‘สุพัฒนพงษ์’ ชี้ไทยรุกพลังงานสะอาด-รถยนต์ไฟฟ้า-เก็บCO2 ใต้พื้นดิน ลุ้นเป็นกลางทางคาร์บอนก่อน2050
เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม เวลา 13.30 น. ที่สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ ชั้น 5 สามย่านมิตรทาวน์ หนังสือพิมพ์มติชน จัดเสวนา หัวข้อ “Energy for Tomorrow วาระโลก-วาระประเทศไทย 2023” โดย นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ปาฐกถาพิเศษ “พลังงาน : วาระโลก-วาระประเทศไทย 2023” ว่า ขณะนี้มีวาระที่ทั่วโลกเห็นตรงกันว่าต้องทำ คือ เรื่องภาวะโลกร้อน ซึ่งผู้คนทั่วโลกกำลังเจอปัญหาด้วยตนเอง อาทิ สหรัฐอเมริการที่ รัฐเท็กซัส เกิดภาวะโพลาร์ วอร์เท็กซ์ ที่อยู่ดีๆอุณหภูมิการหนาวเย็นจัด เกิดหิมะในที่ที่ไม่เคยเกิด น้ำท่วมในยุโรป หรือ คลื่นความร้อน (ฮีทเวฟ) ในเกาหลี

- เริ่มแล้ว ‘มติชน’ เปิดสัมมนา ‘Energy For Tomorrow วาระโลก วาระประเทศไทย 2023’
- ‘มติชน’ โชว์ 3 บูธใหญ่ ‘เสนา-เอ็มจี-จีซี’ ระดมปล่อยของพลังงานรักษ์โลก
- ‘สุพัฒนพงษ์’ เยี่ยมทุกบูธ ‘จีซี-เอ็มจี-เสนา’ รวมพลพลังงานยั่งยืน
- ‘มติชน’ เปิดเวที ‘Energy for Tomorrow วาระโลก – วาระประเทศไทย 2023’
- ‘สุพัฒนพงษ์’ ชี้พลังงานโลกเจอวิกฤตซ้ำซ้อน รบ.จ่อกู้แสนล.โปะกองทุน-เร่งหาเชื้อเพลิงสำรอง
เรื่อง การเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศใกล้ตัวทุกคนเข้ามาเรื่อยๆ โดยในการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 26 (คอป 26) เกิดข้อตกลงร่วมกันจากกว่า 100 ประเทศทั่วโลก ที่มองว่าต้องเดินหน้ามุ่งไปควบคุมอุณหภูมิโลก ซึ่งทุกฝ่ายแสดงให้เห็นสนับสนุนให้เกิดการช่วยแก้ไขปัญหานี้
“มองว่าเรื่องนี้ไม่มีการแบ่งขั้ว เพราะเป็นวาระของโลก โดยรัฐบาล นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ร่วมประชุมคอป 26 ด้วย และประกาศว่าไทย ปี2050 ให้คาร์บอนเป็นกลาง ส่วน ปี2065 การปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ โดยไทยถือเป็นประเทศแรกในอาเซียนที่ประกาศ” นายสุพัฒนพงษ์ กล่าว
นอกจากนี้ไทยยังมีมาตรการสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้า และไฟฟ้าที่มาจากพลังงานสะอาด เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานน้ำ เป็นต้น สนับสนุนการใช้พลังงานหมุนเวียน และการศึกษาพลังงานทางเลือกใหม่ ซึ่งนอกจากจะสนับสนุนให้ไทยเข้าสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนได้ตามเป้าหมายแล้ว ยังเป็นโอกาสของธุรกิจพลังงานแบบใหม่ด้วย รวมทั้งการสนับสนุน นโยบายการประหยัดพลังงานควบคู่ไปด้วยกัน
รัฐบาลมีมาตรการสนับสนุนการใช้รถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) แลกเปลี่ยนกับการตั้งโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ซึ่งมี เอ็มจี โตโยต้า และอีกหลายยี่ห้อ เข้าร่วมมาตรการแล้ว ซึ่งจะส่งเสริมให้เกิดอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าต่อไป โดยยอดจองซื้อรถอีวีล่าสุดโตกว่า 275% เฉพาะอีวี 100% ก็มีเป็น หมื่นคันแล้ว ด้านสถานีประจุไฟฟ้าทั่วประเทศไทย ล่าสุด เมื่อ 20 กันยายน 2565 มี 869 สถานี รวม 2,572 หัวชาร์จ ซึ่งถือเป็นสัญญาณ ว่าพัฒนาการได้เกิดขึ้น รัฐบาลตั้งเป้าไว้ว่าในปีค.ศ. 2030 หรือ อีก 8 ปีจากนี้จะกลายเป็นยายนต์ไฟฟ้าทั้งหมด

นอกจากนี้ รัฐบาลกำลังหารือเรื่องมาตรการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการผลิตแบตเตอรี่มาลงทุนในไทย เรื่องของการศึกษาการกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ใต้พื้นพิภพ ซึ่งมีการศึกษาเบื้องต้นไทยมีพื้นที่ใต้ทะเลที่เหมาะสม ถ้าทำได้ก๊าซธรรมชาติที่มีอยู่ก็จะไม่มีปัญหาอีกต่อไป สามารถผลิตโดยแยกไฮโดรเจนกับคาร์บอนไดออกไซด์ไปใส่ในแหล่งกักเก็บใต้พิภพ อาจทำให้การพัฒนาด้านพลังงานไทยทำได้เร็วกว่าเป้าหมายว่าจะมีคาร์บอนเป็นกลาง ปี 2050 ได้ และจะกลายเป็นแรงดึงดูดให้เกิดการลงทุนอุตสาหกรรมใหม่ๆในไทย
- ปตท.มองปี 66 ราคาน้ำมันโลกดิ่ง-เล็งลดใช้แอลเอ็นจี ‘มติชน’ ชูสัมมนาอนาคตพลังงานไทย
- พลังงาน เปิดมาตรการดูแลผู้ใช้ดีเซล-เอ็นจีวี ถึงปี’66 ‘มติชน’ ลุยสัมมนาหาทางออกวิกฤต
- กองทุนน้ำมันฯ ลุยกู้ มั่นใจ ‘แบงก์’ สนใจเพียบ ‘มติชน’ ชูสัมมนาชี้อนาคตพลังงานไทย
- คลังพร้อมค้ำเงินกู้กองทุนน้ำมัน ยันไม่เป็นภาระงบประมาณ ‘มติชน’ ลุยสัมมนาทางออกพลังงาน
- ‘เอ็มจี’ ปลื้ม ยอดจองรถยนต์ไฟฟ้าแตะ 1 หมื่นคัน ตอบรับ ‘มติชน’ ขึ้นเวทีสัมมนาอนาคตพลังงาน

