ส่องลึกอิหร่าน: 12) แผนแบ่งแยกรัฐอิหร่านของอิสราเอล-อเมริกา
คอลัมน์ การเมืองวัฒนธรรม
โดย เกษียร เตชะพีระ
- ส่องลึกอิหร่าน 1) สหรัฐเซ้งนโยบายต่ออิหร่านให้อิสราเอล
- ส่องลึกอิหร่าน: 2) เปรียบเทียบระบอบปฏิวัติรัสเซีย-จีน-อิหร่าน
- ส่องลึกอิหร่าน : 3) กองทัพประจำการอิหร่าน & กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม
- ส่องลึกอิหร่าน : 4) สถาบันการเมืองพหุนิยมและผู้นำสูงสุดของอิหร่าน
- ส่องลึกอิหร่าน: 5) ระบอบเทววิทยาอิสลามกับฝ่ายค้าน
- ส่องลึกอิหร่าน : 6) ภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคกับสวัสดิการประชานิยมในประเทศ
- ส่องลึกอิหร่าน: 7) อเมริกากับตะวันตกแซงก์ชั่นอิหร่าน
- ส่องลึกอิหร่าน: 8) อิหร่านกับอาวุธนิวเคลียร์
- ส่องลึกอิหร่าน : 9) ปัญหาความชอบธรรมของระบอบและชาวอิหร่านพลัดถิ่น
- ส่องลึกอิหร่าน: 10) ฝ่ายค้าน : พวกกษัตริย์นิยมและมูจาฮีดีน
- ส่องลึกอิหร่าน: 11) ชนชาติส่วนน้อยกลุ่มต่างๆ ในอิหร่าน
- อ่านบทความทั้งหมดของเกษียร เตชะพีระ คลิกที่นี่
บทสัมภาษณ์เออวานด์ อับราฮาเมียน (1940-ปัจจุบัน) ศาสตราจารย์กิตติคุณด้านประวัติศาสตร์อิหร่านแห่ง City University of New York แปลเรียบเรียงจาก Ervand Abrahamian, “Iran Under Fire”, New Left Review, 157, January-February 2026, 33-54 :
กอง บก.NLR : แล้วชาวเคิร์ดในอิหร่านล่ะครับ? ดูเหมือนว่าการประท้วงเพื่อผู้หญิง, ชีวิต, เสรีภาพเมื่อปี 2022 นั้น รวมศูนย์อยู่ในภูมิภาคของชาวเคิร์ดนะครับ (ดูวิดีโอคลิปเรื่องราวการประท้วงดังกล่าวได้ที่ https://www.bbc.com/news/world-middle-east-63920617)
เออวานด์ : พื้นที่ของชาวเคิร์ดเป็นเขตอ่อนไหวที่สุดต่อปัญหาชาติพันธุ์นับแต่เกิดการปฏิวัติอิสลามอิหร่าน เมื่อปี 1979 เป็นต้นมา เกิดกบฏของชาวเคิร์ดครั้งใหญ่ในปี 1981 เมื่อมีการนิยามรัฐอย่างเปิดเผยในรัฐธรรมนูญว่า เป็นรัฐนิกายชีอะฮ์ โดยไม่เปิดช่องให้จังหวัดปกครองตนเองได้ในทางเป็นจริงแต่อย่างใด พวกผู้เห็นต่างจำนวนมาก อันได้แก่พวกมูจาฮิดีนกับกลุ่มฝ่ายซ้ายบางกลุ่มก็พากันไปเคอร์ดิสถานเพื่อสนับสนุนกบฏนี้ หลังจากมันถูกบดขยี้ลงแล้ว พรรคฝ่ายชาวเคิร์ดทั้งหลายก็เคลื่อนย้ายเข้าไปในอิรัก แต่กระนั้น มรดกของกบฏก็ยังคงหลงเหลืออยู่ ยังมีความอุกอั่ง คับแค้นอยู่มาก โดยเฉพาะต่อบรรดาการประหารชีวิตหลังปี 1981 แล้ว ภูมิภาคของชาวเคิร์ดนั้นแผ่ขยายลงไปทางใต้ ถึงเมืองเคอร์มันชาห์ด้วยนะครับ ไม่ใช่อยู่แค่บริเวณชายแดน
กอง บก.NLR : คุณคาดว่าปัญหาเหล่านั้นจะถูกปลุกปั่นหรือเดือดพล่านขึ้นมาไหมครับ ในเมื่ออิสราเอลเข้ามาพัวพันด้วยแล้ว?
เออวานด์ : ผมเป็นห่วงเรื่องนั้นแหละครับ ถ้าหากยุทธศาสตร์ของอิสราเอลคือการทำลายรัฐอิหร่านลงไปแล้ว นั่นก็เป็นหนทางที่พวกเขาจะดำเนินการ ดังนั้น มันจึงเป็นสิ่งที่ผมจับตาดูอยู่ว่ามีตัวบ่งชี้ไปทางนั้นใดๆ อยู่ไหม บรรดาผู้คัดค้านระบอบปกครองในอิหร่านมักจะปัดป่ายความเสี่ยงที่ว่านี้ทิ้งไป พวกเขาเถียงว่าอิหร่านน่ะแตกต่างจากประเทศเพื่อนบ้านทั้งหลาย ไอ้สิ่งที่ได้เกิดขึ้นในอิรัก ลิเบีย หรือซีเรียน่ะไม่มีทางจะเกิดขึ้นในอิหร่านหรอก เพราะชาวอิหร่านมีความคิดอ่านรอบรู้หลักแหลมกว่า พวกเขาจะไม่จมดิ่งลงไปในสงครามกลางเมืองดอก มันมีความโอหังอยู่ระดับหนึ่ง ที่นั่นซึ่งดูเบาภยันตรายของการที่ประเทศจะแตกสลายครับ
สัญญาณหนึ่งที่พึงระวังจะได้แก่การไหลบ่าขนานใหญ่ของอาวุธเข้าไปในประเทศ นั่นคือสิ่งที่ได้เกิดขึ้นในซีเรียครับ คือมันเริ่มจากการประท้วง และเรื่องเล่าที่บอกกล่าวกันก็คือประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด ของซีเรียเริ่มใช้ความรุนแรงต่อผู้ประท้วง ทว่าเอาเข้าจริงก่อนหน้านั้นน่ะมีการหลั่งไหลของอาวุธอเมริกันเข้าไปในซีเรียนะครับ เราไม่รู้แน่หรอกว่ามันมาจากไหน แต่มันก็มาถึงละครับ
ฉะนั้น ถ้าจู่ๆ เราพบเห็นการไหลบ่าขนานใหญ่ของอาวุธเข้าไปในอิหร่านละก็ นั่นจะเป็นจุดเริ่มต้นของสงครามกลางเมืองครับ ตอนนี้ก็มีอาวุธในอยู่ในเขตของชาวเคิร์ด ในบาลูจิสถาน และในพื้นที่ชนบทส่วนต่างๆ ชาวบ้านก็มีอาวุธล่าสัตว์อยู่ แต่ถ้าจู่ๆ คุณเกิดเห็นปืนผาหน้าไม้มากมายในเมืองต่างๆ ละก็ นั่นไม่ใช่เรื่องปกติสำหรับอิหร่านครับ ชาวเมืองอิหร่านน่ะไม่มีอาวุธกัน นี่ไม่ใช่อเมริกานะครับอย่าเข้าใจผิด แต่ถ้าปืนเริ่มปรากฏให้พบเห็นได้แล้ว มันก็จะถูกแปรเป็นแบบอเมริกันได้อย่างรวดเร็วยิ่งเลยเชียวแหละ
กอง บก.NLR : ประเด็นของคุณเรื่องอิสราเอลฝักใฝ่สนใจการแตกสลายทางชาติพันธุ์ของประเทศอิหร่านน่ะมีเหตุผล ฟังขึ้นครับ แต่แหงเลยว่าการแตกสลายที่ว่านั้นจะสร้างความปวดหัวมหึมาให้สหรัฐอเมริกาเลยทีเดียวไม่ใช่หรือครับ? พวกอเมริกันน่ะคงอยากติดต่อสัมพันธ์กับบรรดารัฐที่มีเสถียรภาพและคาดเดาได้มากกว่า ต่อให้พวกเขาไม่แคร์สักเท่าไรว่ารัฐนั้นจะปกครองด้วยระบอบใดก็ตาม
เออวานด์ : นี่คุณกำลังพูดถึงการเมืองเรื่องผลประโยชน์แห่งรัฐสมัยก่อน แต่มันคาดเดายากอยู่นะครับว่าผลประโยชน์แห่งรัฐของอเมริกันทุกวันนี้คืออะไร ประธานาธิบดีทรัมป์น่ะตัดสินใจปุบปับตามแรงกระตุ้นเฉพาะหน้า มันไม่มีแล้วนะครับสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือกระทรวงการต่างประเทศ หรือระบบราชการมาคอยผลิตบันทึกช่วยจำป้อนให้ว่า “นี่เป็นการตัดสินใจที่ดีครับท่าน” แล้วกระทรวงกลาโหมก็เข้ามาแจกแจงประเด็นยิบย่อยให้อีกทีอย่างแต่ก่อน สิ่งที่เกิดขึ้นในกรุงวอชิงตันตอนนี้เป็นอภิมหาโกลาหลครับ ซึ่งอาจกลายเป็นสูตรปรุงแต่งมหาภัยพิบัติให้เกิดขึ้นได้
แม้กระทั่งในยามศึกสงคราม พวกเขาก็ไม่วางแผนกันครับ มันไม่มียุทธศาสตร์อะไรเลย เอาเข้าจริงมีใครหน้าไหนไหมที่นิยามว่าอะไรคือผลประโยชน์ของอเมริกาในอิหร่านน่ะ? ผมไม่รู้หรอกครับว่ายังมีผู้เชี่ยวชาญเรื่องประเทศอิหร่านเหลืออยู่ในกระทรวงการต่างประเทศสักคนหรือเปล่า
นี่ไม่ใช่แค่สมัยประธานาธิบดีทรัมป์นะครับ ภายใต้ประธานาธิบดีไบเดนน่ะ บุคคลหนึ่งเดียวผู้รู้อะไรเกี่ยวกับอิหร่านและการเจรจาอยู่บ้าง คือโรเบิร์ต มัลลีย์ (Robert Malley นักกฎหมาย นักรัฐศาสตร์ และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะในเรื่องแก้ไขความขัดแย้ง เคยเป็นตัวหลักในการเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์กับอิหร่านสมัยประธานาธิบดีโอบามา https://en.wikipedia.org/wiki/Robert_Malley) ถูกริบการอนุญาตตรวจผ่านด้านความมั่นคง แล้วถูกสอบสวนโดยรัฐบาลกลาง เพราะอะไรเหรอ? เห็นโต้งๆ อยู่ว่าก็เพราะเขาไม่เห็นด้วยกับนโยบายกดดันอิหร่านสูงสุดของไบเดนนั่นปะไร ผมไม่คิดว่ามีนโยบายของรัฐอเมริกันต่ออิหร่านนะครับ มีแต่นโยบายของอิสราเอลต่ออิหร่านแทนต่างหาก
กอง บก.NLR : การกวาดล้างผู้เชี่ยวชาญเรื่องอิหร่านในกระทรวงการต่างประเทศอเมริกันฟังดูคล้ายคำกล่าวหาแต่ก่อน ที่ใช้เล่นงานผู้เชี่ยวชาญเรื่องอาหรับนะครับ
เออวานด์ : เผงเลยครับ ถ้าหากคุณไม่มีใครที่รู้เรื่องประเทศหนึ่ง มันก็ง่ายที่จะบอกว่าพวกอิสราเอลรู้ครับว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น เราเอาข้อมูลข่าวสารของเรามาจากพวกอิสราเอลได้ มันเป็นการเซ้งนโยบายต่างประเทศให้อีกประเทศหนึ่งไปวางแทนครับ
บทเรียนทางประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่บทหนึ่งของสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ก็คือบรรดาประเทศมหาอำนาจทั้งหลายนั้นจะไม่เซ้งนโยบายต่างประเทศของตัวไปให้ประเทศพันธมิตรเล็กย่อยวางแทนเด็ดขาด เพราะถ้าทำแบบนั้น คุณอาจถูกฉุดลากถูลู่ถูกังเข้าไปในสงครามที่อาจช่วยเหลือเกื้อกูลประเทศพันธมิตรเล็กย่อยเหล่านั้นได้ แต่เป็นสงครามที่คุณไม่ต้องการ (ดูรายงานข่าวเรื่องนี้ที่ได้เกิดขึ้นจริงใน https://www.nytimes.com/2026/03/02/us/politics/trump-war-iran-israel.html?eafs_enabled=false)
ดูเหมือนว่าพวกที่ครอบครองทำเนียบขาวอยู่ปัจจุบันจะไม่ตระหนักเรื่องนั้นนะครับ
(27 กุมภาพันธ์ 2026 จบบริบูรณ์)
บรรยายภาพ
(การ์ตูนล้อเลียนเป้าหมายยุทธศาสตร์ของอิสราเอลกับอเมริกาในสงครามอิหร่านตามการวิเคราะห์ของอับราฮาเมียน : แบ่งแยกรัฐอิหร่านออกเป็นสาธารณรัฐเล็กย่อยใหม่ๆ, ดินแดนแทรกของชาติพันธุ์ และเขตชนเผ่า Google Gemini@16 June 2026)
