bg-single

คนมองหนัง : ชีวิต 3 ช่วงของ ‘โรแบร์โต บาจโจ’ ในหนัง ‘Baggio : The Divine Ponytail’

06.06.2021

 

ชีวิต 3 ช่วงของ ‘โรแบร์โต บาจโจ’

ในหนัง ‘Baggio : The Divine Ponytail’

 

“Baggio : The Divine Ponytail” เป็นภาพยนตร์อิตาเลียนฟอร์มไม่ใหญ่ ผลงานการกำกับฯ ของคนทำหนังสตรีชื่อ “เลติเซีย ลามาติเร” ซึ่งเพิ่งเผยแพร่ลงในแพลตฟอร์มเน็ตฟลิกซ์

แม้จะไม่ใช่ผลงานบันเทิงฟอร์มยักษ์ แต่หนังเรื่องนี้ก็บอกเล่าถึงเรื่องราวของนักฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งในทศวรรษ 1990 นั่นคือ “โรแบร์โต บาจโจ”

สำหรับคนไทยร่วมสมัยจำนวนไม่น้อย เราอาจจดจำ “บาจโจ” ได้ในฐานะของ “นักบอลรูปหล่อ” จากอิตาลี ที่ทำให้สาวๆ พากันกรี๊ดและหันมาหลงใหลกีฬาลูกหนัง

อีกเรื่องหนึ่งที่เคยสร้างกระแสฮือฮาในบ้านเรา คือช่วงที่ “บาจโจ” กำลังโชว์ฟอร์มถึงจุดพีกระหว่างการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 1994 นั้น ได้เกิดเสียงลือเสียงเล่าอ้างว่ายอดนักเตะที่นับถือพุทธศาสนาผู้นี้เคยมาเที่ยววัดและฝังตะกรุดในเมืองไทย

อย่างไรก็ตาม ประเด็นเหล่านี้มิได้ถูกถ่ายทอดเอาไว้ใน “Baggio : The Divine Ponytail”

 

“Baggio : The Divine Ponytail” เลือกบอกเล่าเรื่องราวชีวิต 3 ห้วงเวลาของ “โรแบร์โต บาจโจ” ซึ่งคล้ายจะเป็นตัวเลือกที่แปลก-ผิดความคาดหวัง แต่ก็ได้ผลลัพธ์ที่น่าสนใจไม่น้อย

ห้วงเวลาแรกของหนัง คือช่วงที่ “บาจโจ” ตอนเป็นวัยรุ่น ย้ายจากสโมสรวิเซนซาในลีกระดับรอง ไปยังทีมฟิออเรนตินาในกัลโช เซเรีย อา ตอนปลายทศวรรษ 1980 แต่เขากลับถูกอาการบาดเจ็บรุมเร้า

ห้วงเวลาถัดมา คือช่วงที่ “บาจโจ” เฉิดฉายประสบความสำเร็จและล้มเหลวผิดหวังไปพร้อมๆ กัน ในการแข่งขันฟุตบอลโลก 1994 ณ สหรัฐอเมริกา

แล้วปิดท้ายด้วยห้วงเวลาตอนปลายชีวิตค้าแข้ง ซึ่ง “บาจโจ” โชว์ฟอร์มได้ดีกับสโมสรเบรสชาแม้จะมีวัย 35 ปีแล้ว ทว่าเขากลับไม่ติดทีมชาติอิตาลี ชุดที่เดินทางไปแข่งขันฟุตบอลโลกปี 2002 ณ ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้

ดังนั้น จุดน่าเสียดาย ก็คือหนังเรื่องนี้จะไม่บันทึก/ทำซ้ำเหตุการณ์ช่วงบอลโลกปี 1990 ที่ประเทศอิตาลี ซึ่งเป็นจุดแจ้งเกิดสำคัญของ “บาจโจ”

และหนังแทบไม่แตะต้องความสัมพันธ์ระหว่างยอดนักเตะผู้นี้กับสโมสร “ยูเวนตุส” (ซึ่งเขาเคยย้ายไปร่วมทีมด้วยสถิติค่าตัวแพงที่สุดในโลก ณ ปี 1990 และสามารถคว้าแชมป์ฟุตบอลลีก, ฟุตบอลถ้วย และยูฟ่าคัพ ร่วมกับสโมสรยักษ์ใหญ่แห่งตูริน)

 

หากมองว่านี่คือ “ภาพยนตร์กีฬา” โดยมีตัวละครหลักเป็น “นักกีฬาผู้ยิ่งใหญ่” แฟนบอลที่เข้ามาดูหนังหลายคนอาจจะรู้สึกผิดหวังว่า “Baggio : The Divine Ponytail” นั้นเป็น “หนังกีฬา” ที่มีสเกลเล็กเกินไป

เนื่องจากหนังเรื่องนี้ไม่มีฉากการแข่งขันฟุตบอลในสนามที่น่าตื่นตาตื่นใจ แม้แต่ “ภาพจำลอง” ของนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกปี 1994 ระหว่างบราซิลกับอิตาลี ก็ถูกสร้างสรรค์ขึ้นอย่างไม่หวือหวายิ่งใหญ่

ตรงกันข้าม “ภาพจำลองการแข่งขันนัดชิงถ้วยฟุตบอลโลก” ที่เล็กเรียบ ได้ถูกอธิบายถึงในฐานะห้วงเวลาแห่งการรอคอยอันว่างโหวง ไม่มีอะไรติดตรึงอยู่ในความทรงจำ (ของ “บาจโจ”)

ก่อนที่การซัดลูกโทษที่จุดโทษข้ามคานโดยนักเตะเปียทองคำจะกลายสภาพเป็น “หลุมดำขนาดใหญ่” ซึ่งกลืนกินทุกเรื่องราวในการแข่งขันครั้งนั้นให้จมหาย

ฉะนั้น ชีวิต 3 ช่วงของ “โรแบร์โต บาจโจ” ที่เราเห็นในหนัง จึงกอปรขึ้นจากประสบการณ์ของความผิดหวัง เจ็บปวด กดดัน และไม่ประสบความสำเร็จถึงขีดสุด

ซึ่งจะค่อยๆ ถูกขมวด-ถักร้อยให้กลายเป็น “บทสรุปดีๆ” ณ บั้นปลาย เปรียบเสมือน “นักสู้” ผู้มีบาดแผลมากมายตามรายทาง แต่ท้ายสุด เขาก็สามารถเดินทางไปถึงจุดหมายได้โดยสวัสดิภาพ แม้จะไม่สมบูรณ์พร้อม

เครื่องมือสำคัญชิ้นหนึ่งที่ถูกนำมาใช้เน้นย้ำสารข้างต้น ก็คือ “นิทานเปรียบเทียบ/ความทรงจำประดิษฐ์” ที่เล่าว่า “บาจโจ” ขณะมีวัยเพียง 3 ขวบ เคยให้สัญญากับพ่อของตนเองในค่ำคืนที่อิตาลีแพ้บราซิล 1:4 ในนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 1970 ว่าเขาจะพาอิตาลีเอาชนะบราซิลและคว้าถ้วยฟุตบอลโลกมาให้ได้

 

อีกประเด็นที่อาจไม่ตรงกับความคาดหวังของแฟนกีฬา ก็ได้แก่ แม้หนังจะพยายามสรุปปิดท้ายว่า “โรแบร์โต บาจโจ” ในวัยสามสิบกลางๆ นั้นเป็นที่รักของชาวอิตาลี

แต่ตลอดทั้งเรื่อง “Baggio : The Divine Ponytail” กลับแสดงภาพให้ “บาจโจ” เป็นผู้มีความมุ่งมั่นทะเยอทะยาน มีอีโก้สูง มีฝันร้ายหลงเหลืออยู่ในใจ ชอบมีปัญหากับโค้ช และไม่ได้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับเพื่อนร่วมทีมมากนัก โดยไม่ค่อยมีบุคลิกแบบ “มิสเตอร์ไนซ์กาย” สักเท่าไหร่

อย่างไรก็ดี อุปมาเปรียบเทียบที่หนังทำได้คมคายพอสมควร คือการเทียบเคียงสายสัมพันธ์ของ “บาจโจ” กับพ่อของตนเอง เข้ากับสายสัมพันธ์ระหว่างเขากับโค้ชสามราย

ความเหินห่างระหว่างพ่อและลูกชายในช่วงต้น ซึ่งค่อยๆ คลี่คลายกลายเป็นการแสดงความชื่นชม-ให้กำลังใจที่ฝ่ายแรกมีต่อฝ่ายหลัง

ดำเนินคู่ขนาน (แต่มิได้ลงรอยเป๊ะๆ) กับบทบาทของ “อาร์ริโก ซาคคี” โค้ชผู้สร้างสรรค์ปลุกปั้น “บาจโจ” ไปพร้อมๆ กับการมีเรื่องราวหมางเมินผิดใจกันบ้างในศึกยูเอสเอ 94

บทบาทของ “คาร์โล มาสโซเน” โค้ชอาวุโสผู้ชุบชีวิตใหม่ให้ “บาจโจ” ในยามใกล้หมดไฟ และมอบสถานะ “หัวใจสำคัญ” ของสโมสรเบรสชาแก่เขา

ตลอดจนบทบาทของ “โจวานนี ตราปัตโตนี” อดีตโค้ชของ “บาจโจ” ที่ยูเวนตุส และกุนซือทีมชาติอิตาลีชุดฟุตบอลโลก 2002 ซึ่งถูกวาดภาพให้กลายเป็น “ผู้หักหลัง” และทุบทำลายความฝันชิ้นสุดท้ายของยอดนักเตะผมเปีย

 

เป็นที่รับรู้ทั่วไปว่า “โรแบร์โต บาจโจ” นั้นนับถือพุทธศาสนานิกายเซนในแบบของสมาคมโซคา งักไก

ภาพยนตร์เรื่องนี้ลำดับเรื่องราวให้เห็นว่า “บาจโจ” เริ่มทำความรู้จักกับพุทธศาสนานิกายดังกล่าวระหว่างที่เขากำลังสูญเสียความมั่นใจเพราะอาการบาดเจ็บ และใช้ชีวิตเคว้งคว้างหงอยเหงาในเมืองฟลอเรนซ์

ขณะที่ในช่วงเอ็นด์เครดิต หนังก็ฉายภาพความสัมพันธ์อันชื่นมื่นและความศรัทธาอันเปี่ยมล้น ที่ “บาจโจ” และครอบครัวมีต่อพุทธศาสนาแบบนี้

ทว่าในระหว่างทาง คล้าย “Baggio : The Divine Ponytail” จะพยายาม (แสร้ง) ตั้งคำถามอยู่ตลอดเวลาว่า ที่ชีวิต “บาจโจ” ต้องพลาดหวัง แปลกแยก หรือก้าวไปไม่ถึงจุดสูงสุดเป็นระยะๆ นั้น เป็นเพราะเขานับถือศาสนาพุทธ (ท่ามกลางสังคมคาทอลิกแบบอิตาลี) หรือเปล่า?

นอกจากนั้น หนังยังให้ความสำคัญกับกิจกรรมการ “ยิงนกเป็ดน้ำ” ซึ่งเป็นงานอดิเรก (หรือกิจกรรมฟื้นฟูความสัมพันธ์) ที่ชาวพุทธอย่าง “บาจโจ” และพ่อชอบทำร่วมกัน

จนครั้งหนึ่ง ตัวละคร “คาร์โล มาสโซเน” ในหนัง เคยตั้งคำถามกึ่งแซว “โรแบร์โต บาจโจ” ว่า นายนับถือพุทธศาสนา แต่ชอบล่าสัตว์เนี่ยนะ?



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ปลัดมหาดไทย แจงความจริง ชี้ข่าวปล่อยจากภาพ บิดเบือนข้อเท็จจริง มุ่งทำลายภาพลักษณ์ กรณีไหว้นอบน้อม
E-DUANG | คำถามใหม่ ในทาง การเมือง คำถาม อาทิตย์ 13 กันยายน
บิ๊กจ๋อ-มัลลิกา นำทีมรับโล่ “ฐานันดร 4” ยกย่องคนสื่อ–คนทำดีเพื่อสังคม ครบรอบ 10 ปี สมาคมสมาพันธ์นักข่าว ประเทศไทย
“วัชระพล” ลุยกำจัด “ปลาหมอคางดำ” ไม่รอศาลฯ ชี้ขาดถึงที่สุด-ยกเป็นพันธกิจต่อประชาชน – ลั่น! เดินหน้าเข้มข้นไม่ต่ำกว่ามาตรฐานคำพิพากษาศาล
ดร.เรือบิน เผยวัตถุดิบสุดท้ายที่พิสูจน์ว่า #เลือกตั้งไม่ลับ ทั้งสองใบ ได้ถูกส่งให้ผู้ตรวจการแผ่นดินแล้ว
เปิดตัว “Thai Content Hub (TCH)” คลังข้อมูลภาพยนตร์ไทย ผลักดันหนังไทยสู่เวทีโลก
สส.วิทวัส พรรคประชาชน ชี้กระทรวงพาณิชย์ จัดงบปี 70 หลายโครงการเสี่ยงไม่คุ้มค่า ซ้ำซ้อนหน่วยงานอื่น
สภาสังคมสงเคราะห์ระดมแนวคิดกำหนดยุทธศาสตร์ “ปลัดเก่ง-ดร.วันดี” ร่วมแจม!!
เชลยศึกสงครามลาว (47)
ลักษณ์ แห่ง ตัวแทน ‘ศรีบูรพา’ สงครามชีวิต ความคิด การเมือง
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (192)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับประวัติศาสตร์ไทยฉบับวิพากษ์ (30)