bg-single

ปรากฏการณ์ ‘สนธิ-บวรศักดิ์-นครินทร์’ ขั้วอนุรักษนิยม ‘แตกตัว’ ‘สีน้ำเงิน’ เริ่มจาง

11.09.2026

ในประเทศ

เริ่มเห็นสัญญาณขาลงของรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย ที่นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย สะท้อนผ่านคดีฮั้ว ส.ว. ฉุดคะแนนนิยมสีน้ำเงินจนทรุดหนักเข้าขั้นวิกฤต

หลังจากนายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน กับนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผอ.โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) เดินหน้าเปิดโปงหลักฐานขบวนการโกง ส.ว. ทำให้เกิดเอฟเฟ็กต์สะเทือนองคาพยพสีน้ำเงิน และลุกลามไปถึงผู้นําจิตวิญญาณครูใหญ่บุรีรัมย์แห่งค่ายปราสาทสายฟ้า

ขณะเดียวกัน ยังจุดติดความโกรธให้กับผู้คนในสังคมเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะกลุ่มฝ่ายขวาขั้วอนุรักษนิยมที่เริ่มแสดงท่าทีเป็นลบกับพรรคภูมิใจไทย และยอมรับไม่ได้กับกระบวนการได้มาซึ่ง ส.ว. จับตาคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นัดลงมติครั้งสำคัญในคดีทุจริตฮั้ว ส.ว. วันที่ 14 กันยายน 2569

แม้ว่าก่อนหน้านี้นายอนุทินอาจถูกมองว่าเป็นหัวขบวนของกลุ่มอนุรักษนิยม ในการต่อสู้ทางการเมืองกับฝ่ายก้าวหน้าพรรคประชาชน เพื่อรักษาโครงสร้างอำนาจเก่าเอาไว้ และใช้เกมนิติสงครามสกัดสีส้มไม่ให้เติบโตเป็นอันตรายในอนาคต

แต่หลังจากนายอนุทินบริหารประเทศไปได้ไม่นานกลับเผชิญแรงกดดันทางการเมืองอย่างหนัก รัฐบาลถูกตั้งคำถามถึงความโปร่งใส เหตุมีแกนนำพรรคภูมิใจไทยถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริตครั้งใหญ่ อาทิ โกง ส.ว. โกงสอบท้องถิ่น กลายเป็นจุดด่างพร้อยและมรสุมลูกใหญ่ที่สั่นคลอนรัฐนาวาสีน้ำเงิน

จนทำให้แนวร่วมที่เคยยืนอยู่เคียงข้างนายอนุทินทยอยหายไปทีละคน ทีละกลุ่ม จากคนที่เคยสนับสนุนกลับเปลี่ยนบทบาทมาเป็นผู้วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลเสียเอง เรียกได้ว่าวันนี้กลุ่มอนุรักษนิยมแตกตัว และสีน้ำเงินก็เริ่มจางลงทุกที

สอดรับกับท่าทีของกลุ่มปัญญาชนฝ่ายขวา ทั้งอดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ อดีตผู้พิพากษา อดีตนักกฎหมายมหาชน ที่ตบเท้าออกมาแสดงจุดยืนทิ้งบอมบ์ใส่รัฐบาลอนุทินอย่างตรงไปตรงมา ถือเป็นปรากฏการณ์ที่น่าจับตามองและอาจเป็นจุดเปลี่ยนทางการเมืองครั้งสำคัญหรือไม่ อย่างไร

เริ่มจาก ศ.กิตติคุณ บวรศักดิ์ อุวรรณโณ กรรมการกฤษฎีกา และอดีตรองนายกฯ ใน ครม.อนุทิน 1 ซัดรัฐบาลไม่จริงจังแก้ปัญหาทุจริต แต่หวังเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) รวมทั้งวิจารณ์กระบวนการเลือก ส.ว. ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ไม่เคยเห็นในโลก

“เรื่องทุจริตถือเป็นเรื่องใหญ่ที่สุด แต่ในสมัยที่ผมอยู่ในรัฐบาลอนุทิน 1 มีตำรวจออกมาแฉ แต่รัฐบาลกลับเงียบ มีคุกพิเศษในบางขวาง ก็เงียบ และในขณะที่ผมดำรงตำแหน่งเป็นรองนายกฯ ได้ยกร่างกฎระเบียบสำนักนายกฯ ว่าด้วยคณะกรรมการอิสระเพื่อการตรวจสอบ แต่สุดท้ายก็ไม่เกิดขึ้น แสดงว่าประเทศไทยไม่จริงจังกับเรื่องพวกนี้ คนที่มีอำนาจไม่เห็นเป็นเรื่องสำคัญ อาจจะเป็นเรื่องไม่เร่งด่วน”

“การเลือกตั้งจัดโดยกระทรวงมหาดไทย คนถึงอยากเป็นรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยมาก เพราะไปชี้ให้ผู้ว่าฯ นายอำเภอ เข้าข้างตัวเองได้ แล้วก็ซื้อเสียงกัน ความเชื่อมั่นนายกฯ ก็ต่ำลง ครม.ก็ต่ำลง ต่ำลงหมด ส.ว.ก็เป็นนวัตกรรมที่ผมไม่เคยเห็นในโลก”

“เลือกกันเองระดับอำเภอ จังหวัด และประเทศ อาจารย์วิชา มหาคุณ กับผมเป็นสมาชิกเนติบัณฑิตฯ ต้องไปเลือกหมอ หมอต้องไปเลือกเกษตรกร แล้วท่านผู้ร่างท่านก็มั่นใจว่าไม่มีการซื้อเสียง ไม่มีการจัดอะไรได้ แต่ข้อเท็จจริงวันนี้เป็นอย่างไรท่านก็เห็นอยู่” บวรศักดิ์ อุวรรณโณ กล่าว

พร้อมทั้งเสนอ 5 แนวทางอภิวัฒน์ เพื่อแก้วิกฤตศรัทธาขององค์กรอิสระที่กำลังตกต่ำลงในขณะนี้

1. อภิวัฒน์การได้มาซึ่ง ครม.ชุดใหม่

2. อภิวัฒน์การสรรหาการเลือกองค์กรอิสระ กรรมการสรรหา

3. อภิวัฒน์โดยการนำระบบถอดถอนกลับมาหากไม่มีวุฒิสภาที่ดี

4. อภิวัฒน์สำนักงาน กกต. โดยไม่ให้มีอำนาจจัดการเลือกตั้ง

และ 5. อภิวัฒน์การยอมรับกลุ่มการเมืองที่ไม่ถึงขั้นต้องเป็นพรรคการเมือง

ขณะที่ ศ.นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ชี้ว่าการเมืองไทยถึงทางตัน อนาคตไม่แน่นอน และคาดเดาได้ยาก ซึ่งอาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงแบบฉับพลันในลักษณะใดลักษณะหนึ่ง หรืออาจไม่เกิดขึ้น แต่สะสมความคับข้องใจ ความอึดอัด ความอิหลักอิเหลื่อ เดินหน้าไม่ได้ถอยหลังไม่ได้

“ความคาดหวังของคนที่ต้องการความเปลี่ยนแปลงก็จะยกระดับขึ้น แต่การยกระดับนั้นจะไม่มีทิศทาง กระจัดกระจาย เพราะความหวังของคนไทยไม่ตรงกัน หากเรากระจัดกระจายแบบไม่มีทิศทาง จะเป็นสิ่งที่ไม่น่าพึงปรารถนาสำหรับทิศทางการเมืองในอนาคต”

“การใช้อำนาจของวุฒิสภามีความชอบธรรมทางการเมืองในระดับต่ำ ผมอาจจะพูดแรงเกินไป แต่ถ้าเราไม่ปิดหูปิดตาก็จะเห็นได้ว่าความชอบธรรมไม่สูงมาก เนื่องจากระบบที่มาคือการเลือกกันเอง ที่เราคิดกันเอง ใช้กันเอง โดยไม่เคยมีใครใช้”

“บางครั้งผู้เชี่ยวชาญพารัฐธรรมนูญลงเหวได้เหมือนกันนะ ผมเผอิญรู้จักกับท่านประธานกรรมการยกร่าง ปี 2560 ท่านบอกว่าท่านเสียใจมากที่สุด ไม่รู้จะทำอย่างไร เป็นความผิดพลาดของกรรมการยกร่าง ก็คือการร่างระบบ ส.ว. ผมขอไม่เอ่ยชื่อท่านด้วยความเคารพ ท่านบอกว่าเป็นความผิดพลาดที่สุด เราทำมาแบบนี้ ก็ต้องรับชะตากรรมแบบนี้ ปัญหาคือเราจะยอมรับต่อไปหรือจะปรับปรุงแก้ไข รัฐธรรมนูญไม่ใช่ของสีใดสีหนึ่ง แต่รัฐธรรมนูญควรเป็นของทุกคน” ศ.นครินทร์ระบุ

อย่างไรก็ตาม แม้ว่า ศ.นครินทร์ไม่ได้เอ่ยชื่อว่ากรรมการยกร่างคนนั้นคือใคร แต่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ปี 2560 ออกมาโต้ทันควัน โดยยืนยันว่า “ไม่เคยบอก ไม่เคยเจอเขาเลยด้วยซ้ำไป”

ขณะเดียวกันรัฐบาลอนุทินยังเจอแรงกดดันจากนายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งถือเป็นบุคคลสำคัญในเครือข่ายขั้วอนุรักษนิยม เพราะเคยนำม็อบต่อสู้กับระบอบทักษิณ จนนำมาสู่เหตุการณ์รัฐประหาร แต่วันนี้เขากลับมองว่าระบอบสีน้ำเงินร้ายแรงกว่ายุคทักษิณ ชินวัตร และเชื่อว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่สามารถรักษาหลักนิติรัฐและนิติธรรมเอาไว้ได้

“การบริหารประเทศของรัฐบาลชุดนี้ปรากฏข้อกังขาและปัญหามากมาย ตั้งแต่ประเทศไทยได้อนุทินกลับมาเป็นนายกฯ ประเทศไทยแย่กว่าเดิม ซึ่งอาจเป็นเพราะระบบพรรคการเมืองของไทยที่ทั้งนักการเมืองและเจ้าสัวเป็นเครือข่ายกันเดียวกันหมด”

“การออกมาเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ได้ต้องการขับไล่รัฐบาลให้พ้นจากตำแหน่ง แต่ต้องการกดดันให้รัฐบาลหยุดพฤติกรรมที่สร้างความเสียหาย และหันมาทำเพื่อประชาชนทั้งประเทศอย่างแท้จริง”

“ถ้าผมต้องตายในระหว่างการเรียกร้องให้ประเทศไทยกลับมาเป็นของเรา ผมยอมตาย ตอนนี้ผมอายุ 78 ปีแล้ว หลายคนด้อยค่าว่าม็อบผมเป็นม็อบน้ำหมาก แต่ก็ไม่เป็นไร หากศรัทธาในสิ่งที่พูดก็ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งสิ้น ต่อให้มีผมคนเดียว ผมก็จะสู้” นายสนธิประกาศทวงคืนประเทศไทย

พร้อมทั้งเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สั่งฟ้องคดีฮั้ว ส.ว. วันที่ 14 กันยายน 2569 และถ้าหาก กกต.ตัดตอนคดี ไม่ส่งเรื่องไปให้ศาลพิจารณา เตรียมยกระดับการเคลื่อนไหวไปสู่การชุมนุมใหญ่ทันที

ขณะที่ บก.ลายจุด สมบัติ บุญงามอนงค์ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ที่ให้สัมภาษณ์ในรายการ The Politics ข่าวบ้านการเมือง ชวนประชาชนออกมาแสดงพลังเพื่อกดดัน กกต. วันที่ 13 กันยายน อีกทั้งส่งสัญญาณถึงกลุ่มชนชั้นนำผู้มีอำนาจว่าประชาชนคือเจ้าของประเทศที่แท้จริง

“ตราบใดที่คุณทำขัดสายตาประชาชน ต่อให้คุณมีอำนาจเบ็ดเสร็จอย่างไรก็แล้วแต่ ต่อให้คุณมีอำนาจ หรือกฎหมายเขียนว่าคุณมีอำนาจที่จะสั่งฟ้องหรือไม่สั่งฟ้องคดี ส.ว.ก็ตาม แต่คุณก็ไม่ได้มีอำนาจถึงขนาดที่ว่ากระทำในสิ่งที่ขัดต่อความเป็นธรรม หรือต่อความเป็นจริงได้”

“การที่พวกเราออกมาแสดงพลัง เพื่อทำให้คนพวกนั้นที่ถืออำนาจและอยู่ในตำแหน่งแห่งหนใดก็ตาม ได้รับรู้ว่าประชาชนยังคงเป็นผู้ทรงอำนาจอยู่ คุณต้องออกมา ถ้าคิดว่าคุณไม่ใช่เป็นผู้อยู่อาศัยแบบไปขอเขาอยู่ ถ้าคุณจะสร้างสังคมนี้ให้อนุชนคนรุ่นหลังใช้ชีวิตต่อไปได้ คุณก็ต้องออกมา” บก.ลายจุดสะท้อนมุมมองการต่อสู้ระหว่างประชาชนกับผู้มีอำนาจในคดีโกง ส.ว.

ท่ามกลางปรากฏการณ์ขั้วอนุรักษนิยมแตกตัว ในวันที่สีน้ำเงินเริ่มจางลงทุกที!



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ปรากฏการณ์ ‘สนธิ-บวรศักดิ์-นครินทร์’ ขั้วอนุรักษนิยม ‘แตกตัว’ ‘สีน้ำเงิน’ เริ่มจาง
E-DUANG | สภาพ รั้งให้หยุด ฉุดไม่อยู่ “โกงสว.” กับการเมืองไทย
‘โมงยามพิเศษ’ ในคอนเสิร์ต ‘อัสนี-วสันต์’ | ปราปต์ บุนปาน
ปลัดมหาดไทย แจงความจริง ชี้ข่าวปล่อยจากภาพ บิดเบือนข้อเท็จจริง มุ่งทำลายภาพลักษณ์ กรณีไหว้นอบน้อม
E-DUANG | คำถามใหม่ ในทาง การเมือง คำถาม อาทิตย์ 13 กันยายน
บิ๊กจ๋อ-มัลลิกา นำทีมรับโล่ “ฐานันดร 4” ยกย่องคนสื่อ–คนทำดีเพื่อสังคม ครบรอบ 10 ปี สมาคมสมาพันธ์นักข่าว ประเทศไทย
“วัชระพล” ลุยกำจัด “ปลาหมอคางดำ” ไม่รอศาลฯ ชี้ขาดถึงที่สุด-ยกเป็นพันธกิจต่อประชาชน – ลั่น! เดินหน้าเข้มข้นไม่ต่ำกว่ามาตรฐานคำพิพากษาศาล
ดร.เรือบิน เผยวัตถุดิบสุดท้ายที่พิสูจน์ว่า #เลือกตั้งไม่ลับ ทั้งสองใบ ได้ถูกส่งให้ผู้ตรวจการแผ่นดินแล้ว
เปิดตัว “Thai Content Hub (TCH)” คลังข้อมูลภาพยนตร์ไทย ผลักดันหนังไทยสู่เวทีโลก
สส.วิทวัส พรรคประชาชน ชี้กระทรวงพาณิชย์ จัดงบปี 70 หลายโครงการเสี่ยงไม่คุ้มค่า ซ้ำซ้อนหน่วยงานอื่น
สภาสังคมสงเคราะห์ระดมแนวคิดกำหนดยุทธศาสตร์ “ปลัดเก่ง-ดร.วันดี” ร่วมแจม!!
เชลยศึกสงครามลาว (47)