาลมีความเป็นห่วง และรับฟังความคิดเห็นประชาชน

อย่างไรก็ดี “เอกนิติ” ยืนยันว่านโยบายดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อที่จะมีการค้นหา “คนจน” ตัวจริงเพื่อที่จะได้รับสวัสดิการที่เหมาะสม เพราะที่ผ่านมามีการร้องเรียนจำนวนมากว่ามีบุคคลที่ไม่ใช่ “คนจน” แต่ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

พร้อมระบุว่า ความเป็นจริงในสังคมไทย ปัจจุบันจากข้อมูลที่ฟังมาทั้งหมด ก็จะมีลูกบางคนใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษี แต่ไม่ได้ดูแลพ่อแม่ ซึ่งส่วนนี้ก็เป็นห่วงว่าการไปตัดสิทธิบัตรสวัสดิการของพ่อแม่อาจส่งผลกระทบ เพราะเหตุนี้นายกรัฐมนตรีจึงสั่งการให้ไปทบทวน

โดยกระบวนการทบทวนตรงนี้ได้มอบหมายให้กระทรวงการคลังนำเรื่องนี้เข้าพิจารณาในคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม เพราะเราคำนึงถึงเสียงของสังคมและคิดว่าเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกคน

“ประกอบกับเกณฑ์ข้อนี้ได้มีการลดหย่อนภาษีเงินได้ปีที่แล้วไปแล้ว ก็อาจเกิดความไม่เป็นธรรมถ้าพ่อแม่ถูกตัดสิทธิ์ ดังนั้น เกณฑ์นี้คิดว่าอาจไม่ได้ใช้ในปีนี้ สำหรับปีหน้าคงต้องทบทวนกันใหม่ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย” รองนายกฯ เอกนิติกล่าว

จากคำชี้แจงของรองนายกฯ เอกนิติ ถือเป็นสัญญาณ “ถอย” ของรัฐบาลอย่างชัดเจน หลังประชาชนและหลายฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก

นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายเกณฑ์ใหม่ที่ยังเป็นประเด็นถกเถียง อาทิ ต้องเป็นบุคคลที่มีภาระหนี้สินไม่เกิน 100,000 บาท เป็นต้น ซึ่งหลายฝ่ายก็มองว่า แบบนี้ชาวนา เกษตรกรจำนวนมากที่มีภาระหนี้สินเกิน 1 แสนบาท จะถูกตัดสิทธิ์ไปด้วย

อย่างไรก็ดี “เอกนิติ” ย้ำว่า หัวใจสำคัญคือ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐมีจุดประสงค์เพื่อช่วยประชาชนคนที่เดือดร้อนจริงๆ คนที่ไม่มีใครดูแล เพราะจากที่ทำมาตลอดเกือบ 10 ปี ถูกร้องเรียนมากว่าคนนี้ได้สิทธิ์บัตรสวัสดิการเป็นคนที่ไม่ได้เดือดร้อนจริง แต่มาแอบอ้างใช้สิทธิ์ จึงต้องการเอาคนกลุ่มนี้ออกจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แล้วให้ไปใช้สิทธิ์อื่น

“วันนี้ถ้าคนที่ไม่ยากจนจริง ออกจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐก็สามารถไปใช้สิทธิ์ไทยช่วยไทยพลัสได้ เพราะเขาอาจไม่ได้เป็นคนจนที่สุด”

รองนายกฯ เอกนิติอธิบายว่า ระบบสวัสดิการของรัฐมีหลายประเภท โดย “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” เป็นสวัสดิการสำหรับดูแลคนที่เดือดร้อนที่สุด ที่ไม่มีใครดูแล ไม่มีระบบสวัสดิการใดๆ ดูแล ดังนั้น วันนี้จึงอยากให้กลุ่มคนเหล่านั้นได้เข้ามาได้สิทธิ์ดูแล

จึงได้มีกระบวนการให้กระทรวงมหาดไทยสำรวจหาคนจนตัวจริงที่ไม่มีใครดูแล

ขณะที่นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ชี้แจงว่า การปรับเปลี่ยนหลักเกณฑ์การคัดกรองสิทธิ์ของผู้ถือบัตรคนจนครั้งนี้ เป้าหมายเพื่อให้การจัดสวัสดิการเหมาะสมกับแต่ละคน

และรอบนี้ข้อมูลที่ได้จะนำไปใช้ประโยชน์ในการต่อยอดนโยบาย “Negative Income Tax” ในอนาคต

คาดว่าจะสามารถดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 2 ปี

แนวคิด “Negative Income Tax” มีหลักการง่ายๆ คือ หากประชาชนมีรายได้ก็ต้องเสียภาษี แต่ถ้าไม่มีรายได้หรือมีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ ก็จะได้รับสวัสดิการจากรัฐบาลแทน ซึ่งสวัสดิการที่ได้รับจะต่างกันไป ขึ้นอยู่กับความจำเป็นและเหมาะสมของแต่ละคน เช่น ผู้สูงอายุก็ได้รับสิทธิ์รับเบี้ยคนชรา หากพิการด้วย ก็จะได้รับสิทธิ์เบี้ยคนพิการเพิ่มเติม เป็นต้น

“คนหนึ่งคนไม่ได้หมายความว่าควรได้รับสวัสดิการแค่หนึ่งสิทธิ์เท่านั้น แต่ละคนอาจได้รับสวัสดิการจากรัฐกี่สิทธิ์ก็ได้ ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม โดยข้อมูลสวัสดิการของรัฐเหล่านี้จะแบ่งเป็นเรื่องๆ เช่น บางคนมีลูก บางคนไม่มีลูก บางคนเลี้ยงดูพ่อแม่ บางคนพิการ บางคนป่วยเรื้อรัง ต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลต่อเนื่อง เป็นต้น”

ปลัดกระทรวงคลังระบุว่า ทุกวันนี้ ผู้ที่ได้รับสวัสดิการได้รับสิทธิ์ซ้ำซ้อนกัน แต่เมื่อนำนโยบาย NIT มาใช้จะทำให้รัฐบาลช่วยเหลือได้แบบพุ่งเป้า ให้สวัสดิการที่เหมาะสมกับแต่ละคน เนื่องจากแต่ละคนมีความต้องการจากรัฐบาลไม่เหมือนกัน

ก่อนหน้านี้รัฐต้องให้สวัสดิการและช่วยเหลือทุกคนเท่ากัน เพราะรัฐบาลยังไม่มีข้อมูลมากพอ จึงแยกไม่ได้ว่าแต่ละคนต้องการความช่วยเหลืออะไรบ้าง

“แต่ด้วยข้อมูลวันนี้ทําได้ จะเห็นว่าผู้รับสวัสดิการหนึ่งคนเข้าเกณฑ์ใดบ้าง และเหมาะสมกับสวัสดิการประเภทไหน เช่น เกณฑ์เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ คนพิการ หรือข้าราชการบำนาญ เพราะฉะนั้น สิ่งที่ไม่เคยทํา ก็ต้องลุกขึ้นมาทําซึ่งอาจกระทบกับคนที่เคยได้แน่ แต่ยืนยันบนความถูกต้อง และไม่ได้เลือกปฏิบัติ ทั้งหมดเป็นเรื่องของข้อมูล แต่ก็ยอมรับต้องมีแรงต้าน แรงเสียดทานจากการเปลี่ยนแปลงแน่นอน”

ปลัดคลังยืนยันว่า เป้าหมายสำคัญคือ ต้องการใช้งบประมาณช่วยเหลือประชาชนให้เหมาะสมกับแต่ละคนที่สุด รวมถึงสอดคล้องตามงบประมาณที่มี และให้สวัสดิการอย่างโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ

“ในอดีตไม่มีข้อมูลเหล่านี้จึงไม่รู้ว่าใครรวย ใครจน ตอนนั้นไม่สามารถแยกแยะได้ ก็ต้องให้สิทธิ์ทุกคน อย่างเช่น เบี้ยคนชรามีผู้ได้รับสิทธิ์ 8 ล้านคน แต่ละปีรัฐบาลต้องจัดงบประมาณมาสนับสนุนปีละหลายหมื่นล้านบาท แต่วันนี้กรมบัญชีกลางมีข้อมูลทั้งหมด และสามารถแยกได้แล้วว่ามีผู้สูงอายุที่ยากจน 4 ล้านคน ไม่ยากจน 4 ล้านคน ถามว่าวันนี้อยากจะเปลี่ยนหรือไม่ ถ้าเปลี่ยนก็จะช่วยประหยัดงบประมาณไปได้ครึ่งหนึ่ง และนี่คือพลังของข้อมูลซึ่งเป็นผลมาจากความพยายามในการสร้างฐานข้อมูล Data Lake ของกระทรวงการคลัง” นายลวรณกล่าว

นี่คือโจทย์ใหญ่ของกระทรวงการคลังและรัฐบาล ในการปฏิรูประบบสวัสดิการ เพื่อที่จะใช้งบประมาณที่มีอยู่อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

สุดารัตน์ จี้ต้องเข็นเศรษฐกิจไทยออกจาก “หล่ม” ที่ติดมายาวนานให้ได้ หลังไทยเจ้าภาพจัดประชุม IMF และ World Bank
ปฎิมา นักเขียน ชีวิต กับ ความใฝ่ฝัน นักเขียน ‘อาชีพ’
ดินแดง ราชปรารภ อารมณ์ ‘ร่วม’ ของ ‘มวลชน’ เบื้องหน้า การตาย ของเพื่อน
Sleepmaxxing โรคบ้านอน
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (25)
E-DUANG | สถานะ ธรรมนัส พรหมเผ่า สถานะ สุชาดา ซาง แทนทรัพย์
“วัชระพล” เร่งแก้น้ำเน่าคลองระพีพัฒน์ 2 ไม่นิ่งนอนใจปัญหา ปชช.หลังปลาตายจำนวนมาก คาดสถานการณ์ดีขึ้นใน 1-2 วัน
“พิชัย” ชื่นชมความสำเร็จของการประชุม IMF–World Bank 2026 ชี้รัฐบาลต้องสานต่อเพื่อประโยชน์สูงสุด แนะเร่งแก้ 4 ความท้าทายเศรษฐกิจไทย
ไม่ได้เป็นของนายทุน : เอฟซี ซังต์เพาลี สโมสรฟุตบอลของแฟนบอล ผู้ท้าโต้คลื่นทุนนิยม (1)
50 ปี 6 ตุลา (7) เหยี่ยว พิราบ และโดมิโน
ความลับของ ‘ความลับ’ กับการนิยามของศาลรัฐธรรมนูญ (จบ)
50 ปี 6 ตุลา : จังหวะของประวัติศาสตร์ และการจรรโลงความรู้สึก