2 พระร่วง – 2 กรุชื่อดัง วัดหน้าพระธาตุ ชลบุรี วัดกลาง จ.นครปฐม
โฟกัสพระเครื่อง | โคมคำ
พระร่วงยืนเนื้อชินตะกั่วสนิมแดง ที่พบในจังหวัดชลบุรี อาจมีเซียนพระหรือนักนิยมสะสมพระเครื่องไม่เคยได้ยินมาก่อน เนื่องจากพบมีจำนวนน้อยมาก และเป็นที่หวงแหนกันมากของคนเมืองชล โดยเฉพาะคนอำเภอพนัสนิคม เนื่องจากมีประสบการณ์ด้านความศักดิ์สิทธิ์
ชลบุรีเป็นชุมชนเก่าแก่มาแต่โบราณ จากหลักฐานโบราณคดี พบซากเมืองโบราณที่พบ 3 แห่ง คือ เมืองพญาแร่ ต.บ่อทอง อ.พนัสนิคม, เมืองพโรหรือเมืองศรีพโร ต.หนองไม้แดง อ.เมืองชลบุรี และเมืองพระรถ ต.พนัสนิคม อ.พนัสนิคม ซึ่งขุดพบพระพุทธรูปศิลาสีดำ เป็นรูปพระพุทธรูปยืนประทับบนพนัสบดี สมัยทวารวดีและพบโบราณวัตถุต่างๆ พร้อมทั้งกำแพงเมืองโบราณ ผังเมืองแบบอาณาจักรทวารวดี
จึงสันนิษฐานได้ว่าเป็นเมืองในสมัยอาณาจักรทวารวดีและเจริญรุ่งเรืองต่อมาจนถึงสมัยลพบุรี
นอกจากนี้ยังพบร่องรอยของถนนเส้นทางเดินทางจากเมืองพโรไปเมืองพระรถ ถนนนี้เรียกว่า ถนนพระรถ ถนนเส้นนี้ผ่านต่อไปจนถึงชุมชนโบราณศรีมโหสถ ต.โคกปีบ อ.ศรีมโหสถ จ.ปราจีนบุรี ถนนช่วงต่อจากนี้เรียกกันว่า ถนนขอม
ในสมัยกรุงศรีอยุธยา มีบันทึกชื่อเมืองชลบุรี ปรากฏเป็นหลักฐานทำเนียบศักดินาหัวเมืองจัตวา ในปี พ.ศ.1912 ในรัชสมัยสมเด็จพระบรมราชาธิราช ระบุว่าชลบุรีเป็นเมืองภายนอก แต่ละปีต้องส่งไม้แดงเป็นส่วย
ในไตรภูมิปรากฏชื่อตำบลสำคัญของชลบุรี 4 ตำบล ได้แก่ บางทราย บางปลาสร้อย บางพระเรือ และบางละมุง
ต่อมาเมื่อเสียกรุงครั้งที่ 2 ทัพของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ขณะดำรงพระยศเป็นพระยาวชิรปราการ ยกทัพออกจากกรุงศรีฯ ฝ่าวงล้อมพม่าผ่านมา และหยุดพักที่บ้านหนองไผ่ (ตำบลนาเกลือ) แขวงเมืองบางละมุง
ต่อมาบริเวณนี้ชาวบ้านเรียกว่า ทัพพระยา และเปลี่ยนเป็น พัทยา เนื่องจากบริเวณที่ตั้งทัพมีลมชื่อ พัทธยา คือลมจากทิศตะวันออกเฉียงใต้ไปทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ในต้นฤดูพัดผ่านมา
ภายหลังเขียนใหม่เป็น พัทยา อย่างที่ใช้กันในปัจจุบัน

ที่อำเภอพนัสนิคมแห่งนี้ เคยเป็นเมืองเก่าแก่ในสมัยทวารวดีจนมาถึงยุคขอม พระที่พบเป็นพระสมัยสูงทั้งสิ้น และพระที่มีชื่อเสียงของอำเภอพนัสนิคมคือ พระร่วงกรุวัดหน้าพระธาตุ เป็นพระเนื้อชินตะกั่วสนิมแดง ซึ่งจากพุทธศิลปะนั้นเป็นพระทวารวดียุคปลายถึงต้นยุคขอม และพบพระเนื้อดินเผาขนาดค่อนข้างใหญ่ที่กรุวัดหนองบัวศิลปะทวารวดี เป็นพระพุทธรูปปางประทับนั่ง และพบที่กรุวัดหนองยางอีก เป็นพระประทับนั่งศิลปะทวารวดีเช่นกัน
สำหรับพระเนื้อดินเผานั้น ล้วนแต่มีขนาดใหญ่ ไม่เหมาะกับการนำมาห้อยคอ จะมีแต่พระร่วงเนื้อชินตะกั่วของกรุวัดหน้าพระธาตุเพียงอย่างเดียวที่เหมาะนำมาเลี่ยมห้อย เท่าที่พบพระร่วงกรุนี้ จะมีอยู่ 2 พิมพ์ คือพระพิมพ์ใหญ่กับพระพิมพ์เล็ก
พระพิมพ์ใหญ่มีน้อยไม่ค่อยได้พบเห็นกัน ขนาดค่อนข้างเขื่องและหนาจึงทำให้มีน้ำหนักมาก
ส่วนพระร่วงพิมพ์เล็กนั้นจะเหมาะกับการนำมาเลี่ยมห้อยคอ แต่จำนวนพระที่พบนั้นมีน้อยมาก และคนพื้นที่มักหวงกันมาก จึงไม่ค่อยได้มีการพบแพร่หลาย ทำให้ไม่ค่อยมีการรู้จักกันนัก
พระร่วงของกรุวัดหน้าพระธาตุ มีสนิมไขปกคลุมอยู่ทั่วทั้งองค์พระ ใต้สนิมไขมีสนิมแดงแบบพระชินตะกั่วทั่วไป
แต่บางองค์ที่มีแต่สนิมไขเพียงอย่างเดียวไม่มีสนิมแดงก็มี บ่งบอกถึงความมีอายุเก่าแก่

มาที่จังหวัดนครปฐมบ้าง
ในพื้นที่เมืองนครปฐม มีการขุดพบพระเครื่องเก่าแก่ประเภทเนื้อชิน ที่เรียกกันว่า พระร่วง มีทั้งแบบประทับยืน และแบบประทับนั่ง แต่จำนวนพระที่พบนั้นมีจำนวนน้อย ซึ่งอาจจะเป็นเพราะว่า เป็นพระที่มีอายุการสร้างเก่าแก่มากและเกิดการชำรุดผุพังไปเสียเป็นส่วนใหญ่ จึงทำให้พบพระได้จำนวนไม่มากนัก และหายากมากในปัจจุบัน
การพบพระร่วงนี้เกิดขึ้นเมื่อประมาณปี พ.ศ.2495 ที่บริเวณวัดกลาง นครปฐม พระที่พบมีอยู่หลายแบบ เช่น พระแผงต่างๆ เนื้อดินเผา ซึ่งเป็นพระขนาดใหญ่ มีทั้งที่เป็นศิลปะแบบทวารวดีและศรีวิชัย
ที่เป็นพระเครื่องเนื้อชินที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ พระร่วงยืน และพระร่วงนั่งข้างรัศมี ที่มีขนาดค่อนข้างย่อมกว่าพระแบบอื่นๆ ในกรุที่พบพระร่วงทั้ง 2 พิมพ์ เป็นพระเนื้อชินตะกั่วสนิมแดง พระส่วนใหญ่ที่พบนั้นจะชำรุดเสียมาก พระที่สมบูรณ์มีน้อย โดยเฉพาะพระร่วงยืนหาสมบูรณ์ยากมาก
พระร่วงยืนของกรุวัดกลาง มีรูปแบบศิลปะแบบทวารวดียุคปลาย หรือได้รับอิทธิพลทางศิลปะแบบทวารวดี ลักษณะของพระร่วงยืนเป็นพระแบบตัดชิดองค์พระ ไม่สวมเครื่องทรง
ส่วนพระร่วงนั่ง ประทับนั่งอยู่บนฐานบัว 2 ชั้น มีปีกรอบองค์พระและมีเส้นรัศมีเป็นขีดโดยรอบ
พระร่วงยืนของกรุนี้ พบพระที่มีสภาพสมบูรณ์น้อยมาก
ส่วนพระร่วงนั่งที่พบ ส่วนมากก็ชำรุดเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็ยังมีจำนวนมากกว่าพระร่วงยืน
ทั้งนี้ จำนวนพระของทั้ง 2 พิมพ์รวมกัน ยังพบที่มีสภาพสมบูรณ์น้อยมาก
พระร่วงนั่งข้างรัศมี ยังมีการพบอีกครั้งที่กรุวัดพระประโทนอีกครั้งหนึ่ง แต่ก็พบจำนวนน้อยมาก และพบที่เป็นเนื้อชินเงินด้วยที่กรุวัดพระประโทน
พระร่วงของนครปฐม เด่นทางด้านแคล้วคลาด และคงกระพันชาตรี ซึ่งเป็นพระที่นิยมเสาะหากันมากของผู้นิยมพระเครื่องเนื้อชิน
แต่ก็หาแท้ยากมาก สนนราคาก็ค่อนข้างสูงทีเดียว
