ในวันที่ระเบียบโลกถูกเขย่า! : อเมริกาจะกลับมายิ่งใหญ่? แต่อนาคตมีแก้แค้นก่อการร้าย
MatiTalk 2มุมมอง สะท้อนทรัมป์มหาอำนาจ ในวันที่ระเบียบโลกถูกเขย่า!
อดีต รมว.กษิต เชื่ออนาคตมีแก้แค้นก่อการร้าย / รศ.ศิพิมพ์ มองอเมริกาจะกลับมายิ่งใหญ่ ?
กษิต ภิรมย์ อดีต รมว.ต่างประเทศ มองประเด็นสงครามระหว่างอิหร่าน กับสหรัฐอเมริกา ที่ผนึกกำลังกองทัพอิสราเอล ว่าประเด็นปัญหามันอยู่ที่ชาวอเมริกัน อยู่ที่นักการเมือง ทั้งพรรคเดมแครต/พรรครีพับลิกันอยู่ที่แวดวงวิชาการ แวดวงสื่อ ปัญญาชนของอเมริกัน ว่าจะเอาไงดี กับประธานาธิบดี โดนัล ทรัมป์ เพราะตั้งแต่เขาเข้ามารับตำแหน่งเป็นประธานาธิบดีครั้งที่2 ร่วมปีกว่าๆ ได้สร้างความบั่นปวนทั้งในสหรัฐอเมริกาเองแล้วก็ต่อชาวโลก มันก็ขึ้นอยู่กับชาวอเมริกันว่ายังพร้อมที่จะให้ผู้นำของเขาไปสร้างความปั่นป่วนไปทั่วโลกหรือไม่ แทนที่จะใช้แสนยานุภาพความมั่งมีมั่งคั่งพละกำลังทั้งหลาย เพื่อการช่วยส่งเสริมสร้างสันติภาพแล้วการอยู่ร่วมกันอย่างสันติแล้วก็ร่วมกันในการที่จะแก้ไขประเด็นปัญหาของสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ เรื่องโลกร้อน เรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจ เพื่อจะได้ยกระดับคุณภาพชีวิต มันขึ้นอยู่กับชาวอเมริกัน พวกเราชาวโลกก็ได้แต่ส่งเสียงร้องเรียนเท่านั้น แต่ภาระหน้าที่เป็นเรื่องของชาวอเมริกันที่
ฉะนั้นสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกในการรวมตัวในการคัดค้านสิ่งที่ไม่ชอบมาพากลนั้น ชาวอเมริกันสามารถที่จะดำเนินการได้เต็มที่อีกทั้งขบวนการยุติธรรมของเขาก็เข้มแข็งหลายอย่างที่ประธานาธิบดีโดนัลทรัมป์ได้ตัดสินใจไปเช่นเรื่องของการขึ้นภาษี ศาลสูงสุดก็ได้ออกมามติว่าเป็นการกระทำที่มิชอบ เพราะฉะนั้นประธานาธิบทรัมป์ในบริบทของการเมืองของสหรัฐอเมริกา ณ วันนี้ ยังไม่สามารถทำตัวเป็นเผด็จการได้สุด ยังมีองค์กรที่จะคานแล้วก็ถ่วงดุลอำนาจของเขาได้ แต่ที่เราต้องการมากกว่านี้คืออยากจะให้ประชาชนชาวอเมริกันออกมาเรียกร้องให้ประธานาธิบดีเปลี่ยนใจเปลี่ยนท่าที จากการใช้ความรุนแรงท้าตีท้าต่อยมาสู่การร่วมมือปรึกษาหารือกันเพื่อความเจริญก้าวหน้าของมวลมนุษยชาติ

องค์กรระหว่างประเทศ – ระเบียบโลกที่มีอยู่ในปัจจุบัน วันนี้ยังฟังก์ชัน ?
ก็องค์การสหประชาชาติก็ยังทำงานอยู่ ยังคงอยู่ธนาคารโลกก็ยังอยู่ สถาบันทางการเงินIMFก็ยังอยู่องค์การค้าโลกWTOก็ยังอยู่ องค์การทางด้านการเกษตรโลกFAOก็ยังอยู่ อีกตั้งหลายองค์กรก็ยังอยู่ กฎเกณฑ์กติกาของโลกก็ยังมีอยู่ แต่ประเด็นของมันก็คือว่ามันถูกบ่อนทำลายโดย “ประเทศพี่เบิ้มของโลก”สหรัฐอเมริกาบุกเวเนซุเอลา บุกอิหร่าน ก่อนหน้านั้นก็บุกอัฟกานีสถาน ย้อนไปไกลหน่อยก็บุกอินโดจีน อันนี้ก็มีพฤติกรรมที่ไม่พอดีพองามของสหรัฐอเมริกา หรืออีกเพิ่มใหญ่รัสเซียก็บุกยูเครน จะด้วยเหตุผลอันใดก็มันก็เป็นประเทศใหญ่ไปบุกประเทศเล็ก
ส่วนจีนนั้นก็เข้าไปยึดครองทิเบต และก็ลดความเป็นตัวของตัวเองของเขตฮ่องกง แล้วตอนนี้จีนก็เบ่งกล้ามอยู่ในทะเลจีนตอนใต้แล้วก็ทะเลจีนตะวันออก คุกคามความมั่นคงปลอดภัยของเวียดนาม ของไต้หวัน ของฟิลิปปินส์ และ ของมาเลเซีย ภาพรวมก็เท่ากับว่า3พี่เบิ้มใหญ่ของโลก ณ วันนี้ คือสหรัฐอเมริกา จีนและรัสเซียไม่ได้ทำตัวเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ของโลก ไม่ได้ทำตัวเป็นประเทศสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติซึ่งมีหน้าที่ที่ชอบและถูกโดยกฎหมายระหว่างประเทศว่า จะต้องเป็น”ผู้ที่จรรโลงสันติภาพและความมั่นคงของโลก” แต่เขาทั้ง3ไม่ได้ทำการเช่นนั้น มันก็เลยทำให้ระเบียบโลกนั้นถูกบ่อนทำลาย ระเบียบโลกที่เคยอยู่บนพื้นฐานของหลักกฎหมายระหว่างประเทศอยู่บนพื้นฐานของหลักการร่วมมือการอยู่ร่วมกันด้วยหลักมนุษยธรรมช่วยเหลือเกื้อกูลกันมันก็ถูกบ่อนทำลาย ไม่ใช่พวกเราประเทศเล็กๆน้อยๆจะเป็นศรีลังกาจะเป็นไทยอะไรไม่ใช่เลย หรือหลายๆประเทศในแอฟริกา ที่เรียกว่าเป็นระเบียบโลกนั้นซึ่งก่อตั้งมาโดยสหรัฐอเมริกา-จีน-รัสเซียหรือว่าในอดีตอดีตสหภาพโซเวียต อังกฤษฝรั่งเศสสร้างมากับมือ แล้วเขาก็ได้ทำลายมากับมือมาโดยตลอดในช่วง60-80ปีที่ผ่านมา แล้วมันก็ทวีความรุนแรงขึ้น ทีนี้มันก็ขึ้นอยู่กับจิตสำนึกของผู้นำของประเทศเหล่านี้แล้วก็ประชาชนพลเมืองของประเทศเหล่านี้ว่าจะออกมาเรียกร้องให้ผู้นำของเขาเนี่ยทำตัวเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ของโลกได้ไหม ? เราก็ต้องมีความหวัง ส่วนพวกเราคนไทยประเทศกำลังพัฒนา และประเทศที่ด้อยพัฒนาทั้งหลายเราก็ต้องใช้โอกาสเหล่านี้ในเวทีต่างๆโดยเฉพาะที่องค์การสหประชาชาติไม่ว่าจะเป็นที่นครนิวยอร์กหรือที่นครเจนนิวา ก็ต้องเรียกร้องให้ยักษ์ใหญ่ประเทศมหาอำนาจของโลกนั้นทำตัวเป็นแบบอย่าง แล้วร่วมมือกันเสริมสร้างสันติภาพและความเจริญก้าวหน้า ไม่ใช่มาขัดแย้งกันเอง ท้าตีท้าต่อยกันเอง หรือทำตัวเป็นนักเลงโตประจำหมู่บ้านโลก
อนาคต “การก่อการร้าย” น่ากังวล ?
ผมคิดว่าคงจะมีพี่น้องชาวมุสลิมทั่วโลกอาจจะมีความเดือดแค้นต่อการกระทำต่ออิหร่านของอิสราเอลและสหรัฐอเมริกา ผมมองว่า “ความเป็นพวกเป็นพ้องเป็นมุสลิมด้วยกัน” แล้วก็เห็นว่า “อิหร่านถูกรังแกอย่างโหดร้าย” โหดเหี้ยมแล้วก็ในหมู่เหล่าของมุสลิมนั้นก็มีนิกายชีอะห์ ซึ่งนิกายนี้ศูนย์กลางแล้วก็แกนนำก็อยู่ที่ประเทศอิหร่านเพราะฉะนั้นอาจจะเป็นไปได้ว่าชาวมุสลิมนิกายชีอะห์ทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นชาวไทยชาวมาเลเซียอินโดนีเซียเหล่านี้อาจจะรู้สึกโกรธแค้นแทนอิหร่านแล้วก็ดำเนินการการก่อการร้ายโดยที่อิหร่านไม่ต้องออกไปสั่ง แต่ด้วยความเคียดแค้นของเขาเองก็อาจจะมาทำการรุนแรง อันนี้ก็ห้ามกันไม่ได้ ตรงนี้มันก็ต้องให้ต้นเหตุต้นเรื่องคลี่คลายไปเสียก่อน การประทุษร้าย การลอบสังหาร การวางระเบิด การพลีชีพก็จะไม่เกิดขึ้น
ชมคลิป กษิต ภิรมย์
ความคิดเห็นดังกล่าวของ อดีต รมว.กต.สอดรับกับความเห็นของ รศ.ดร.ศิพิมพ์ ศรบัลลังก์ อาจารย์ประจำภาควิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ(มศว) ที่มองว่าพอมันเป็นสงครามที่เป็นAsymmetric warfare (สงครามหรือการสู้รบแบบไม่สมมาตร) ในตะวันออกกลางแน่นอนว่ากลุ่มติดอาวุธต่างๆ ก็คงจะเริ่มมีการปลุกกระแสขึ้นมา แล้วก็ทางฝั่งตะวันตกเองก็มองว่ามันมีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดการก่อการร้ายเพิ่มมากขึ้น เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่ฝั่งอิหร่านสูญเสียผลประโยชน์ แล้วมันกระทบต่อระบอบของเขา สิ่งที่มันจะเกิดขึ้นตามมาก็คือการที่กลุ่มกองกำลังติดอาวุธที่อยู่ในภูมิภาคนั้น ก็อาจจะมีการกระจายตัวแล้วก็มีการโจมตีในพื้นที่และอาจจะนอกพื้นที่ด้วย เราจะเห็นเครือข่ายพันธมิตรของกลุ่มกองกำลังติดอาวุธที่อยู่ในตะวันออกกลางประมาณ4-5กลุ่มไม่ว่าจะเป็นกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ / ฮามาส กลุ่มที่อยู่ในเยเมน กลุ่มที่อยู่ในอิรัก พวกนี้จะเป็นกลุ่มที่เป็นพันธมิตรกันและเป็นเครือข่ายของกลุ่มกองกำลังติดอาวุธซึ่งก็น่าจะเชื่อมโยงกับการก่อการร้ายในอนาคตที่จะมีโอกาสที่จะเพิ่มมากขึ้น ซึ่งถามว่ามันจะไปอยู่ในภูมิภาคอื่นๆของโลกด้วยหรือเปล่า เป้าหมายของเขาก็อาจจะมีการกระจายตัวแล้วก็ทำให้เกิดผลกระทบตามมา ซึ่งกระทบต่อความมั่นคงระหว่างประเทศ ตรงนี้ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่เป็นไปได้ แล้วก็เป็นข้อกังวลที่ทำให้ฝ่ายตะวันตก รู้สึกว่าจะต้องหาทางรับมือกับการก่อการร้ายที่อาจจะเกิดขึ้น ซึ่งเป้าหมายจริงๆแล้วอาจจะตรงไปที่สหรัฐอเมริกาเองก็ได้ มันมีการประเมินกันว่ามันอาจจะนำไปสู่การก่อการร้ายในสหรัฐอเมริกาไม่ว่าจะเป็นเป้าหมายในเมืองใหญ่หรือว่าอาจจะเป็นเมืองที่มีประชากรมาก
มอง “ทรัมป์” ทำให้ อเมริกา กลับมายิ่งใหญ่ ?
รศ.ดร.ศิพิมพ์ มองว่าการที่จะทำให้สหรัฐอเมริกา great again กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งนึง มันก็จะมีปัจจัยที่เกี่ยวข้องอยู่ประมาณ4ปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการค้าการผลิต /ความเป็นมหาอำนาจทางการเงิน / ความเป็นมหาอำนาจทางด้านความมั่นคง และสุดท้ายคือความเป็นมหาอำนาจในเรื่องขององค์ความรู้แล้วก็เทคโนโลยี ซึ่งเราเรียกว่ามันเป็น structure of power ในปัจจุบันถ้าเรามองสหรัฐอเมริกา ใน4มิติที่กล่าวมา เบื้องต้นสหรัฐอเมริกาเองยังมีความเป็นผู้นำใน4มิติ

เรื่องของการค้าการผลิต สหรัฐอเมริกาก็มีสเกลทางเศรษฐกิจที่ยังคงอยู่ในลำดับต้นๆของโลกถึงแม้ว่าจะมีคู่แข่งที่เข้ามาก็คือจีนอยู่ในระดับที่สูสีกัน เรื่องของไฟแนนซ์ ก็ยังไม่มีมหาอำนาจไหนที่จะเข้ามาแทนที่ความเป็นมหาอำนาจทางการเงินของอเมริกาได้ เราจะเห็นได้ว่า USดอลลาร์ตอนนี้ ยังคงเป็นหนึ่งในสกุลเงินที่มีอานุภาพมากที่สุดของโลก ถึงแม้ว่าจะมีสกุลเงินอื่นๆที่พยายามจะเข้ามาแทนที่ แต่มันก็ยังไม่สามารถที่จะเข้ามาแทนที่หรือมีอานุภาพเทียบเท่ากับUSดอลลาร์ได้และยังมีเกมที่สหรัฐอเมริกาขยายออกไปอีกในเรื่องก็คือการลงไปเล่นในเกมที่เป็นDigitalcurrencyด้วย โดยมีการรับประกันความถูกต้องสกุลเงินดิจิตอล แล้วก็ทำให้อเมริกาเป็นผู้นำทั้งในเงินที่เป็นเงินปกติทั่วไปกับสกุลเงินดิจิตอลด้วย ทั้ง2เกมเนีอเมริกายังคงเป็นผู้นำทางการเงิน
ส่วนเรื่องของsecurityในความเป็นผู้นำทางด้านความมั่นคงคือขีดความสามารถในการปกป้องภัยคุกคามที่จะกระทบต่อความมั่นคงของอเมริกาก็ยังคงเป็นผู้นำจากที่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์เป็นลำดับที่1ของโลก และการพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณต่างๆก็มีความเหนือกว่าประเทศอื่นๆ เพราะว่าสหรัฐอเมริกาสามารถที่จะทดลองอาวุธของตัวเองได้อยู่ตลอดเวลา แต่อาวุธของประเทศอื่นๆ อาจจะมีข้อจำกัดว่ายังไม่เคยถูกใช้ในการทำสงครามเลย เช่นในกรณีของจีนเองยังไม่เคยมีสงครามขนานใหญ่นับตั้งแต่เกิดการปฏิวัติ ปี1949 ตรงนี้มันก็เป็นภาพสะท้อนว่าอเมริกายังมีความเหนือกว่าประเทศอื่น
สุดท้ายเลยก็คือเรื่องขององค์ความรู้-เทคโนโลยี เราก็จะเห็นได้ว่าอเมริกาเองก็เป็นผู้นำทางด้านองค์ความรู้ของโลกในเรื่องของเทคโนโลยีต่างๆ สะท้อนจากขีดความสามารถ ในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของสหรัฐฯ ยังเป็นผู้นำของโลก เช่น บริษัทtech ทั้งหลาย เพราะฉะนั้นใน4มิติที่กล่าวมา มันก็ยังทำให้เราเห็นว่าอเมริกายังคงเป็นthe great ในโลกใบนี้ แล้วก็ยากที่จะล้มได้ในระยะเวลาอันสั้น แต่ถามว่าในอนาคตมันจะมีคน มันจะมีรัฐอื่นที่จะreplaceหรือว่าแทนที่ความเป็นมหาอำนาจของอเมริกาใน4มิตินี้ หรือเปล่า คิดว่าก็คงมี เพียงแต่ว่าในช่วงของการtransition มันคงจะใช้ระยะเวลานานอยู่พอสมควรเลย ดังนั้นที่ว่าMake American Great again ตอนนี้อาจจะเป็น การconfirm American still great คือมันไม่ใช่great againแต่มันAmerican is still great and will be greater in the future .
ชมคลิป รศ.ศิพิมพ์
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
