bg-single

นายกฯ คนที่ 30 ชื่อ? | คำ ผกา

11.07.2023

เป็นการเขียนคอลัมน์ที่ยากมากครั้งหนึ่งเลยเพราะเขียนวันจันทร์ที่ 10 กรกฎาคม เพื่อจะตีพิมพ์วันที่ 14 กรกฎาคม แต่เราจะมีโหวตเลือกนายกฯ กันในวันที่ 13 กรกฎาคม นั่นแปลว่าวันที่ทุกคนได้อ่านคอลัมน์นี้เราน่าจะมี (หรือยังไม่มี?) นายกฯ คนที่ 30

สิ่งที่พอจะเขียนได้ในตอนนี้คือ มีกี่ความเป็นไปได้ของการเมืองหลังวันที่ 13 กรกฎาคม

ทางพรรคก้าวไกลยืนยันว่ามีเสียง ส.ว.ที่จะโหวตให้พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกฯ เกิน 70 เสียง ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงเราทุกคนจะได้ถอนหายใจกันเฮือกใหญ่ๆ

แม้แต่ฉันที่ไม่ใช่แฟนด้อมพิธา ไม่ใช่คนเชียร์ก้าวไกล แต่ในฐานะผู้มั่นคงต่อระบบการปกครองแบบประชาธิปไตยก็จะยินดีปรีดาเป็นล้นพ้น

เพราะเราจะได้มูฟออนกันเสียที หลังจากอึดอัด อึมครึมกันมาเป็นเกือบสองเดือนหลังเลือกตั้ง

พิธาเป็นนายกฯ ตั้งรัฐบาล ฟอร์มทีม ครม. ถึงวันนั้นใครเป็นรัฐมนตรีกระทรวงอะไร เราจะได้พอเห็นว่า โฉมหน้าของประเทศไทยในครึ่งปีหลัง อาจจะขยับอะไรได้ไม่มาก แต่ไม่หยุดนิ่งอยู่กับที่แน่นอน และถึงคราวที่ต้องทำงานกันจริงๆ

เราจะได้โฟกัสที่เนื้องานมากกว่าการบริหาร “คำคม” ปลุกเร้าความหวังมวลชนกันไม่จบไม่สิ้น

หรืออย่างน้อยสถานการณ์ขยับไปเถียงเรื่องความเหมาะสมของรัฐมนตรีแต่ละกระทรวงก็ยังดี

 

ส่วนกรณีที่สมมุติว่าโหวตไม่ผ่าน ฉันคิดว่าไม่มีประโยชน์ที่จะสมมุติ และเขียนว่าควรทำอะไร เพราะมันจะเป็นการเขียนและการคิดที่ไร้ประโยชน์ทันที ถ้าไม่ผ่านจริงๆ ค่อยไปวิเคราะห์หลังจากที่มันไม่ผ่านดีกว่ามาเขียนล่วงหน้า

ดังนั้น ฉันจะวิเคราะห์บนความเป็นไปได้ว่าโหวตผ่านดีกว่า และถึงที่สุดฉันเห็นว่า 8 พรรคร่วมฝ่ายค้าน ต้องไม่ปล่อยมือจากโอกาสที่จะได้เป็นรัฐบาลในครั้งนี้เพราะเดิมพันของฝ่ายประชาธิปไตย ไม่ใช่พิธา อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร หรือเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกฯ แต่คือการแก้ไขรัฐธรรมนุญปลดล็อกสังคมไทยออกจากกติกาของเผด็จการทหารที่ขึ้นสู่อำนาจเมื่อปี 2557

ถ้าการเปลี่ยนผ่าน ปลดล็อกนี้ผ่านไปได้อย่างราบรื่น และเรามีฉันทามติที่จะไม่ยอมรับการรัฐประหารอย่างเด็ดขาด นี่จะเป็นจุดเปลี่ยนของการเมืองไทยที่สำคัญมาก

และคุณูปการของพรรคก้าวไกลก็คือเป็นพรรคการเมืองที่รองรับกลุ่มคนที่

1. เกลียดทักษิณ ชินวัตร (จะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่) และได้สำนึกตระหนักแล้วว่าการรัฐประหารหรือการไปพึ่งกองทัพการปฏิรูปการเมืองนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

ขณะเดียวกันพรรคประชาธิปัตย์ก็สิ้นมนต์ขลังแล้วสำหรับพวกเขา พรรคก้าวไกลจึงเป็นบ้านที่สมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับคนกลุ่มนี้ ที่ต่อไปนี้จะได้ยืนสบตากับโลกทั้งใบได้ว่าฉันคือฝ่าย “ก้าวหน้า” ผู้สร้างความเปลี่ยนแปลงและเป็นหนึ่งใน “หน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย” ที่สำคัญที่สุดหน้าหนึ่ง

2. กลุ่มคนเสื้อแดงเก่าที่ทดท้อเหนื่อยหน่ายกับทักษิณ และพรรคเพื่อไทย คนเสื้อแดงทุกคนย่อมรู้ดีว่าในขบวนการคนเสื้อแดงที่เป็นขบวนการทางการเมืองภาคประชาชนที่ใหญ่โต มีผู้คนเข้าร่วมในจำนวนมากและมีพลังมีพลวัตอย่างต่อเนื่องเต็มไปด้วยความหลากหลาย

มีทั้งเสื้อแดงรักทักษิณ เสื้อแดงปัญญาชน เสื้อแดงสายแรดิคัลแบบแดงสยามที่สุดท้ายแยกตัวไปทำงานใต้ดินจนถูกอุ้มฆ่า เสื้อแดงสายพรรคเพื่อไทย เสื้อแดงรักเจ้ารอยัลลิสต์ เสื้อแดงที่สู้แบบเอาชีวิตเข้าแลก และเมื่ออะไรไม่เป็นอย่างที่หวังก็อกหัก เสียใจ เสื้อแดงสายพุทธต่อต้านมุสลิม ที่จะทะเลาะกับเสื้อแดงสายเสรีนิยมสร้างรัฐฆราวาส เสื้อแดงแบบเป็นขบวนการสิบแปดมุงกุฎเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ เสื้อแดงที่แกนนำบางคนถูก “ล้อม” เข้าไปเป็น “พวก” ของฝ่าย “อำนาจเก่า” ฯลฯ

เพราะฉะนั้น จึงไม่แปลกเลยที่จะมีเสื้อแดงที่หลงรักในความชัดเจน “สู้กว่า” ถ่ายทอดวิสัยทัศน์เรืองการเปลี่ยนแปลงสังคมได้ชัดเจนและเป็นระบบกว่าของคนหนุ่มสาวในพรรคก้าวไกล และเป็นแดงที่เทิร์น “ส้ม”

 

คนเสื้อแดงที่ “แวดวง” ของฉันเป็นแดงปัญญาชน แดงนักเขียน แดงศิลปิน แดงนักกิจกรรมทางการเมือง แดงนักวิชาการร้อยละร้อย สนับสนุนพรรคก้าวไกล เพราะเดิมคนเหล่านี้ก็ไม่เคยชอบ และไม่พอใจพรรคเพื่อไทยและยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทยอยู่แล้ว

เพราะเขาคิดว่าพรรคเพื่อไทยยึดโยงกับตระกูลชินวัตรมากเกินไป

การเป็น “เสื้อแดง” ของคนเหล่านี้จึงเป็นอัตลักษณ์ที่สร้างความกระอักกระอ่วนให้พวกเขามาโดยตลอด และมักจะมีคำอธิบายเสมอว่า “เราเป็นเสื้อแดงต้านรัฐประหาร แต่ไม่เกี่ยวกับเพื่อไทยนะ”

หรือ “เราแดงไม่เอารัฐประหาร แต่ไม่ได้แปลว่าเราเชียร์เพื่อไทยนะ”

และเกือบตลอดเวลาที่คนเหล่านี้จะรู้สึกกลัวจะถูกคนเข้าใจผิดว่าเข้าข้างเพื่อไทยเพราะเป็นเสื้อแดง จึงจะมีการแสดงออกซึ่งการวิจารณ์พรรคเพื่อไทยให้ดังที่สุด แรงที่สุด เพื่อประกาศว่าฉันเป็นเสื้อแดงที่ไม่ถูกพรรคจูงจมูก ฉันเป็นแดงที่มีปัญญา มีเหตุผล ฉัน critical นะ

และน่าสนใจว่า แดงปัญญาชนเหล่านี้จะเลือก connect กับสมาชิกพรรคเพื่อไทย หรือ ส.ส.พรรคเพื่อไทย หรือแกนนำพรรคเพื่อไทย เป็นรายบุคคล

เช่น จะชอบณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ จะชอบจาตุรนต์ ฉายแสง แล้วจะบอกว่า “เสียดายคนดีๆ ในพรรค” ทั้งนี้เพราะวิสัยปัญญาชน จะกลัวมากที่จะได้ชื่อว่าไปเกลือกกลั้วกับนักการเมืองบ้านใหญ่ ยกเว้นตอนไปขอสัมภาษณ์เพื่อทำงานวิจัย

 

เพราะฉะนั้น การมีพรรคก้าวไกล จึงเป็น “ที่ทาง” ที่ทำให้ปัญญาชนต้านรัฐประหารสามารถจัดวางความสัมพันธ์ของตัวเองกับนักการเมืองโดยปราศจากความกระอักกระอ่วน

ซึ่งมองในแง่นี้มันอาจส่งผลดีต่อความเข้มแข็งของประชาธิปไตยไทยก็ได้ เพราะนักวิชาการทางรัฐศาสตร์บางคนก็วิเคราะห์ว่า ที่ประชาธิปไตยไทยอ่อนแอ เพราะไม่มีพรรคการเมืองที่เป็นตัวแทนของ “ชนชั้นปัญญาชน” ที่เสียงค่อนข้างดัง และชี้นำสังคมได้ทั้งในด้านความคิด ไลฟ์สไตล์ รสนิยม

นี่เป็นครั้งแรกที่นักวิชาการเอ็นจีโอ ศิลปิน ฝ่าย “ซ้าย (โดยเปรียบเทียบ)” ของไทยมีพรรคการเมืองที่เป็นตัวแทนของกลุ่มตนเอง และมีคนที่เรารู้จักจริงๆ เพื่อนของเรา นักกิจกรรมที่เคลื่อนไหวมาด้วยกัน ได้เข้าไปเป็นนักการเมืองและมีแนวโน้มสูงมากว่าจะได้ครอบครองอำนาจรัฐ

สิ่งนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์การเมืองไทย เพราะในยุคไทยรักไทย แม้จะมีนักกิจกรรมการเมือง อดีตฝ่ายซ้ายอยู่ในพรรคหลายคน แต่จุดยืนพรรคเป็นจุดยืนเพื่อชาวนา เกษตรกร รากหญ้า

ไม่เพียงเท่านั้น ในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา มีชนชั้นกลางเกิดใหม่ขึ้นมหาศาล เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงประชากรศาสตร์ที่สำคัญ

พรรคการเมืองที่ถูกจริตชนชั้นกลางเหล่านี้ทั้งในเมืองและชนบทคือก้าวไกล ไม่ใช่เพื่อไทย

เพราะฉะนั้น ปฏิเสธไม่ได้ว่า นักเรียนมัธยมต้นและมัธยมปลายทั้งหมดในปีนี้ ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าพวกเขาจะกลายเป็นโหวตเตอร์ของพรรคก้าวไกล

ในด้านที่ดีเราอาจพูดได้ว่า ถ้าจะไม่มีรัฐประหารเกิดขึ้นอีกแล้ว ในอนาคตอันใกล้ การแข่งขันกันระหว่างพรรคการเมืองต่างๆ จะเข้มข้นมาก

นั่นแปลว่า มันดีต่อประชาชนและความเข้มแข็งของประชาธิปไตย

 

สําหรับฉันความน่าสนใจอยู่ที่การปรับกระบวนของพรรคเพื่อไทย เช่น

ถึงที่สุดแล้ว พรรคเพื่อไทยยังอยากอยู่ในการเมืองไทยในฐานะพรรคการเมืองหรือไม่?

หรือว่าเบื่อแล้ว เหนื่อยแล้ว หมดไฟแล้ว?

ปฏิเสธไม่ได้ว่าความเข้มแข็งของพรรคเพื่อไทยที่ผ่านมาคือพรรคการเมืองหนึ่งเดียวที่ยืนระยะ “สู้” กับเผด็จการอย่างอึดที่สุดทนที่สุด และนั่นทำให้เพื่อไทยไม่มีเวลาที่จะจัดกระบวนทัพภายในเพื่อสอดรับกับความเปลี่ยนแปลงของความฝัน ความหวัง ไลฟ์สไตล์ และรสนิยมของกลุ่มประชากรที่ไม่ใช่กลุ่มเดิมกับฐานเสียงของไทยรักไทยหรือแม้แต่ฐานเสียงของเพื่อไทยสมัยยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

ที่น่าสนใจกว่านั้น คนมองว่าพรรคเพื่อไทย “แก่” แต่ทรัพยากรบุคคลที่ “คม” และ “เก่ง” มากๆ ของพรรคเพื่อไทยล้วนแต่เป็นคนแก่ แต่เรายังหาบุคคลากรรุ่น 30-40 ที่โดดเด่นของพรรคเพื่อไทยไม่เจอเลยแม้แต่คนเดียว

โดดเด่นในที่นี้คือโดดเด่นในแง่ของ “เกมการเมือง” ในขณะที่ก้าวไกลมีคน “เก๋าแกมการเมือง” ในรุ่นอายุ 40s เยอะมาก

นายกฯ คนที่ 30 ของไทยจะชื่ออะไร เป็นเรื่องน่าตื่นเต้น

สำหรับฉันสิ่งที่น่าตื่นเต้น และน่าลุ้นกว่าคือ อนาคตของพรรคเพื่อไทยและก้าวไกลในฐานะที่เป็นตัวแปรต่อพลวัตและความเข้มแข็งของประชาธิปไตยในสังคมไทย

และเราจะได้เห็นสองพรรคนี้แบบรีพับลิกันสู้กับเดโมแครตหรือไม่?

ถ้าใช่ ก็เป็นข่าวดี



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

E-DUANG | กรณี สุรพล นิติไกรพจน์ ท่ายาก พรรคประชาชน
ย้อนอ่าน 5 ข้อเสนอ ‘ผ่าทางตันการเมือง’ สุรพล นิติไกรพจน์ ขณะเป็นอธิการบดี มธ.
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (16)
เชลยศึกสงครามลาว (33) เป็นเชลย
ฝังจำ ความคิด ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ ต่อระบบราชการ
กับดักธูซิดิดิส (1) ทฤษฎีการเปลี่ยนผ่านของอำนาจ
ถ้าผู้ใหญ่ยังเลี่ยงบาลี เรียนฟรีก็จะยังไม่ฟรีจริง
E-DUANG | เลือก บอร์ด ประกันสังคม พลังแห่งอดีต กับ อนาคต
อาเศียรวาท
กราบเรียน ท่านนายกฯ (ฉบับที่ 2) เรื่อง ปัญหาเส้นเขตแดนทางทะเลไทย-กัมพูชา | สุรชาติ บำรุงสุข
ประเทศไม่ไหวแล้ว เด็กรุ่นต่อไปจะอยู่กันอย่างไร เปิดใจ ‘เพียงพนอ’ ร่วมทางพรรคประชาชน
‘สุชาติ’ ค้านขึ้น VAT-กู้ 4 แสนล้านแจกเงิน จี้ปฏิรูปราชการอุดรูรั่วทุจริต ดีกว่ารีดภาษีประชาชน