
มนุษย์ประดิษฐ์คิดค้นเทคโนโลยีเพื่อช่วยผ่อนแรงและอำนวยความสะดวกในชีวิต
ปัญญาประดิษฐ์ ปัญญาเทียม ปัญญาเสมือน สมองจักรกล เครื่องจักรคิดเป็น…หรือจะเรียกอะไรก็แล้วแต่…นั้นเป็นสิ่งมหัศจรรย์ลึกล้ำที่วิเศษเหมือนเวทมนตร์อันมนุษย์คิดค้นขึ้นชั่วเวลาอันยาวนานในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ…แต่แสนสั้นในขอบเขตของเอกภพ
แม้เมื่อไม่นานเกินจำมานี้เอง อุปกรณ์นานาสารพันที่มีอยู่ในชีวิตประจำวัน ณ ขณะนี้ ยังเป็นเหมือนเวทมนตร์ของพ่อมดแม่มดในจินตนิยายเรื่อง Harry Potter อยู่เลย
พูดให้เป็นรูปธรรมหน่อย ก็ลองดูอย่างป้ายโฆษณาตามถนนหนทางปะไร เทคโนโลยีสร้างสรรค์ให้ภาพเคลื่อนไหวได้เหมือนมีชีวิต แม้กระทั่งเป็นภาพสามมิติ
ในแฮร์รี่ พอตเตอร์ มีหนังสือพิมพ์ที่มีภาพเคลื่อนไหว ประกาศจับตัวผู้ร้ายที่เป็นภาพเคลื่อนไหวมีชีวิต เราก็มีไอแผดที่มีภาพข่าวสารเคลื่อนไหวได้ ถนนหนทางที่เต็มไปด้วยโฆษณามีชีวิตเหมือนกัน ฯลฯ
พูดง่ายๆ ก็คือ เราไม่ต้องมีไม้กายสิทธิ์ใช้เสกพร้อมคาถาร่ายมนต์อีกแล้ว แค่กดปุ่มนิดเดียว เครื่องจักรก็ทำงานแทนเรา…ซักผ้า ถูบ้าน ทำอาหาร ชงกาแฟ เปิด-ปิดไฟ เปิด-ปิดเพลง ปรับอุณหภูมิ ปลุกให้ตื่นตามเวลา สรรหาความบันเทิงมาใส่ในชีวิต…สารพัดจะทำได้ และยังคงไม่หมดมุกหมดปัญญาที่จะอับจนหนทางจะก้าวหน้าต่อไป
จนคนมั่งมีหรือมีมั่งทุกวันนี้ใช้ชีวิตอยู่ในความสุโขสโมสรทางกาย จนแทบจะไม่ต้องขยับเขยื้อนเคลื่อนไหว

หนังแอนิเมชั่นเรื่อง WALL-E (2008) นำเสนอภาพของผู้คนในอนาคตยุคที่ต้องออกไปท่องจักรวาลแสวงหาดาวดวงใหม่เป็นที่อยู่อาศัย เนื่องจากโลก “หมดสภาพ” ของการอยู่อาศัยได้ ด้วยภาพของมนุษย์ที่นั่งๆ นอนๆ อยู่บนเก้าอี้นอนที่ลอยเลื่อนเคลื่อนไปตามคำสั่งกดปุ่ม มีทุกสิ่งสรรพมาเสิร์ฟให้พร้อมกินพร้อมดื่ม และผู้คนเหล่านั้นอ้วนท้วนสมบูรณ์กันทุกคน แถมโง่ลงอีกต่างหาก เพราะวันๆ ไม่ต้องใช้สมองคิดอะไรจำอะไร อยากได้อะไรก็แค่กดปุ่มหรือออกปากเปล่งเสียงสั่งการ
เฮ้อ…ไม่อยากอยู่จนได้เห็นชีวิตต้องสู้ของเรากลายสภาพไปจนถึงขั้นนั้นเล้ย…ไม่อยากได้ชีวิตอมตะหรือยืนยาวเกินอายุขัยหรือสมรรถภาพของร่างกายที่กำหนดให้มาด้วย เพราะชีวิตจะมีความหมายหรือเป้าหมายอะไรเล่า ถ้าไม่ได้ฝึกฝนตนด้วยตนเอง ข้าพเจ้าขอลาโลกไปก่อนเท้อะ เพี้ยง!
แต่เทคโนโลยีก็หยุดยั้งไม่ได้ ประหนึ่งการออกเดินทางมากับขบวนรถไฟแล้วจะหยุดชะงักกลางทางโดยไม่เดินหน้าต่อ ก็จะย้อนกลับไปสู่จุดเดิมไม่ได้แล้ว ถึงเราไม่อยากไปต่อ ก็ยังมีคนในขบวนเดียวกันเขาก็ยังมุ่งมั่นจะเดินหน้าไปอีก
ตราบใดที่จักรกลของเทคโนโลยียังอยู่ในอำนาจควบคุม มนุษย์ก็สบายใจหายห่วงและใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกสบายอย่างที่ธรรมชาติไม่ได้สร้างสรรค์มาให้
สิ่งที่หลายคนเป็นห่วงคือ ความก้าวหน้าของสมองกลที่มนุษย์คิดค้นขึ้นในปัจจุบันก้าวกระโดดแบบยกกำลังทวีคูณ ตรีคูณ พหุคูณไปเรื่อยๆ รวดเร็วเกินความสามารถของสมองมนุษย์
และเมื่อไรที่ “เอไอ” (AI, Artificial Intelligence) หรือ ปัญญาเทียม คิดเองเออเองได้ จะย้อนกลับมาเป็นพิษเป็นภัยแก่มนุษยชาติหรือไม่หนอ

ยกตัวอย่างสุดโต่งแบบง่ายๆ ก็คือ ถ้าเอไอประมวลผลขั้นสุดท้ายแล้วว่า ตัวมนุษย์นั่นแหละที่เป็นพิษเป็นภัยแก่ความอยู่รอดของโลกและชีวิตในโลก มาตรการที่เอไอจะเสนอให้ใช้คือให้ลดประชากรโลกลงด้วยวิธีเบ็ดเสร็จเด็ดขาดโดยก้าวล่วงจากจริยธรรมหรือศีลธรรมที่มนุษย์เองกำหนดไว้
หนังมากมายหลายเรื่องก็นำเสนอเรื่องราวทำนองนี้ไว้ให้ใช้สมองขบคิดกันเล่นๆ…หรือจริงๆ ก็แล้วแต่…
ในระดับบล็อกบัสเตอร์ ก็อย่างเช่น The Avengers: Infinity War (2018) และ Endgame (2019) ซึ่งเป็นพหุจักรวาลของมาร์เวลคอมิกส์ ซึ่งอภิมหาวายร้ายในหนังสะสมพลังเพื่อจะ “รักษ์โลก” ด้วยการกวาดล้างครึ่งหนึ่งของประชากรโลกให้ร่วงผล็อยไปในพริบตาโดยไม่เลือกหน้าอินทร์หน้าพรหม หรือจิตใจถวิลหาอาวรณ์ของผู้ชมที่มีต่อเหล่าผู้ต่อสู้ฟาดฟันจองล้างกับฝ่ายอธรรม
หนังเรื่อง Atlas ก็มาในทำนองเดียวกันนี้แหละค่ะ

เป็นการผจญภัยของนางเอกชื่อแอตลาส เชพเพิร์ด (เจนนิเฟอร์ โลเปซ ซึ่งเป็นหน้าตาและจุดขายของหนัง) ผู้ฟาดฟันต่อสู้กับ “เอไอทรยศ” ชื่อฮาร์ลัน (ซิมู ลิว) ด้วยอดีตอันเลวร้ายที่มีมาด้วยกัน เพราะแม่ของหนูน้อยแอตลาส เป็นนักวิทยาศาสตร์ผู้ประดิษฐ์หุ่นยนต์อัจฉริยะตัวนี้ขึ้นมาเหมือนเป็นลูกของเธอเอง
ทว่า ฮาร์ลันดันหักหลังมนุษย์โลกโดยแหกคอกหนีออกนอกโลกไปตั้งถิ่นฐานบนดาวดวงอื่นสะสมกองทัพหุ่นยนต์พิฆาต โดยออกปากอาฆาตต่อมนุษยชาติก่อนจะทิ้งโลกไป ว่าจะกลับมากวาดล้างมนุษย์ให้หมดไป เพื่อให้เกิดสันติสุขถาวรขึ้นบนพิภพ
ส่วนแอตลาสเธอก็มีความคั่งแค้นแสนสาหัสฝังใจเกลียดฮาร์ลันมาตั้งแต่ยังเป็นเด็กหญิง ความชิงชังหุ่นยนต์ปัญญาประดิษฐ์ของเธอโดยหลัก จึงเป็นเรื่องส่วนตัว แต่ก็มีภารกิจเพื่อส่วนรวมที่ต้องร่วมเดินทางท่องอวกาศไปฟาดฟันกับหุ่นเอไอขบถตัวนี้
ขอไม่พูดถึงรายละเอียดของหนังมากไปกว่าเพียงบอกว่าเป็นหนังแอ๊กชั่นโครมครามล้างผลาญ และการถ่ายทำตัดต่อยังไม่ค่อยเนียนนัก
และใช่ว่าเอไอจะร้ายกาจนอกคอกไปหมด มีหุ่นอัจฉริยะฝ่ายดีและเป็นมิตรต่อมนุษย์อยู่เหมือนกัน ซึ่งทั้งนี้ทั้งนั้น ในยุคที่เอไอฉลาดและทรงพลังเหนือมนุษย์จนจวนเจียนจะครองโลกได้เบ็ดเสร็จเด็ดขาดนั้น สิ่งเดียวที่มนุษย์จะใช้ต่อสู้กับปัญญาประดิษฐ์ที่แปรพักตร์ได้ ก็คือปัญญาประดิษฐ์ด้วยกันเอง
นางเอกชื่อแอตลาส ซึ่งมีความหมายพาดพิงไปถึงตัวละครในปกรณัมปรัมปราของกรีก ซึ่งเป็นไททันผู้แบกโลกไว้บนบ่า ดังนั้น นี่คือหนังแนวสตรีนิยมเรื่องหนึ่ง ซึ่งวางบทบาทให้แก่พลังสตรีในการปกปักรักษาโลก
ที่น่าสังเกตอีกอย่างคือ อภิมหาวายร้ายในเรื่องนี้เป็นตี๋ชาวเอเชีย ซึ่งมีลูกสมุนทรหดแบบฆ่าเท่าไรก็ไม่ยอมตาย เป็นชายผิวดำ
…น่าสะกิดใจว่า ดูเหยียดผิวหยามชาติพันธุ์ยังไงก็ไม่รู้ละ…
หนังไม่ได้เข้าฉายในโรงนะคะ แต่ส่งตรงเข้าสตรีมในเน็ตฟลิกซ์เลย •

ATLAS
กำกับการแสดง
Brad Peyton
แสดงนำ
Jennifer Lopez
Simu Liu
Sterling K. Brown
Mark Strong

ภาพยนตร์ | นพมาส แววหงส์
สะดวก ฉับไว คุ้มค่า สมัครสมาชิกนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์ได้ที่นี่https://t.co/KYFMEpsHWj
— MatichonWeekly มติชนสุดสัปดาห์ (@matichonweekly) July 27, 2022
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
