
พื้นที่ระหว่างบรรทัด | ชาตรี ประกิตนนทการ
ตู้ใส่รัฐธรรมนูญของรัชกาลที่ 7 (1)
ด้วยความอนุเคราะห์จาก ผศ.ธัชพงศ์ ศรีสุวรรณ อาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในการทำสำเนาเอกสารจากสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติชุดหนึ่งมาให้ เรื่อง “การออกแบบตู้สำหรับใส่รัฐธรรมนูญ” ตามแนวพระราชดำริของรัชกาลที่ 7 ได้ทำให้ผมมีโอกาสเห็นแบบร่างที่น่าสนใจมากของความพยายามในการสร้างความหมายไปในอีกแนวทางหนึ่งให้กับวัตถุที่เรียกว่า “รัฐธรรมนูญ” ซึ่งแตกต่างออกไปจากที่คณะราษฎรทำ ในช่วงระยะเวลาแรกเริ่มของระบอบประชาธิปไตยภายหลังการปฏิวัติ 2475
ที่ผ่านมาเรามักจะเห็นแต่การสร้างความหมายรัฐธรรมนูญในมุมของคณะราษฎรเป็นหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างความหมายผ่านสัญลักษณ์พานรัฐธรรมนูญในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นรัฐธรรมนูญบนพานแว่นฟ้า, ภาพพานรัฐธรรมนูญที่แวดล้อมด้วยเสาหลักหกประการของคณะราษฎร, พานรัฐธรรมนูญที่มีรัศมีประกายคล้ายแสงอาทิตย์สาดส่องอยู่เหนือสมุดไทย ฯลฯ
แต่เราไม่เคยทราบเลยว่า รัชกาลที่ 7 ทรงมีมุมมองอย่างไรต่อวัตถุชิ้นนี้ ทั้งๆ ที่งานวิชาการมากมายที่ผ่านมาต่างชี้ให้เราเห็นจนหมดข้อสงสัยไปแล้วว่า ภายหลังการปฏิวัติ 2475 รัชกาลที่ 7 ทรงเข้ามามีบทบาทอย่างมากต่อการร่างรัฐธรรมนูญ และการกำหนดทิศทางความหมายของประชาธิปไตย
ในขณะที่คณะราษฎรเองก็ลดความแข็งกร้าวลงภายหลังปฏิวัติสำเร็จ และประนีประนอมกับฝ่ายนิยมเจ้ามาก อย่างน้อยก็ในระยะเวลาหนึ่งก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์กบฏบวรเดชในปี พ.ศ.2476

เนื้อหาของรัฐธรรมนูญที่ประกาศใช้เมื่อ 10 ธันวาคม พ.ศ.2475 คือตัวอย่างสำคัญที่สะท้อนบรรยากาศของความประนีประนอมและบทบาทของรัชกาลที่ 7 ที่มีค่อนข้างสูง ซึ่งแตกต่างอย่างมีนัยยะสำคัญจาก “พระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยาม (ชั่วคราว) พ.ศ.2475” ที่ประกาศใช้เมื่อ 27 มิถุนายน พ.ศ.2475
พระราชพิธีพระราชทานรัฐธรรมนูญ เมื่อ 10 ธันวาคม 2475 รัชกาลที่ 7 ก็ทรงเข้ามามีส่วนร่วมมาก โดยในงานศึกษาของ รศ.ดร.ภูริ ฟูวงศ์เจริญ อธิบายไว้ในบทความ “พระราชพิธีพระราชทานรัฐธรรมนูญ : นัยยะแห่งการเมือง สัญญะแห่งอำนาจ” ว่า พระองค์ทรงเป็นผู้เสนอให้ใช้พระที่นั่งอนันตสมาคม เสนอให้เชิญคณะทูตานุทูตเข้าร่วมชมพระราชพิธี และมอบหมายให้โหรหลวงประจำราชสำนักหาฤกษ์สำหรับพระราชทานรัฐธรรมนูญ
แม้แต่การที่รัฐธรรมนูญได้ถูกเขียนลงบน “สมุดไทย” ก็เกิดขึ้นจากแนวคิดของพระองค์ เพราะทรงเห็นว่ารัฐธรรมนูญนั้นเป็นของศักดิ์สิทธิ์ และเป็นของที่ควรจะขลัง เพราะฉะนั้น ต้องการเขียนลงใส่สมุดไทย
ที่สำคัญคือ การยอมปล่อยให้พิธีประกาศใช้รัฐธรรมนูญอย่างเป็นทางการของคณะราษฎร ถูกนำเสนอสู่สาธารณะภายใต้คำว่า “พระราชพิธีพระราชทานรัฐธรรมนูญ” ในด้านหนึ่งก็ต้องถือว่าเป็นความสำเร็จที่สำคัญมากของรัชกาลที่ 7 ในการกำหนดนิยามความหมายของรัฐธรรมนูญ และประชาธิปไตย
บทบาทที่มากมายของพระองค์ดังกล่าว จึงเป็นเรื่องน่าแปลกและไม่น่าจะเป็นไปได้ที่พระองค์จะไม่ทรงเข้ามามีส่วนในการออกแบบวัตถุทางสัญลักษณ์ที่เรียกว่ารัฐธรรมนูญ
แม้ส่วนตัวเชื่อว่ารัชกาลที่ 7 น่าจะทรงสนใจประเด็นนี้อย่างแน่นอน แต่ที่ผ่านมา ผมยังไม่เคยเห็นหลักฐานที่ชัดเจนอะไร จนได้มาเห็นเอกสารที่ ผศ.ธัชพงศ์ ทำสำเนามาให้
แม้โดยตัวของมันเองจะไม่สามารถเล่าความคิดของรัชกาลที่ 7 ได้มากมายอะไรนัก แต่ก็สามารถสะท้อนอะไรบางอย่างที่น่าสนใจได้ เลยอยากนำมาเผยแพร่เพื่อประโยชน์ทางวิชาการ รวมถึงอยากลองคิดต่ออย่างเร็วๆ จากสิ่งที่ได้พบเห็นในเอกสารชุดนี้
รายละเอียดหมายเลขเรียกเอกสารชุดนี้จากหอจดหมายเหตุแห่งชาติ คือ (4) ศธ 2.1.2.1/94 การออกแบบตู้สำหรับใส่รัฐธรรมนูญ (23 มกราคม 2475-15 พฤษภาคม 2476)
ชุดเอกสารมีจำนวนประมาณ 12 แผ่น เริ่มต้นขึ้นด้วยจดหมายจาก ประยูร ภมรมนตรี ในฐานะ “ผู้รั้งเลขาธิการคณะรัฐมนตรี” ทำจดหมายลงวันที่ 23 มกราคม พ.ศ.2475 ถึง นายกราชบัณฑิตยสภา ณ ขณะนั้น ที่มี พระราชวรวงศ์เศ์ธอ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ ดำรงตำแหน่งเป็นนายกราชบัณฑิตยสภา ความว่า
“…ด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชประสงค์จะให้มีตู้สำหรับใส่รัฐธรรมนูญ ทำเป็นทำนองโต๊ะหรือม้าแบบโบราณ แล้วมีครอบ เกล้าฯ จึงขอพระกรุณาฝ่าพระบาทได้ทรงสั่งช่างกรมศิลปากรออกแบบส่งมายังกรมนี้เพื่อพิจารณาก่อนดำเนิรการสร้าง…”
จดหมายฉบับนี้เขียนขึ้นหลังจากการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ (ฉบับถาวร) เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ.2475 เพียงแค่ราว 1 เดือนครึ่งเท่านั้น ซึ่งช่วยยืนยันให้เราเห็นว่า รัชกาลที่ 7 ทรงให้ความสำคัญกับตัววัตถุที่เป็นรัฐธรรมนูญมาก แทบไม่ต่างจากที่คณะราษฎรสนใจ และน่าจะทรงมีแนวคิดในการจัดวางตำแหน่งแห่งที่และความหมายของวัตถุสัญลักษณ์ชิ้นนี้ (ที่กำลังจะกลายมาเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งในประวัติศาสตร์การเมืองไทยยุคสมัยใหม่) ไปในอีกรูปแบบหนึ่ง
เมื่อราชบัณฑิตยสภาได้รับจดหมายดังกล่าว ได้มอบหมายให้พระพรหมพิจิตร (อู๋ ลาภานนท์) นายช่างสถาปัตยกรรมไทยของแผนกศิลปากร (ที่ต่อมาจะกลายมาเป็นนายช่างสถาปัตยกรรมไทยที่สำคัญที่สุดในยุคคณะราษฎร) เป็นผู้รับผิดชอบในการร่างแบบถวาย
พระพรหมพิจิตร ออกแบบร่างแล้วเสร็จในปลายเดือนเมษายน พ.ศ.2476 และทางราชบัณฑิตยสภาได้ส่งให้รัชกาลที่ 7 เมื่อวันที่ 22 เมษายน พ.ศ.2476 โดยมีเนื้อความตอนหนึ่งว่า
“…เรื่องขอให้ออกแบบตู้สำหรับรัฐธรรมนูญนั้น ได้ให้ช่างแผนกศิลปากรร่างแบบเสร็จดังได้ส่งมาพร้อมกับจดหมายนี้ แบบนี้ถ้าใช้ได้ขอให้ส่งคืนไป เพื่อช่างจะได้ขยายให้เท่าของจริงและลงเส้นหมึกต่อไป…”
จากหลักฐานเอกสารแบบร่างที่แนบมากับจดหมายฉบับดังกล่าว พบว่า พระพรหมพิจิตร ออกแบบตู้ใส่รัฐธรรมนูญในลักษณะเป็นเหมือนตู้ขาสิงห์เตี้ยๆ รูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้าง 0.43 เมตร ยาว 0.80 เมตร สูง 0.15 เมตร โดยด้านบนออกแบบให้มีครอบกระจกโครงไม้ที่สามารถยกออกได้ ขนาดกว้าง 0.33 เมตร ยาว 0.70 เมตร สูง 0.33 เมตร ตั้งอยู่ด้านบน
ภายในครอบกระจก มีรัฐธรรมนูญที่เขียนลงบนสมุดไทยตั้งอยู่ ซึ่งสามารถมองเห็นรัฐธรรมนูญได้โดยรอบ เนื่องจากครอบเป็นกระจกทั้งสี่ด้าน โดยรัฐธรรมนูญออกแบบให้ตั้งอยู่บน “กากะเยีย” (ในเอกสารเขียนว่า “กาคะเยีย) ซึ่งเป็นอุปกรณ์ขาตั้งใช้สำหรับวางคัมภีร์ใบลานเมื่อเวลาต้องการอ่านคัมภีร์ โดยปกตินิยมทำด้วยไม้ แต่ในกรณีนี้ทำด้วยโลหะฉลุลายโปร่ง
ในแบบร่างอธิบายว่า เมื่อยกครอบกระจกออก สามารถกางกากะเยียที่พับอยู่ออกมาได้ ซึ่งการกางกากะเยียออกมาจะช่วยให้สะดวกในการเปิดอ่านรัฐธรรมนูญ
ตู้ใส่รัฐธรรมนูญจะตั้งอยู่บนโต๊ะขาสิงห์โปร่งทรงสูงอีกชั้นหนึ่ง รูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้าง 0.73 เมตร ยาว 1.10 เมตร และสูง 0.83 เมตร โดยในส่วนด้านล่างของขาโต๊ะออกแบบเป็นพื้นสำหรับวางครอบกระจก ในกรณีที่ต้องการเปิดอ่านรัฐธรรมนูญ
อย่างไรก็ตาม แบบดังกล่าวไม่น่าจะเป็นที่พอพระทัยของรัชกาลที่ 7 เท่าที่ควร เพราะ ประยูร ภมรมนตรี ได้ทำจดหมายส่งคืนแบบพร้อมขอให้แก้ไขแบบ กลับมายังนายกราชบัณฑิตยสภาเมื่อวันที่ 25 เมษายน พ.ศ.2476 โดยมีเนื้อความว่า
“…ลายพระหัตถ์ที่ 5/37 ลงวันที่ 22 เดือนนี้ ประทานแบบตู้สำหรับรับธรรมนูญมานั้น ขอทูลว่าแบบที่ประทานมานี้เกลี้ยงไม่มีลวดลายอย่างใดและเขียนด้วยเส้นดินสอจะพิจารณาไม่ได้ถ่องแท้ เกล้าฯ ได้ถวายแบบคืนมาพร้อมกับหนังสือนี้ด้วยแล้วเพื่อทรงโปรดให้ช่างจัดการแก้ไขต่อไป…”
น่าสนใจว่า หลังจากจดหมายฉบับนี้ ไม่พบหลักฐานอีกต่อไปว่าได้มีการแก้ไขแบบหรือจัดการไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง แต่จากการพิจารณาบริบทแวดล้อมในช่วงเวลาดังกล่าว น่าเชื่อว่าแนวคิดในการจัดสร้างตู้ใส่รัฐธรรมนูญคงไม่ได้รับการสานต่อจากรัฐบาลคณะราษฎร
ดังที่ทราบกันดีนะครับว่า คณะราษฎรในช่วงเวลาเดียวกันกับที่รัชกาลที่ 7 ต้องการออกแบบตู้ใส่รัฐธรรมนูญนี้ ก็มีแนวคิดที่จะเผยแพร่สัญลักษณ์พานรัฐธรรมนูญของตนเองให้แพร่หลายไปสู่ประชาชนวงกว้าง ซึ่งรูปแบบและความหมายรัฐธรรมนูญของคณะราษฎรก็แตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากสิ่งที่รัชกาลที่ 7 ทรงพยายามนำเสนอผ่านตู้ใส่รัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะประเด็นสำคัญที่ว่าด้วยกำเนิดและที่มาของรัฐธรรมนูญ
ในทัศนะผม ตู้ใส่รัฐธรรมนูญของรัชกาลที่ 7 กับ สัญลักษณ์พานรัฐธรรมนูญของคณะราษฎร ทำหน้าที่สื่อสารความหมายกำเนิดรัฐธรรมนูญในทิศทางที่ต่างกัน ในขณะที่แบบหนึ่งนำเสนอว่ารัฐธรรมนูญเกิดขึ้นจากการพระราชทานของรัชกาลที่ 7 แต่ในอีกสัญลักษณ์หนึ่งกลับกำลังพยายามนำเสนอว่า รัฐธรรมนูญเกิดขึ้นจากคณะราษฎรซึ่งเป็นตัวแทนของปวงชนชาวสยาม
สะดวก ฉับไว คุ้มค่า สมัครสมาชิกนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์ได้ที่นี่https://t.co/KYFMEpsHWj
— MatichonWeekly มติชนสุดสัปดาห์ (@matichonweekly) July 27, 2022
